ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้และพฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตการศึกษา 12
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและ พฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในกับพฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน และศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและพฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตการศึกษา 12
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตการศึกษา 12 จำนวน 380 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ มีทั้งหมด 6 ตอน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.83, 0.89, 0.81, 0.98, และ 0.98 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS 10.0 for Window เพื่อหาค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearsons product moment correlation coefficient) การทดสอบนัยสำคัญ(Test the significance) ด้วย t - test การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบปกติ (Enter multiple regression analysis) และการวิเคราะห์การ ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise multiple regression analysis)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. การรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การปรับปรุงแก้ไข การตรวจสอบประเมินผล อยู่ในระดับมากทุกด้าน
2. พฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การปรับปรุงแก้ไข การตรวจสอบประเมินผล อยู่ในระดับมากทุกด้าน
3. การรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียนกับพฤติกรรมการ จัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน มีความสัมพันธ์อยู่ในระดับมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.82
4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหารโรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มี 5 ปัจจัย ได้แก่ เจตคติ(Xc) รูปแบบความเป็นผู้นำแบบเผด็จการ(Xa1) ปัจจัยจูงใจ(Xb1) ปัจจัยสุขอนามัย(Xb2) รูปแบบความเป็นผู้นำแบบมีส่วนร่วม(Xa2) ตามลำดับ โดยมีสมการพยากรณ์ ดังนี้
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ คือ
a = -1.940E-02 + 0.291(Xc) + 0.211(Xa1) + 0.196(Xb1) + 0.180(Xb2) + 0.162(Xa2)
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ
ya = 0.217(Zc) + 0.184(Za1) + 0.180(Zb1) + 0.172(Zb2) + 0.135(Za2)
5. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการเพื่อการประกันคุณภาพภายในของผู้บริหาร โรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มี 4 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยจูงใจ(Xb1) เจตคติ (Xc) รูปแบบความเป็นผู้นำแบบเผด็จการ(Xa1) รูปแบบความเป็นผู้นำแบบมีส่วนร่วม(Xa2) ตามลำดับ โดยมีสมการพยากรณ์ ดังนี้
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ คือ
b = 0.314 + 0.338(Xb1) + 0.245(Xc) + 0.172(Xa1) + 0.154(Xa2)
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ
yb = 0.302(Zb1) + 0.178(Zc) + 0.146(Za1) + 0.125(Za2)
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี