Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร ตามความคิดเห็นของบุคลากร สำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี (2) เพื่อเปรียบเทียบระดับ ของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร สำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และฝ่ายที่ปฏิบัติงาน
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี แยกตามฝ่ายที่ปฏิบัติงาน ดังนี้ (1) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป (2) ฝ่ายกฎหมายและเร่งรัดภาษีอากรค้าง (3) ฝ่ายวางแผนและประเมินผล (4) ส่วนกำกับดูแลผู้เสียภาษี และ (5) ฝ่ายกรรมวิธี และคืนภาษี รวมทั้งสิ้นจำนวน 129 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย บุคลากรจาก (1) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป (2) ฝ่ายกฎหมายและเร่งรัดภาษีอากรค้าง (3) ฝ่ายวางแผนและประเมินผล (4) ส่วนกำกับดูแลผู้เสียภาษี และ (5) ฝ่ายกรรมวิธีและคืนภาษี โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิไม่เป็นสัดส่วนกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตาราง Krejcie and Morgan ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 109 คน โดยวิธีการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ .93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t- test และ ค่า F - test
ผลการวิจัย พบว่า
1. แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ตามความคิดเห็นของบุคลากร สำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี ทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งงาน ด้านการยอมรับนับถือ ด้านลักษณะงานที่ทำ และด้านความรับผิดชอบ โดยภาพรวม มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับสูง ( = 3.61) เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเป็นรายด้าน ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านความรับผิดชอบ ( = 3.86 ) ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน ( = 3.84 ) ด้านความสำเร็จในการทำงาน ( = 3.56 ) ด้านการยอมรับนับถือ ( = 3.54 ) โดยมีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับสูง ส่วนด้านลักษณะงานที่ทำอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.48)
2. บุคลากรของสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษาสถานภาพสมรส รายได้ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนบุคลากรที่ฝ่ายปฏิบัติงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานในด้านความรับผิดชอบแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
This research aimed to study and compare motivators for job performance as perceived by personnel at the Office of Internal Revenue in Ubon Ratchathani area as they were classified by gender, age, educational level, marital status, income, work experiences, and divisions they worked in.
The population of this study included 129 personnel working in five divisions: General Administrative Division, Legal and Unpaid Tax Collecting Division, Planning and Evaluation, Tax Payer Monitoring, and Tax Filing and Returning Division. The sample group consisted of 100 subjects selected from all five divisions by means of the disproportionate stratified random sampling. The sample size was determined by Krejcie and Morgan Table. The research instrument was a questionnaire with a five-level Likert scale, which yielded the reliability value of .93. The data were analyzed using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, t-test, and F-test.
The findings were as follows:
1. The overall motivators consisting of the motivation in the aspects of job success, job advancement, recognition, types of job, and responsibility was perceived to be at a high level (3.61) with the aspect of responsibility receiving the highest mean score (3.86) followed in an descending order from high to low by job advancement (3.84), job success (3.56), and recognition (3.54). The motivators in the aspect of types of job was perceived to be at a moderate level.
2. There was no significant difference in the perception about the overall job motivators among the personnel who were different in gender, age, educational levels, marital status, income, and job experiences. Those who were different in the job divisions were, however, significantly different in the perception about the aspect of responsibility, at the level of .01.