Abstract:
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการแสวงหารายได้ระหว่างเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมุ่งประเด็นที่การศึกษาที่ ภูมิหลัง แรงผลักดันและแรงจูงใจในการทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งงาน ลักษณะของงาน สภาพการทำงาน ผลตอบแทนที่ได้รับ ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน การบริหารจัดการรายได้ ผลกระทบของการทำงานหารายได้ระหว่างเรียน การวางแผนชีวิตอนาคต และองค์ประกอบที่มีผลต่อความสำเร็จในการหารายได้ระหว่างเรียนของนักศึกษา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) นักศึกษาที่เป็นกรณีตัวอย่างที่ศึกษามีจำนวน 20 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยพิจารณาความแตกต่างของคณะวิชาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ภูมิหลัง ความต่อเนื่องและระยะเวลาในการทำงาน ลักษณะงาน สภาพการทำงานของนักศึกษา ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2547 โดยผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยจำนวน 2 คน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ คือ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth interview) นักศึกษาที่เป็นกรณีศึกษาและผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Information) ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนักศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย ผู้วิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย แนวคำถาม สำหรับสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Non-Structured Interview Guidelines) บันทึกอนุทิน (Diary) ของผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัย กล้องถ่ายภาพนิ่ง และเครื่องบันทึกแถบเสียง (Cassette Tape) การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลใช้วิธีตรวจสอบสามเส้า (Triangulation Method) แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยโดยสรุป มีดังนี้
1. นักศึกษาที่เป็นกรณีศึกษาส่วนใหญ่ (16 ราย) มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ชนบทในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง คือ ยโสธร ศรีสะเกษ และนครพนม ส่วนที่เหลือ (4 ราย) มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบครอบครัวของนักศึกษาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา มีฐานะค่อนข้างยากจน และมีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้และสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำมาลงทุนในการประกอบอาชีพและเพื่อใช้จ่ายทั่วไป ครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ค่อนข้างมาก จึงไม่มีเงินส่งเสียนักศึกษาได้เต็มที่ นักศึกษากลุ่มนี้กู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาแต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย
2. แรงผลักดันและแรงจูงใจที่ทำให้นักศึกษาตองหางานทำระหว่างการเรียน ประกอบด้วยการมีฐานะครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน ทำให้นักศึกษาอยากทำงานหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ นอกจากนี้ยังมีแรงผลักดันเกี่ยวกับความต้อการสร้างและแสวงหาประสบการณ์จากการทำงานเพื่อพัฒนาความรู้และฝึกฝนวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ให้เกิดความชำนาญ เป็นการสร้างทุนชีวิตเพื่อโอกาสในการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ยังมีบางกรณีที่ทำงานเพราะต้องการพึ่งตนเอง ไม่ต้องการเป็นภาระของใคร อันเนื่องมาจากมีปัยหาครอบครัวทำงานเพราะอยากมีเงินไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้หมือนกับเพื่อน ๆ นักศึกษาคนอื่นมี และทำงานเพราะเกิดแรงบันดาลใจอยากมีกิจการเป็นของตนเองหลังจากที่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อน โดยนักศึกษาเกือบทั้งหมดมีค่านิยมเกี่ยวกับความต้องการพึ่งตนเองค่อนข้างสูง และมีบางส่วนที่ต้องการเป็นที่พึ่งพาของคนในครอบครัวด้วย
3. งานที่นักศึกษาที่เป็นกรณีศึกษาทำเพื่อหารายได้ระหว่างการเรียนสามารถจำแนกได้ เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ งานรับจ้าง และงานอิสระ ในส่วนของงานรับจ้าง ร้านอาหารที่เจ้าของเป็นคนในท้องถิ่นเป็นแหล่งใหญ่ที่นักศึกษามักจะเข้าไปทำงานหารายได้ระหว่างการเรียน โดยนักศึกษาต้องไปสมัครงานด้วยตนเองและผ่านการสัมภาษณ์จากเจ้าของกิจการซึ่งมักจะพิจารณาเรื่องบุคลิกภาพและรูปร่างหน้าตาเป็นอันดับแรก สภาพการทำงานของนักศึกษาที่เป็นกรณีศึกษาส่วนใหญ่ปิดเลิกงานค่อนข้างดึก ทำให้นักศึกษาเสี่ยงอันตรายและมีความไม่ปลอดภัยในการเเดินทางกลับที่พักเพราะอาจเจออันตรายได้รับอันตรายจากทุรนและมิจฉาชีพ ขณะที่บางแห่งนักศึกษาไม่ควรเข้าไปทำงานเพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศ ร้านเหล่านี้จ่ายต่าแรงให้กับนักศึกษาต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่กระทรวงแรงงานกำหนด ทั้งนี้เนื่องมาจากนักศึกษาที่ไม่มีอำนาจต่อรองกับเจ้าของกิจการเพราะอยากได้งานทำ อย่างไรก็ตามนักศึกษามีความพอใจในค่าตอบแทนที่ได้รับจากการทำงานในปัจจุบันขณะที่นักศึกษาทุกคนที่ทำงานในร้านฟาสต์ฟูดและร้านอาหารไอศกรีมที่เป็นแฟรนไชด์ จะต้องผ่านการคัดเลือกที่เข้มข้นกว่า เพราะนอกจากการพิจารณาเรื่องบุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตาแล้วบางแห่งยังมีการสอบเชิงวิชาการด้วย นักศึกษาที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงและไม่ต่ำกว่าที่กระทรวงแรงงานกำหนด แต่มีรายได้โดยรวมน้อยกว่าที่พนักงานของร้านอาหารที่เจ้าของเป็นคนในท้องถิ่นได้รับ ทั้งนี้เพราะมีชั่วโมงทำงานน้อยกว่าและเลิกงานเร็วกว่า นักศึกษาจึงมีความเสี่ยงอันตรายน้อยกว่าด้วย
เมื่อพิจารณาถึงสาขาวิชาที่เรียนกับลักษณะงานที่นักศึกษาที่ทำงานรับจ้างที่ทำแล้ว พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ ทำงานไม่สอดคล้องกับสาขาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย
ส่วนงานอิสระ มีนักศึกษาที่เป็นกรณีศึกษาและทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างการเรียนโดยเป็นเจ้าของกิจการ 2 ราย ทั้งสองคนมีพื้นบานและช่องทางในการเข้าสู่การเป็นเจ้าของกิจการคล้ายคลึงกัน คือ เริ่มจากการเป็นลูกจ้าง ค่อย ๆ เรียนรู้วิธีดำเนินงานของร้าน แล้วหาทำเล และตัดสินใจเปิดกิจการเป็นของตนเอง ขณะเดียวกันก็มีนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยโดยการรับจ้างอิสระ (Freelance) แล้วแต่จะมีผู้ว่าจ้าง มีการเลือกรับงานตามที่ตนเองสนใจและมีความสามารถพอที่จะทำได้ ค่าจ้างจะตกลงเป็นครั้ง ๆ (Job) กับผู้ว่าจ้างและราย ไม่มีการกำหนดราคาค่าจ้างตายตัว ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงานและความพอใจของทั้งสองฝ่าย นอกจากที่กล่าวมายังมีนักศึกษาอีก 2 ราย ที่ทำงานเป็นผู้ทำบัญชีสหกรณ์ชุมชน/สอนพิเศษ/เก็บค่าน้ำประปาชุมชนและอีกคนหนึ่งทำงานเป็นพนักงานขายตรง
นักศึกษาที่ทำงานอิสระส่วนไหญ่จะทำงานที่สอดคล้องสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่กำลังศึกาาในมหาวิทบาลัย ช่องทางในการเข้าสู่อาชีพเกิดจากการมีพื้นฐานความรุ้ในสาขาวิชาที่เรียนที่สัมพันธ์กับงานที่ทำเป็นหลักรองลงมาคือที่มีประสบการณ์ตรงจากการทำงานและการฝึกฝนของตนเอง แล้วนำมาใช้ในการทำงานหรือเปิดกิจการของตนเอง เวลาที่ใช้ในการทำงานของนักศึกษาที่ทำงานอิสระมีความแตกต่างกัน ค่าตอบแทนที่ได้จากการทำงานก็มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการทำงาน ลักษณะของงาน ความต้องการของลูกค้า ความสามารถในการให้บริการ ความสามารถในการบริหารจัดการ เป็นสำคัญ
4. นักศึกษาทั้งหมดที่มีอิสระที่จะบริหารจัดการรายได้หรือค่าตอบแทนที่เกิดจากการทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างการเรียน โดยำค่าตอบแทนส่วนใหญ่มาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ของตนเอง อาทิ ค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถหรือค่าเดินทาง ค่างวดรถมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ค่าพักผ่อนหย่อนใจและพบปะสังสรรค์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ เป็นต้น นักศึกษาส่วนใหญ่นำเงินบางส่วนเก็บออมไว้โดยฝากไว้กับธนาคาร มีบางคนออมในรูปของการซื้อทอง มีนักศึกษาบางคนส่งเงินจำนวนหนึ่งให้ทางบ้าน ขณะเดียวกันก็มีบางคนที่ไม่มีเงินเก็บและไม่ส่งเงินให้ทางบ้าน
5. นักศึกษาที่ทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างการเรียนมีความสอดคล้องกันว่าการทำงานหารายได้มาด้วยตนเองทำให้มีความภาคภูมิใจในตนเอง เชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบ อดทน มีความสามารถในการปรับตัวและแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆได้ดี รู้เท่าทันผู้อื่นได้รับประสบการณ์และความชำนาญจากการทำงาน สามารถนำไปใช้พัฒนาการเรียนในปัจจุบันและเป็นทุนชีวิตที่จะสร้างโอกาสที่ดีต่อการทำงานในอนาคต มีความตระหนักเกี่ยวกับความยากลำบากในการหาเงิน รู้จักคุณค่าของเงินเพิ่มมากขึ้น ได้รับความยอมรับจากคนในครอบครัว คนในชุมชนและเพื่อน นอกจากนี้การที่ได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ้ายของครอบครัวทำให้พ่อแม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเสียพี่น้องของนักศึกษาให้ได้รับโอกาสทางการศึกาาเพิ่มมากขึ้น
นักศึกษาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ทำงานอิสระและกลุ่มที่รับจ้างแต่ทำงานไม่ถึงดึกมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าการทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างเรียนไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนแต่จากการสังเกตพฤติกรรมของนักศึกาาที่ทำงานรับจ้างอีกจำนวนหนึ่งที่ทำงานจนดึก พบว่า มีอัตราการขาดเรียนสูงกว่านักศึกษาทั่วไป ผลการเรียนนักศึกษากลุ่มนี้แม้จะมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าผลการเรียนในภาคการศึกษา/ปีการศึกษาก่อนมากนัก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับศึกษาทั่วไปพบว่ามีผลการเรียนต่ำกว่านักศึกษาทั่วไป ทั้งนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากการไม่มีเวลาทบทวนบทเรียน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการทำงาน และใช้เวลาพักผ่อนเนื่องจากอ่อนเพลียจากการทำงาน
6. นักศึกษาส่วนใหญ่เตรียมแผนอนาคตของตนเองไว้แล้ว และแผนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับสาขาวิชาที่ศึกษาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะมีโอกาสที่ดี โดยเฉพาะนักศึกษาที่ทำงานระหว่างการเรียนสอดคล้องกับสาขาที่เรียนอยู่ ส่วนนักศึกษาที่ทำงานระหว่างการเรียนไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็จะใช้ประสบการณ์จากการทำงานเป็นฐานควบคู่กับการใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนในสาขาวิชาเป็นพื้นฐานในการสมัครงานและทำงานด้วย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสในการทำงานในอนาคตให้มีมากยิ่งขึ้น
7. นักศึกษามีความสอดคล้องกันว่าองค์ประกอบทั่วไปมีผลต่อความสำเร็จในการทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างการเรียนของนักศึกษาประกอบด้วย ใจรักการทำงาน ความขยัน อดทน ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ประหยัด การได้รับทุนสนับสนุนจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ขณะที่ บุคลิกภาพ รูปร่าง หน้าตา การมีมนุษยสัมพันธ์ การควบคุมอารมณ์ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีผลต่อความสำเร็จในการทำงานรับจ้าง และความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ความสามารถในการบริการและการจัดการ ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าความสามารถในการพัฒนาตนเองและกิจการ มีผลต่อความสำเร็จในการทำงาน อาชีพอิสระ
This descriptive research aimed to study the process of income generating during study of Rajabhat Ubonratchathani University student, focus on student background, motivation and /or aspiration to working during study, application process to get a job, role and responsibilities, problems and obstacles of working, income management, future plan, impacts of working and factor related to the success of student income generating during study. The methodology employed was qualitative research methodology. The case studies of 20 RUU students were selected by using the Purposive Sampling.
The instruments in this research were non-structured interview guidelines diary, camera, cassette tape and collected by researcher and the assistants by in depth interview and participant observation method, during February to July 2004. The collected data were relied by Triangulation Method. The content analysis method was used for analyzing the collected got data.
The main finding were:
1. The case studies mostly were the member of the poor farmer family mostly got debt from Bank for farmer and Cooperative and Village Fund while the student got debt from Fund for Educational Loaned
2. The motivation/aspiration to working during study of the students were need to helping their poor families, seeking for challenged experiences for serving future plan and working, wanted the in trended goods and inspired to be self-employed
3. The case studies mostly worked for local restaurants, followed by worked for franchise fast food store, freelance, self-employed respectively. Those who worked for local restaurants, as waiter/waitress, applied directly to restaurant owner and passed the interview and of them worked in risky place and all of them worked until midnight, some of them got salary lower than the Ministry of Labor rate. The franchise fast food store worker needed to passing interviewed, character testing and technical testing (e.g. English, mathematics) from the manager, had no risk and got complied salary to the Ministry of labor rate. While the student who worked as self-employed and freelance worker started their job from their own experiences and abilities and got difference rate of income, depend on objective of work, customers demean, service ability and management skills. The case study worked relatively to their major of study in the university.
4. All of the case studies managed their own income by themselves and spent most of their money for accommodation rented, foods, clothing, mobile telephone, transportation, educational expense, recreation and business expense. Some of the cases saved some money with the banks while some of them sent back to the family.
5. The positive impacts of the working during study were self-proud, self-confidence, self-responsibility, more endured, got valued experience and skills for serving future life and be respected from the family/community/friends and promoted more educational opportunity to brother/sister. On the other side, the negative impacts were too tired to study, low GPA and low relationship to colleague.
6. All of the case studies already set their future plan. The plan related to their present major of study in the university.
7.General factors related to the success of students income generating during study were commitment, industrious, endurance, responsible, faithfulness, saving, parents support. AS well, characters, physically outlook, human relation, EQ, incidence problem solving skills related to the success of employee work. While technical skills, service skills management skills faithfulness to the customer and self-development related to the success of self- employed/freelance work.