Abstract:
ไม้ในกลุ่มสนจัดเป็นพืชดึกดำบรรพ์กลุ่มแรกที่เกิดขึ้นในยุคมีโซโซอิค (Mesozoic era) มีวิวัฒนาการที่กว้างขวางและโดดเด่น ถือเป็นไม้เบิกนาในช่วงแรก แต่ในภายหลังพบไม้สนในป่าธรรมชาติไม่มากนักและมักกระจายเป็นหย่อม ๆ ประกอบกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้พืชหลายชนิดมีพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการกระจายลดน้อยลง ซึ่งอาจทำให้ต้นไม้หรือพืชบางชนิดเกิดการสูญพันธุ์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มไม้สน ซึ่งในประเทศไทยพบว่ามีพืชสกุล Pinus อยู่เพียงสองชนิดเท่านั้น คือ สนสองใบ (Pinus latteri Mason) และสนสามใบ (Pinus kesiya Royle ex Gordon) ดังนั้น ในการศึกษาครั้งนี้จึงได้เจาะจงไปที่ไม้สนทั้งสองชนิด เพื่อเป็นกรณีศึกษาของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการกระจายของสนสองใบและสนสามใบในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการกระจายของชนิดไม้สนทั้งสองชนิด และประเมินผลกระทบต่อการกระจายตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการรวบรวมข้อมูลการปรากฏของสนสองใบ สนสามใบ และปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญ ประกอบด้วยปัจจัยทางด้านกายภาพ ปัจจัยทางด้านชีวภาพ และปัจจัยทางด้านภูมิอากาศ เพื่อนำมาสร้างแบบจำลองการกระจายโดยใช้โปรแกรม MaxEnt software version 3.3.3k ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการกระจายของสนสองใบและสนสามใบ เท่ากับ 72,198 และ 59,703 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 13.95 และ 11.53 ของพื้นที่ป่าในประเทศไทยตามลำดับ พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการกระจายภายใต้ภาพเหตุการณ์ที่เลวร้ายน้อยที่สุด (SSP 1-2.6) มีพื้นที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันร้อยละ 6.62 และ 8.95 ตามลำดับ หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศร้ายแรงสุด (SSP 5-8.5) สนสองใบจะมีพื้นที่ที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ส่วนสนสามใบจะมีพื้นที่ลดลงร้อยละ 2.68 จากปัจจุบัน ดังนั้น ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อการกระจายของสนทั้งสองชนิด โดยเฉพาะสนสามใบจะมีพื้นที่การกระจายลดลง เป็นไปได้ว่าในอนาคตไม้สนสามใบอาจจะหายไปจากหลาย ๆ พื้นที่และอาจจะมีไม้ชนิดอื่นเข้ามาทดแทน ส่งผลให้ระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้น หากต้องการรักษาไม้สนสามใบให้คงอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวางแผนการจัดการและส่งเสริมการปลูกไม้สนสามใบในพื้นที่ที่เหมาะสมให้มากขึ้น ทั้งนี้ หากมีการจัดการด้านพื้นที่การปลูกได้แม่นยำ จะส่งผลให้อัตราการรอดตายของไม้สนสามใบที่นำไปปลูกสูงขึ้น และลดการหายไปจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Pine species are one of the first species that emerged in the Mesozoic era. They have evolved vastly and have been widely used as pioneer plants. But recently, they are scarcely distributed in natural forests, and global climate change has impacted many plants, reducing suitable areas, which could lead to extinction, particularly for pine species. In Thailand, only two pine species (Pinus family) are found: Tenasserim pine (Pinus latteri Mason) and Benguet pine (Pinus kesiya Royle ex Gordon). Therefore, this study focuses on the impacts of climate change on the distribution of both pine species as a case study to determine suitable areas for both species and assess the impact of climate change on their distributions. Data on Tenasserim pine and Benguet pine were collected based on their occurrences and environmental factors, including physical, biological, and climatic aspects, to develop a distribution model using MaxEnt software, version 3.3.3k. The study revealed that the suitable areas for Tenasserim pine and Benguet pine were 72,198 km² and 59,703 km², accounting for 13.95% and 11.53% of Thailands total area, respectively. Under the best-case scenario (SSP 1-2.6), the suitable areas for Tenasserim pine and Benguet pine in the future would increase by 6.62% and 8.95%, respectively. Under the worst-case scenario (SSP 5-8.5), the suitable area for Tenasserim pine would increase by 3.50%, while the suitable area for Benguet pine would decrease by 2.68%. The results demonstrate the impact of climate change on the distribution of both pine species. The suitable areas for Benguet pine could decrease, potentially leading to invasion by other species and affecting the ecosystem of those areas. Therefore, to retain the existence of Benguet pines in reserved areas in Thailand, authorities should establish a management plan for Benguet pine forest restoration and conservation