Abstract:
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาผลกระทบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) กับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศอาเซียน จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ครอบคลุม 192 บริษัท ในช่วงปี พ.ศ. 2562-2565 ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์มีลักษณะเป็น Panel Data และจากการทดสอบพบว่าการประมาณค่าแบบจำลองด้วยวิธี Random Effect เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ผลการศึกษาพบว่า ผลการดำเนินงานโดยรวมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล ส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานด้านสังคมพบว่า ส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น แต่ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ขณะที่มีเพียงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยรวมจึงสามารถสรุปได้ว่า การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ซึ่งในการดำเนินงานด้าน ESG ควรทำอย่างครอบคลุมในทุกมิติ เนื่องจากแต่ละมิติมีบทบาทสำคัญที่เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในลักษณะที่แตกต่างกัน บริษัทจึงควรดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลไปพร้อมกันเพื่อสร้างสมดุลให้เกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
This research aims to study the impact of environmental, social and governance (ESG) performance on the profitability of companies listed on the stock exchanges of ASEAN countries: Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore, Thailand and Vietnam. The sample consists of 192 companies that were assigned ESG scores by Thomson Reuters during the period from 2019 to 2022 and analyzed using panel regression analysis with random effect. The result showed that ESG performance has a positive impact on firm profitability. In addition, it was found that each ESG dimension plays an important role in enhancing business sustainability in different ways. Firms should simultaneously focus on environmental, social and governance performance to achieve balanced and effective operations