Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 2) เพื่อศึกษาระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 3) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์วิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ปีการศึกษา 2568จำนวน 327 คน กลุ่มตัวอย่างได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยใช้ขนาดของสถานศึกษาเป็นชั้นภูมิในการสุ่ม แล้วทำการสุ่มตัวอย่างตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ซึ่งมีลักษณะคำถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นโดยรวมเท่ากับ .963 และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นโดยรวมเท่ากับ .973 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการวัดผลและประเมินผลรองลงมา คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา
2. ระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการเป็นแบบอย่างที่ดีรองลงมา คือ ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านการเผยแพร่วิสัยทัศน์ ด้านการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์
3. วิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา (X1) สามารถพยากรณ์การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยไม่ปรับมาตรฐาน (b) เท่ากับ 0.422 และค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยมาตรฐาน (B) เท่ากับ 0.592ขณะที่ค่าสถิติ t มีค่า 13.25 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 ซึ่งสะท้อนว่าสมการถดถอยมีความเหมาะสมและตัวแปรด้านการสร้างวิสัยทัศน์มีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุ (r) มีค่า 0.592 และค่า R2 เท่ากับ 0.351 พร้อมค่า Adjusted R2 เท่ากับ 0.349 แสดงว่าโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของการบริหารงานวิชาการได้ร้อยละ 34.9 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางและมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยค่าคงที่ของสมการมีค่า 2.494 และมีความแตกต่างจากศูนย์อย่างมีนัยสำคัญ (t = 17.24, p = .000) ทำให้สรุปได้ว่า การสร้างวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ
The objectives of this research were: 1) to study the level of school academic administration; 2) to investigate the level of school administrators vision; and 3) to develop a predictive equation for school administrators vision affecting school academic administration under the Nakhon Ratchasima Primary Educational Service Area Office 5. The sample consisted of 327 school administrators and teachers during the 2025 academic year, obtained through stratified random sampling based on school size, followed by proportional sampling. The research instrument was a 5-point Likert scale questionnaire. The reliability coefficients (Cronbachs Alpha) for school academic administration and administrators vision were .963 and .973, respectively. Data were analyzed using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, Pearsons product-moment correlation coefficient, and Stepwise Multiple Regression Analysis.
The results of this research were as follow:
1. The overall level of school academic administration was at a high level. When considering individual aspects, all dimensions were rated at a high level. The aspect with the highest mean was Measurement and Evaluation, followed by School Curriculum Development, while the aspect with the lowest mean was Development of Educational Media, Innovation, and Technology.
2. The overall level of school administrators vision was at a high level. Individually, all aspects were rated at a high level. The highest-rated aspect was Being a Good Role Model, followed by Vision Creation. The aspects with the lowest means were Vision Communication and Vision Implementation.
3. The dimension of Vision Creation (X1) significantly predicted school academic administration at the .01 level of statistical significance. The unstandardized regression coefficient (b) was 0.422, and the standardized regression coefficient (B)was 0.592. The t-value was 13.25 (p < .001), indicating that the regression model is appropriate and that Vision Creation has a clear positive influence on academic administration effectiveness. Furthermore, the multiple correlation coefficient (R) was 0.592, and the coefficient of determination (R2) was 0.351, with an Adjusted R2 of 0.349. This indicates that the model can explain 34.9% of the variance in school
academic administration, which is considered a moderate level. The constant value of the equation was 2.494 (t = 17.24, p < .001). In conclusion, Vision Creation is a
significant factor impacting the academic administration of schools.