การประเมินนโยบายการเติมเต็มสินค้าและการถ่ายเทด้านข้างของโครงข่ายการกระจายสินค้า โดยการจำลองบนตารางทำการ : กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์
Evaluation of inventory replenishment policies of a distribution network using spreadsheet modeling : A case study of soft drink products
Abstract:
จากกรณีศึกษาพบปัญหาเรื่องสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการหรือสินค้าขาดมือ โดย
ต้นเหตุสินค้าขาดมือเกิดจากปริมาณสินค้าในคลังสินค้ามีไม่เพียงพอ และความแปรปรวนของการขายแบบเร่ขาย ซึ่งปัจจุบันใช้นโยบายเติมเต็มสินค้า 3 ส่วน ได้แก่ นโยบายคำสั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานแบบปกตินโยบายคำสั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานแบบเร่งด่วน และนโยบายการถ่ายเทด้านข้าง โดยพิจารณาความต้องการ 2 แบบ ได้แก่ ความต้องการสินค้าแบบสั่งซื้อล่วงหน้า และความต้องการสินค้าแบบเร่ขาย จึงทำการจัดแบ่งประเภทสินค้าตามทฤษฎีABC Analysis ของแต่ละศูนย์กระจายสินค้า เพื่อนำไปกำหนดนโยบายสินค้าคงคลัง โดยการใช้แบบจำลองเสปรตชีต (Spreadsheetmodel) และทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าค้างส่ง ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า ค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายที่สูญเสียโอกาสในการขายและค่าใช้จ่ายในการถ่ายเทด้านข้าง ก่อนและหลังการปรับใช้นโยบายสินค้าคงคลัง และทำการตรวจสอบความถูกของแบบจำลอง โดยนำคำตอบมาเปรียบเทียบกับการคำนวณมือ ถ้าคำตอบที่ได้มีค่าเท่ากันแสดงว่าแบบจำลองที่สร้างขึ้นนั้นถูกต้อง จากนั้นทดสอบการกำหนดนโยบายเติมเต็มสินค้าคงคลังได้แก่ นโยบายสินค้าคงคลังแบบ (ROP, Q) นโยบายสินค้าคงคลังแบบ Min-Max (s,S) นโยบายสินค้าคงคลังแบบ Order-Up-To-Level นโยบายสินค้าคงคลังแบบผสม (R,s,S) และนโยบายสินค้า R,s,S+ WIP และทดสอบการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของสินค้าค้างส่ง ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของการถ่ายเทด้านข้าง ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของสินค้าที่สูญเสียโอกาสในการขาย และค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของการจัดเก็บสินค้า ทำให้ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลง โดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของ
แต่ละศูนย์กระจายสินค้าให้มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด จากการทดลองนโยบายปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายรวม
2,011,132 บาทต่อปีโดยที่นโยบายที่ 4 โดยมีนโยบายการสั่งซื้อปกติและแบบเร่งด่วนแบบ R,s,Sและนโยบายการถ่ายเทด้านข้างแบบ Backorder มีค่าใช้จ่ายรวมต่ำที่สุด 1,816,545 บาทต่อปีงค่าใช้จ่ายลดลงคิดเป็น 9.68 เปอร์เซ็นต์นโยบายที่ 14 มีนโยบายการสั่งซื้อปกติและแบบเร่งด่วนแบบR,s,S และนโยบายการถ่ายเทด้านข้างแบบ MA6 (All demand) มีค่าใช้จ่ายต่ำสุดอันดับสอง1,860,511 บาทต่อปีค่าใช้จ่ายลดลงคิดเป็น 7.49 เปอร์เซ็นต์และพัฒนาโปรแกรมบนตารางทำการสำหรับกำหนดนโยบายเติมเต็มสินค้าคงคลังที่สามารถนำไปใช้งานและปรับใช้กับสถานการณ์เดียวกันได้
มหาวิทยาลัยนเรศวร. สำนักหอสมุด
©copyrights มหาวิทยาลัยนเรศวร