การเปรียบเทียบวิธีประมาณช่วงความเชื่อมั่นของพารามิเตอร์ด้วยวิธีเอ็มพิริคอลเบส์ กรณีข้อมูลมีการแจกแจงแบบปัวส์ซงและแบบปกติ
The comparison of confidence interval estimation methods for parameter using empirical bayes methods in poisson and normal distributed data
Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบวิธีประมาณช่วงความเชื่อมั่น 3 วิธี คือ วิธีนาอีฟเอ็มพิริคอลเบส์ (Naïve) วิธีเอ็มพิริคอลเบส์แบบบูตสแตรปประเภทที่ 3 (BOOT) และวิธีเอ็มพิริคอลเบส์แบบแจ๊คไนฟ์หลังบูตสแตรป (JAB) เมื่อข้อมูลมีการแจกแจงแบบปัวส์ซงและแบบปกติ กรณีข้อมูลมีการแจกแจงแบบปัวส์ซง กำหนดพารามิเตอร์ (λ) เท่ากับ 0.1, 0.5, 1, 2, 3, 4, 5, 10 และ 20 กรณีข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ แบ่งการพิจารณาเป็น 2 กรณี คือ ทราบค่าเฉลี่ยไม่ทราบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไม่ทราบค่าเฉลี่ย ทราบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กำหนดขนาดตัวอย่างเท่ากับ 10, 30, 50, 100, 150 และ 200 ระดับความเชื่อมั่น 3 ระดับ คือ 0.90, 0.95 และ 0.99 ทำการจำลองข้อมูลในแต่ละสถานการณ์ทำซ้ำ 5,000 ครั้ง โดยใช้สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นและความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
เมื่อข้อมูลมีการแจกแจงแบบปัวส์ซงในทุกขนาดตัวอย่าง พบว่าวิธีประมาณทั้ง 3 วิธี ให้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ของ Ghosh เป็นส่วนใหญ่ โดยที่ระดับความเชื่อมั่น 90% เมื่อพารามิเตอร์มีค่าไม่เกิน 4 วิธี JAB มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อพารามิเตอร์มีค่าตั้งแต่ 5 ขึ้นไป วิธี BOOT มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และ 99% เมื่อพารามิเตอร์มีค่าไม่เกิน 4 วิธี BOOT มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อพารามิเตอร์มีค่าตั้งแต่ 5 ขึ้นไปวิธี JAB มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่
เมื่อข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ ไม่ทราบค่าเฉลี่ย ทราบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในทุกขนาดตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่วิธี BOOT และ JAB ให้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ของ Ghosh และวิธี BOOT ให้ค่าความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ เมื่อข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ ทราบค่าเฉลี่ย ไม่ทราบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า วิธีประมาณทั้ง 3 วิธี ให้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ของ Ghosh เป็นส่วนใหญ่ โดยเมื่อขนาดตัวอย่างไม่เกิน 100 วิธี BOOT มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อขนาดตัวอย่างตั้งแต่ 150 ขึ้นไป วิธี JAB มีความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นแคบที่สุดเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อขนาดตัวอย่างเพิ่มขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของวิธีประมาณทั้ง 3 วิธี มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ของ Ghosh มากขึ้น และความกว้างเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นมีแนวโน้มลดลง ทั้งในกรณีที่ข้อมูลมีการแจกแจงแบบปัวส์ซงและแบบปกติ
มหาวิทยาลัยนเรศวร. สำนักหอสมุด
©copyrights มหาวิทยาลัยนเรศวร