Abstract:
ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผู้ลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งขันในตลาดสูง และมีปริมาณความต้องการสินค้าในแต่ละช่วงเวลา มีความผันผวนค่อนข้างมาก ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่มี แอลกอฮอล์มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไปใน อนาคต ส่งผลให้มีความต้องการใช้กำลังการผลิตของโรงงานมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบัน การจัดตารางการผลิตของโรงงานกรณีศึกษายังใช้ประสบการณ์ของมนุษย์ในการจัดตารางการ ผลิตซึ่งนอกจากสามารถทำได้เฉพาะคน แล้วยังทำให้ไม่สามารถปรับตารางการผลิตได้ทันกับ สถานการณ์ที่มีความผันผวนอยู่เสมอ เนื่องจากการจัดตารางการผลิตของระบบที่มีขนาดใหญ่ เป็นงานที่ซับซ้อนและใช้เวลาในการคำนวณมากหากด้วยมนุษย์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงทำการศึกษาและพัฒนาตัวแบบทางคณิตศาสตร์สำหรับหา คำตอบสำหรับคำนวณการจัดตารางการผลิตให้เหมาะสมและสามารถตอบสนองปริมาณความ ต้องการสินค้าในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบการผลิตของโรงงาน กรณีศึกษาประกอบไปด้วยเครื่องจักรแบบขนาน ที่มีข้อจำกัดการผิลัตของเครื่องจักร ข้อจำกัด ด้านกำลังคน และเครื่องจักรมีเวลาในการตั้งค่าปรับตั้งเครื่องจักรขึ้นอยู่กับลำดับในการทำงาน โดยจากการศึกษาเมื่อเทียบผลลัพธ์ที่ได้จากตัวแบบที่พัฒนาขึ้นกับขั้นตอนการแก้ปัญหาแบบ ศึกษาสำนึก 3 วิธี ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนการแก้ปัญหาแบบศึกษาสำนึกโดยใช้แนวคิดของกฎ การจ่ายงาน LPT ขั้นตอนการแก้ปัญหาแบบศึกษาสำนึกใช้แนวคิด CUC และขั้นตอนการ แก้ปัญหาแบบศึกษาสำนึกโดยใช้ผลรวมของคู่งาน พบว่าการใช้ตัวแบบที่พัฒนาขึ้นจะให้คำตอบ ที่ดีกว่าการใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหาแบบศึกษาสำนึกโดยเฉลี่ยร้อยละ 3.54 8.00 และ8.40 ตามลำดับ
In the beverage industry, non-alcoholic beverage is a highly competitive and fluctuating demand product. Nonetheless, the economic growth of this product type is increasing continuously. Due to the complexity of the problem, a rule-based heuristic is occurred to arrange production schedules in practice. Though this heuristic could make human arrange the schedule effortlessly, much time is wasted on unnecessary setup which causes the completion time of all job fall behind what it is supposed to be. Thus, this research considers the integrated problem of workforce allocation and parallel machine scheduling with sequence-dependent setup time and machine eligibility restrictions production system, which is imitated from is imitated from the real-world beverage industry. The mixed-integer linear programming approach is proposed to solve such a problem. The experiment was set to test the efficiency of the proposed mathematical model by comparing the results of the introduced model with those of 3 heuristics, LPT based heuristic, CUC based heuristic and Summation of job pair heuristic. The experimental results establish that the suggested model could reduce the value of maximum completion time of all jobs 3.54% 8.00% and 8.40% respectively