แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ผลการใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มร่วมกับสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 ต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
The result of the orem's self-care theory and SKT1 meditation on blood sugar level in patients with type 2 diabetes

ThaSH: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ -- วิทยานิพนธ์. ส.ม. 2561
Classification :.LCCS: RC662.18
ThaSH: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. -- สาขาสาธารณสุขศาสตร์ -- วิทยานิพนธ์
ThaSH: การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
ThaSH: เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน
ThaSH: เบาหวาน -- ผู้ป่วย
Abstract: การวิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม ร่วมกับสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 ต่อระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านเหล่า ระหว่างเดือน มกราคม 2560– มีนาคม 2561 แบ่งเป็น 2 ระยะระยะ ที่ 1 คือการศึกษา สถานการณ์ในผู้ป่วยจำนวน 150 คน ระยะที่ 2 คือการใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มร่วมกับสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 ในผู้ป่วยจำนวน 86 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย 1) สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ 2) สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติทดสอบที ในการเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ย และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในการเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือด เฉลี่ย กับ คุณลักษณะบุคคล ความรู้ และการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 82.0 อายุต่ำสุด 35 ปี อายุสูงสุด 87 ปี อายุเฉลี่ย 59 ปี เมื่อเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือด พบว่าผู้ป่วยมีค่าระดับน้ำตาล HbA1C มากกว่าค่ามาตรฐาน (= 10.33, σ = 17.69) (t = 2.304, p =0.02) กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี มีระดับ HbA1C เฉลี่ย 7.19 (σ=1.71) ซึ่งมีระดับ HbA1C ดีกว่ากลุ่มที่ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี ซึ่งมีระดับ HbA1C เฉลี่ย 12.09 (σ=21.93) (t= 2.17, p = 0.03) คุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ป่วยเบาหวาน ด้าน เพศ อายุ ระยะเวลา การป่วย รายได้และรายจ่าย มีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมไม่แตกต่างกัน สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับความรู้ และการดูแลตนเองที่แตกต่างกันจะมีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01 ตามำดับ นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมตามทฤษฏีการดูแลตนเองของโอเร็ม ร่วมกับสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 มีระดับ HbA1C เฉลี่ย 9.13 (SD = 2.28) มากกว่าผู้ป่วยเบาหวานหลังการเข้าร่วม ใช้ทฤษฏีการดูแลตนเองของโอเร็มร่วมกับสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 ที่มีระดับ HbA1C เฉลี่ย 8.36 (SD =2.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ควรมีการส่งเสริมให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรมีการดูแลตนเองในด้านการรับประทานอาหาร ยา และการออกกำลังกายร่วมกับการทำสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยที่ดี This Cross-sectional Research was aimed to study effect of Orem Self-care Theory and SKT1 meditation on blood sugar level with type 2 diabetes patients during January 2017 to March 2018. It was divided into 2 phases : phase 1studied situation of 150patients, phase 2 was the Orem self-care Theory experiment of 86 patients. Data were analyzedby 1) descriptive statistics : Frequency, Percentage, Minimum, Maximum, , Mean and Standard Deviation 2) inferential statistics: T-Test to compare the average blood sugar level and One-Way ANOVA to compare the average blood sugar level with person's personality, knowledge and self-care of diabetic patients. The research revealed that most of diabetic patients were female 82.0 percent, minimum age 35 years old, maximum 87 years old, average age of 59 years old. In addition, they had HbA1C level in higher than standard (μ = 10.33, σ = 17.69) (t = 2.304, p =0.02). Diabetic patients with good mood control had HbA1C levels of 7.19. (σ =18.10) better than who poor emotion control, HbA1C levels of12.09 (σ =21.93) (t= 2.17, p = 0.03). Moreover, when compared the average sugar level with personal characteristics include sex, age, sickness duration, income and expenditure of diabetic patients found that were not different. Furthermore, who had different levels of knowledge and self care behavior were average sugar level different with statistical significant .05 and .01 level respectively. Before Orem Self-care Theory and SKT1 meditation program, diabetic patientshad the average blood sugar level (HbA1c) 9.13 (SD =2.28). It was more than after program which had the average blood sugar level (HbA1c) 8.36 (SD =2.01) with statistical significant .01level. Therefore government agencies and public sectors should promote diet, medicine, and exercise with SKT therapy position-1 self-care for good blood sugar levels in type 2 diabetes patients
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สำนักหอสมุด
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: tdckulib@ku.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
Created: 2561
Modified: 2568-07-02
Issued: 2568-07-02
วิทยานิพนธ์/Thesis
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
URL: https://www.lib.ku.ac.th/KUthesis/2561/itsawachok-kan-all.pdf
CallNumber: RC662.18 .อ38
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 itsawachok-kan-all.pdf 2.27 MB4 2025-12-10 01:24:42
ใช้เวลา
0.032619 วินาที

วรินทร์มาศ เกษทองมา
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,400
รวม 1,401 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 39,060 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 24 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 12 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 4 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 3 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 1 ครั้ง
รวม 39,104 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.5