ปัจจัยทำนายคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต
The factors predicting health related quality of life among renal transplant patients
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบบรรยายประเภทศึกษาอํานาจการทํานาย (predictive research design) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต 2) ศึกษาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยก่อน และหลังการปลูกถ่ายไต 3) ศึกษาอำนาจการทำนายโรคร่วม ระยะเวลาที่ไตแช่ในน้ำยาที่มีอุณหภูมิต่ำ พฤติกรรมการจัดการตนเอง การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเอง และแรงสนับสนุนทางสังคมต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต โดยใช้กรอบแนวคิดคุณภาพชีวิตของซาน และการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ได้รับการปลูกถ่ายไตและเข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล จำนวน 238 ราย เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก 1) ได้รับการปลูกถ่ายไตครั้งแรกจากผู้บริจาคมีชีวิต (living donor) และจากผู้บริจาคสมองตาย (deceased donor) 2) ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน 3) ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสุขภาพ 2) แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต 3) แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเอง 4) แบบประเมินโรคร่วม 5) แบบประเมินแรงสนับสนุนทางสังคม 6) แบบประเมินคุณภาพชีวิตแบบเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (KDQOL-SF Version 1.3) โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) 1) แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต เท่ากับ 0.993 2) แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต เท่ากับ 1.00 และ 3) แบบประเมินคุณภาพชีวิตเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (KDQOL-SF Version 1.3) เท่ากับ 0.943 และสำหรับค่าความเชื่อมั่น(reliability) ของแบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.777 แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต (The Kidney Transplantation Self-Management Scale) มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.898 แบบประเมินแรงสนับสนุนทางสังคม (Social Support Questionnaire) มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.816 และแบบประเมินคุณภาพชีวิตแบบเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (KDQOL-SF Version 1.3) แบบประเมินโรคร่วม Charlson Comorbidity Index (CCI) ทดสอบโดยวิธีการทดสอบซ้ำ (Test-Retest Method) นำมาวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation) ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.997 และ 1 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสุขภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับตัวแปรที่ศึกษา โดยใช้สถิติพรรณนา (descriptive Statistic) ได้แก่ ร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของคุณภาพชีวิตก่อนปลูกถ่ายไต และหลังปลูกถ่ายไต โดยใช้สถิติ T-test dependent กรณีข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ (normal distribution) กรณีข้อมูลมีการแจกแจงแบบไม่ปกติ (non-parametric statistical) ใช้สถิติ Wilcoxon signed rank-test วิเคราะห์อํานาจการทํานายในแต่ละปัจจัย วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโรคร่วม ระยะเวลาที่ไตแช่ในน้ำยาที่มีอุณหภูมิต่ำ พฤติกรรมการจัดการตนเอง การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเอง และแรงสนับสนุนทางสังคม และคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ ใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearsons product moment correlation) และใช้สถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุ (Multiple regression) ผลการศึกษา พบว่า คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพโดยรวมหลังได้รับการปลูกถ่ายไตโดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดี (M = 78.41, SD = 8.70) คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างหลังได้รับการปลูกถ่ายไตดีกว่าก่อนปลูกถ่ายไต และมีค่าระดับคะแนนคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพก่อนการปลูกถ่ายไต และหลังได้รับการปลูกถ่ายไตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -23.39, P <0.001) โดยมีคะแนนระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมทุกด้าน (M = 78.41, SD = 8.70) ดีกว่าก่อนได้รับการปลูกถ่ายไต (M = 53.14, SD = 14.95) และตัวแปรต้นทั้งหมดสามารถร่วมกันอภิปรายความผันแปรคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 15.9 (R2 = 0.159, F(5, 229) = 8.677) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.001) โดยพบว่า มีปัจจัยที่สามารถทำนายคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3 ปัจจัยได้แก่ ระยะเวลาที่ไตแช่ในน้ำยาที่มีอุณหภูมิต่ำ (β = -0.132, p = 0.032) แรงสนับสนุนทางสังคม (β = 0.172, p = .010) และ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเอง (β = 0.277, p <0.001) ผลการศึกษานี้อาจเป็นประโยชน์สําหรับผู้ให้บริการด้านสุขภาพในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพให้กับผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์