ผลของวัสดุปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการผลิตไมโครกรีน
Effect of growing media on growth, yield and economic profitability of microgreen production
Abstract:
วัสดุปลูกถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการผลิตไมโครกรีนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง ซึ่งวัสดุปลูกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หาง่าย ราคาถูก หรือสามารถผลิตเองได้ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสำหรับการผลิตไมโครกรีนให้มีต้นทุนต่ำ การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาวัสดุปลูกจากเศษวัสดุเหลือใช้สำหรับการผลิตไมโครกรีนทานตะวันและผักบุ้ง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ประกอบด้วย 8 สิ่งทดลอง จำนวน 3 ซ้ำ ได้แก่ T1: พีทมอส, T2: ขุยมะพร้าว, T3: ปุ๋ยหมักเศษใบไม้, T4: ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร, T5: ขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร, T6: ขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร อัตรา 1:1 โดยปริมาตร, T7: ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ + ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร อัตรา 1:1 โดยปริมาตร และ T8: ขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ + ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร อัตรา 1:1:1 โดยปริมาตร ซึ่งพบว่า วัสดุปลูกที่ประกอบด้วยขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร ส่งผลให้ความงอก ดัชนีการงอก และปริมาณผลผลิตของไมโครกรีนทานตะวันมีค่ามากที่สุด คือ 89.33 เปอร์เซ็นต์, 32.05 และ 10.11 กิโลกรัม/ตารางเมตร ตามลำดับ ในขณะที่ไมโครกรีนผักบุ้งมีปริมาณผลผลิตสูงที่สุดเมื่อปลูกในวัสดุที่ประกอบด้วยขุยมะพร้าว (10.97 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ซึ่งไม่แตกต่างกับการใช้วัสดุปลูกที่ประกอบด้วย ขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร และขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ + ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร อัตรา 1:1:1 โดยปริมาตร และพีทมอส ในส่วนขององค์ประกอบทางชีวเคมีพบว่า มีความแตกต่างกันไปตามประเภทของไมโครกรีน ซึ่งจากปริมาณคลอโรฟิลล์และแคโรทีนอยด์ของไมโครกรีนทั้ง 2 ชนิด พบว่าสอดคล้องกับการเจริญเติบโต โดยวัสดุปลูกที่ประกอบด้วยขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร ส่งผลให้ปริมาณคลอโรฟิลล์และแคโรทีนอยด์ของไมโครกรีนทานตะวันมีค่ามากที่สุด ในขณะที่วัสดุปลูกที่ประกอบด้วยขุยมะพร้าว และขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร ส่งผลให้ปริมาณคลอโรฟิลล์และแคโรทีนอยด์ของไมโครกรีนผักบุ้งมีค่ามากที่สุดซึ่งไม่แตกต่างกับการใช้วัสดุปลูกพีทมอส (ตัวควบคุม) ทั้งนี้พบว่า วัสดุปลูกทุกชนิดไม่ก่อให้เกิดการสะสมของไนเตรต หรือการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในไมโครกรีนทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ Clostridium perfringens, Salmonella spp. และ Staphylococcus aureus เกินค่ามาตรฐาน แต่พบว่าวัสดุปลูกเกือบทุกชนิดส่งผลให้มีการปนเปื้อนของเชื้อ Bacillus cereus ในไมโครกรีนทั้ง 2 ชนิด สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด ยกเว้นไมโครกรีนทานตะวันที่ปลูกในวัสดุปลูกพีทมอส (ตัวควบคุม) และวัสดุปลูกขุยมะพร้าว ดังนั้นจากผลการศึกษาวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า วัสดุปลูกที่ประกอบด้วยขุยมะพร้าว + ปุ๋ยหมักเศษใบไม้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร ถือเป็นวัสดุปลูกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตไมโครกรีนทานตะวัน ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตสดมากกว่าพีทมอสถึง 13 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีต้นทุนของวัสดุปลูกลดลงจากการใช้พีทมอสถึง 99.4 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่วัสดุปลูกขุยมะพร้าวถือเป็นวัสดุปลูกที่เหมาะสมที่สุดต่อการผลิตไมโครกรีนผักบุ้ง ซึ่งแม้ว่าไม่ทำให้ผลผลิตแตกต่างกับพีทมอสอย่างมีนัยสำคัญ แต่พบว่าทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับการใช้พีทมอสในราคาต้นทุนของวัสดุปลูกที่ต่ำกว่าพีทมอสถึง 15 เท่า อย่างไรก็ตามก่อนบริโภคไมโครกรีนควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค B. cereus ในไมโครกรีนที่ผลิตได้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์