การประเมินการกับเก็บและลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการจัดการวัสดุเหลือทิ้งของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยการนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน
Assessment of carbon storage and carbon emissions reduction from maize residues disposal by processing to renewable energy
Abstract:
สถานการณ์พลังงานในปัจจุบันมีเป้าหมายในการผลิตพลังงานของประเทศไทยปริมาณและการจัดการกับวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยจึงมีจุดประสงค์ในการประเมินปริมาณวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการเพาะปลูก วิเคราะห์การกักเก็บคาร์บอนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และหาแนวทางในการลดปริมาณการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยการนำมาผลิตเป็นพลังงานทตแทน ได้แก่ เชื้อเพลิงอัดแห่ง ก๊าซชีวภาพ ถ่าน เอทานอล และก๊าซชีวมวลโดยทำการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ปลูกเกษตร และพื้นที่โรงสี จากการเก็บข้อมูลเกษตรกรจำนวน 1,205 แปลงเพาะปลูก คิดเป็นพื้นที่รวม 13,884.7 ไร่ และเก็บข้อมูลจากพื้นที่โรงสีจำนวน 120 แห่ง พบว่าเมื่อเกษตรทำการเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้วจะมีวัสดุชัวมวลที่เป็นต้นและใบเกิดขึ้นในพื้นที่ 729.03 kg/ไร่และพื้นที่โรงสีที่เกษตรกรนำผลผลิตมาขายจะสีวัสดุชัวมวลที่เป็น ซังและเปลือกเกิดขึ้นในพื้นที่ 245 kg/ไร่ หลังจากนั้นเกษตรจะดำเนินการในการจัดการกับวัสดุชีวมวลเหล่านั้นในวิธีการต่าง ๆประกอบด้วย การเผาทิ้งในที่โล่ง ทิ้งในพื้นที่ ไถกลบ การนำไปใช้ผลิตเป็นปุย การนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง การขาย และในสัดส่วนต่าง ๆ กัน จากการพิจารณาการจัดการที่ไม่ถูกวิธีคือ การเผาทิ้งในพื้นที่ ทิ้งในพื้นที่ และการไถกลบนั้นเป็นการจัดการที่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมโดยคิดจากในพื้นที่เพาะปลูกประกอบด้วยต้นและใบ เท่ากับ 582.9 kg/ไร่ และในพื้นที่โรงสีประกอบด้วย ซังและเปลือก เท่ากับ 126.95 kg/ไร่ พบว่า ศักยภาพพลังงานจากการผลิตชีวมวลอัดแท่ง ถ่านชีวมวล ก๊าซชีวภาพ เอาทานอล และก๊าซชีวมวล จะสามารถผลิตได้เท่ากับ 701.85 kg/ไร่ 141.97 kg/ไร่ 564.58m3/ไร่ 300.17 Uไร่ และ 3,830.87 m3/ไร่ ตามลำดับ คิดเป็นศักยภาพพลังงานเท่ากับ 9,967.62MJ/ไร่ 1,812.96 MJ/ไร่ 11,856.06 MJ/ไร่ 6,393.57 MJ/ไร่ และ 13,791.14 MJ/ไร่ ตามลำดับ จะสามารถผลิตไฟฟ้าเท่ากับ 2,768 kWh/ไร่ 503.60 kWh/ไร่ 677.49 kWh/ไร่ 1,775.และ 3,830.87 kWh/ไร่ ตามลำดับ มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอน (CO, emission) ดังต่อไปนี้127.36, 23.17, 31.16, 81.70 และ 176.22 kgcO,eq /ไร่ ตามลำดับ ดังนั้นแนงทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการนำชีวมวลมาทดแทนถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า คือ ก๊าซชีวมวล เนื่องจากมีศักยภาพทางพลังงานที่สูงเมื่อเทียบกับศักยภาพพลังงานด้านอื่น ๆ จึงหมาะสมที่จะนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนเชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า เมื่อประเมินการกักเก็บคาร์บอนพื้นที่ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ภาคเหนือ 3,582,486 ไร่ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้เท่ากับ 8,287,782.08 tonesCO2-eq และจะสามารถในการผลิตออกซิเจนภาคเหนือ เท่ากับ6,023,360.75 tones02-eq ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาคเหนือของประเทศไทยมีศักยภาพที่เหมาะสมในการนำวัสดุเหลือทิ้งจากพื้นที่ปลูกจากวิธีการจัดการที่ไม่เหมาะสมนำมาผลิตเป็นพลังงานทางด้านต่าง ๆ ทดแทนพลังงานฟอสซิล ลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาการเผาทิ้ง การไถกลบ และการทิ้งไว้ในพื้นที่ และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง
มหาวิทยาลัยแม่โจ้. สำนักหอสมุด
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่โจ้