การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนของการจัดการการขนส่ง : กรณีศึกษาโรงงานผลิตคอนกรีตอัดแรง
Comparative study of cost and efficiency of transportation management : a case study of reinforced concrete factory
Abstract:
การค้นคว้าอิสระ เรื่องการศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนของการจัดการการขนส่ง กรณีศึกษา โรงงานผลิตคอนกรีตอัดแรง นี้สืบเนื่องมาจากกรณีมีการขยายตัวของธุรกิจ ทำให้มีการขนส่งสินค้าที่มากขึ้น จำเป็นต้องเพิ่มรถขนส่ง หรือเป็นทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารงานขนส่งของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าควรซื้อรถขนส่งเอง หรือใช้รถขนส่งร่วมในการบริหารงานขนส่ง ซึ่งการค้นคว้าอิสระนี้ได้ใช้ข้อมูลปฐมภูมิ จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์แผนกจัดส่ง ของบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด และ ข้อมูลทุติยภูมิจาก ระบบรายงานต่าง ๆ ของแผนกจัดส่ง และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการอ้างอิง ทั้งนี้งานวิจัยนี้ได้ใช้ทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผล ดังนี้ ทฤษฎีต้นทุน, การคำนวณหาระยะเวลาคืนทุน, การคำนวณหามูลค่าปัจจุบันสุทธิ, การคำนวณหาอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ, การคำนวณหาจุดคุ้มทุน และใช้ทฤษฎี SWOT Analysis ในการวิเคราะห์ จากการศึกษาพบว่า กรณีที่บริษัทซื้อรถคันใหม่ต้องลงทุนซื้อรถ 4,090,000.00 บาท และคิดเป็นต้นทุนต่อเที่ยวของรถขนส่งบริษัทอยู่ที่ 10,154.36 บาทต่อเที่ยว ส่วนรถขนส่งร่วมคิดเป็นต้นทุนต่อเที่ยวอยู่ที่ 11,852.00 บาทต่อเที่ยว และผลวิเคราะห์ในการลงทุน จากการคำนวณหาระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 6 ปี 2 เดือน การคำนวณหามูลค่าปัจจุบันสุทธิทั้งสามอย่าง ได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิต้นทุนรถบริษัทอยู่ที่ - 25,983,830.26 บาท มูลค่าปัจจุบันสุทธิต้นทุนรถร่วมอยู่ที่ - 28,839,101.03 บาท และมูลค่าปัจจุบันสุทธิมูลของค่าตอบแทนเพิ่มอยู่ที่ 2,855,270.77 บาท การคำนวณหาอัตราผลตอบแทนภายในโครงการหรืออัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่มในการลงทุนที่เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างต้นทุนของรถขนส่งบริษัท และต้นทุนของรถขนส่งร่วม อยู่ที่ร้อยละ 15.41 การคำนวณหาจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 1,461 เที่ยวต่อคัน และสำหรับผลการวิเคราะห์ SWOT Analysis หาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค พบว่าการใช้รถขนส่งบริษัทมีความเหมาะสมกว่าการใช้รถขนส่งร่วม เนื่องจากประเภทธุรกิจคอนกรีตอัดแรงนั้น ประเภทสินค้าของธุรกิจนี้จำเป็นต้องใช้รถขนส่งที่เป็นรถขนส่งเฉพาะคือรถเทรลเลอร์หางชักติดเครน ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากในตลาดขนส่ง ดังนั้นการซื้อรถขนส่งของบริษัทเองจะมีความเหมาะสมกว่า และในส่วนผลตอบแทนนั้น หากใช้รถขนส่งบริษัทจะได้ผลตอบแทนจากกำไรการขายสินค้า อยู่ที่ 70,000.00 บาทต่อคันต่อเดือน ส่วนรถร่วมอยู่ที่ 43,750 บาทต่อคันต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนของการใช้รถขนส่งบริษัท และการใช้รถขนส่งร่วมแล้ว พบว่าในส่วนของการวิเคราะห์ต้นทุนและการลงทุน การลงทุนในการซื้อรถใหม่ในช่วงแรกจะมีการลงทุนที่ค่อนข้างสูงในการซื้อรถ แต่หากระยะยาวจะมีต้นทุนต่อเที่ยวของรถขนส่งบริษัทที่น้อยกว่าต้นทุนต่อเที่ยวของการใช้รถขนส่งร่วม ทั้งนี้ในส่วนของการวิเคราะห์การลงทุน การซื้อรถขนส่งใหม่ของบริษัทมีแนวโน้มไปในทางที่เหมาะสม คือ ระยะเวลาคุ้มทุนไม่เกินระยะเวลาของการขายซากรถบรรทุก มูลค่าปัจจุบันสุทธิของต้นทุนรถบริษัทมากกว่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิของต้นทุนรถร่วม อัตราผลตอบแทนภายในโครงการหรืออัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่มในการลงทุนที่เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างต้นทุนของรถขนส่งบริษัทและต้นทุนของรถขนส่งร่วมมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ตั้งไว้ จุดคุ้มทุนจำนวนเที่ยวขนส่งมีโอกาสทำได้ และในส่วนผลตอบแทนนั้น การใช้รถขนส่งบริษัทมีกำไรจากการขายสินค้ามากกว่าการใช้รถขนส่งร่วม ทั้งนี้จากผลการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือการใช้รถขนส่งบริษัทมีความเหมาะสมกว่าการใช้รถขนส่งร่วม ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการบริหารงานขนส่งในธุรกิจคอนกรีตอัดแรงขนาดกลาง การซื้อรถบรรทุกมาบริหารเองมีความเหมาะสมกว่าการใช้รถร่วม หากมีเงินทุนในการลงทุนซื้อรถบรรทุกใหม่
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์