แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

กลไกการเคลื่อนย้ายและการกระจายตัวของสารหนูในหญ้าเนเปียร์แคระ ด้วยจลนศาสตร์ไฟฟ้าและสารช่วยเร่ง
The translocation and distribution mechanisms of arsenic In mott dwarf Napier Grass (Pennisetum purpureum cv. Mott) With electrokinetics and enhancing agent

Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาปริมาณการดูดดึงและสะสม และกลไกการเคลื่อนที่และการกระจายตัว ของสารหนูในหญ้าเนเปียร์แคระที่ปลูกในกากโลหกรรมจากเหมืองแร่ทองคำที่ปนเปื้อนสารหนู ร่วมกับการให้สนามไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 1 โวลต์ต่อเซนติเมตร เป็นเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน และการเติมสารช่วยเร่ง 2 ชนิด คือ สารฟอสเฟต และสารอีดีทีเอ โดยทำการศึกษาผลของระดับความเข้มข้นของสารฟอสเฟตที่ 0.7, 1.4 และ 2.8 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม และสารอีดีทีเอที่ 2.5, 5 และ 10 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม ต่อปริมาณการดูดดึงและสะสมสารหนู และการเจริญเติบโตของพืช โดยทำการเก็บตัวอย่างกากโลหกรรมและพืช (ส่วนใต้กากโลหกรรม-ราก และส่วนเหนือกากโลหกรรม-ลำต้นและใบ) ทุก 15 วัน เป็นระยะเวลา 60 วัน จากผลการศึกษา พบว่า การเติมสารฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้น 1.4 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม และสารอีดีทีเอที่ระดับความเข้มข้น 2.5 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม ทำให้หญ้าเนเปียร์แคระมีปริมาณการดูดดึงและสะสมสารหนูในส่วนเหนือกากโลหกรรมเพิ่มขึ้นสูงที่สุด โดยเมื่อสิ้นสุดการทดลองมีค่าเท่ากับ 2.62 และ 2.27 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ โดยมีค่าสูงกว่าชุดการทดลองควบคุมที่ไม่มีการให้สนามไฟฟ้าและการเติมสารช่วยเร่งคิดเป็น 2 และ 1.7 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่การเติมสารผสมระหว่างฟอสเฟตและอีดีทีเอที่ระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยปริมาตร ไม่ส่งผลให้ปริมาณการดูดดึงและสะสมสารหนูมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ทำให้หญ้าเนเปียร์แคระแสดงความเป็นพิษเพิ่มขึ้น โดยจากผลการวิเคราะห์รูปฟอร์มทางเคมีของสารหนูในกากโลหกรรมบริเวณขั้วแอโนดซึ่งเป็นบริเวณที่ทำการปลูกหญ้าเนเปียร์แคระด้วยเทคนิค Synchrotron Radiation Based Bulk-XANES (SR-Bulk-XANES) พบว่า การเติมสารฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้น 1.4 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม ทำให้สารหนูเกิดการออกซิไดส์เปลี่ยนไปอยู่ในรูปของอาร์เซเนตได้มากกว่าชุดการทดลองอื่น โดยมีค่าพลังงานที่ขอบการดูดกลืนรังสีเอกซ์ (E0) และค่าพลังงานที่ White Line สูงที่สุด โดยมีค่าเท่ากับ 11,866.10 และ 11,873.55 อิเล็กตรอนโวลต์ ตามลำดับ โดยผลการวิเคราะห์การสะสมและการกระจายตัวของสารหนูในหญ้าเนเปียร์แคระด้วยเทคนิค Synchrotron Based Micro-XRF Imaging (SR-µ-XRF Imaging) แสดงให้เห็นว่าการเติมสารฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้น 1.4 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม ส่งผลให้สารหนูและเหล็กเกิดการสะสมและการกระจายตัวส่วนใหญ่ที่บริเวณขนราก และเนื้อเยื่อชั้นเอพิเดอร์มิส ในขณะที่ธาตุอื่นๆ จะเกิดการกระจายตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นในได้มากกว่า และพบการสะสมและการกระจายตัวของสารหนูที่บริเวณบันเดิลชีทที่เรียงตัวอยู่โดยรอบมัดท่อท่อลำเลียงในส่วนของลำต้นและบริเวณเส้นกลางใบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายของสารหนูจากส่วนรากขึ้นสู่ลำต้นและใบของหญ้าเนเปียร์แคระผ่านทางท่อลำเลียงน้ำ นอกจากนี้สารหนูยังเกิดการสะสมอยู่ในในเนื้อเยื่อชั้นเอพิเดอร์มิสที่ผิวใบด้านล่างได้มากกว่าที่ผิวใบด้านบน ซึ่งมีความสอดคล้องกับการสะสมของโพแทสเซียม จากผลการวิเคราะห์สามารถสรุปได้ว่าการให้สนามไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 1 โวลต์ต่อเซนติเมตร ร่วมกับการเติมสารฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้น 1.4 มิลลิโมลต่อกิโลกรัม ส่งผลให้หญ้าเนเปียร์แคระสามารถเคลื่อนย้ายสารหนูจากรากขึ้นสู่ใบผ่านทางท่อลำเลียงน้ำ และมีความเป็นไปได้ที่หญ้าเนเปียร์แคระจะใช้โพแทสเซียมไอออนในการสร้างสมดุลไอออนที่เกิดจากการสะสมสารหนูที่บริเวณใบ และอาจจะเกิดการขับสารหนูออกทางต่อมคายน้ำที่อยู่บริเวณปลายของเส้นใบด้วยการคายน้ำในรูปของหยดน้ำ
Abstract: The main objective of this study is to evaluate arsenic (As) uptake, as well as As translocation and distribution mechanisms of dwarf Napier grass that has grown in As-contaminated gold mine tailings, with a constant direct current (DC) electric field of 1 V/cm applied for 3 hours per day and enhancing agents added (phosphate and EDTA). The effects of phosphate (PO43-) levels of 0.7, 1.4, and 2.8 mmol/kg, and EDTA levels of 2.5, 5, and 10 mmol/kg, on As uptake and plant growth of dwarf Napier grass, were evaluated. For a 60-day experiment, samples of tailings and plants (underground part - root and aboveground part - stem and leaf) were collected every 15 days. At the end of the experiment, the addition of PO43- at a level of 1.4 mmol/kg and EDTA at a level of 2.5 mmol/kg resulted in the highest As concentration in the aboveground part of dwarf Napier grass, with 2.62 and 2.27 mg/kg, respectively. There were 2- and 1.7- fold higher, respectively, than the control treatment, which was conducted without the application of electric field and the addition of enhancing agent. While adding the optimal level of PO43- and EDTA mixtures at a 1:1 volume ratio did not result in an increase in As uptake, it actually showed increased phytotoxicity. The chemical speciation of As in the tailing sample at the anode region, where dwarf Napier grass was planted, was analyzed by synchrotron radiation-based bulk-XANES (SR-Bulk-XANES). In comparison to the other treatments, the addition of PO43- at 1.4 mmol/kg tended to promote As oxidation the most, resulting in a higher increase in arsenate, which had the highest energy of the absorption edge (E0) and white line at 11,866.10 and 11,873.55 eV, respectively. Synchrotron radiation-based micro-XRF imaging (SR-XRF Imaging) was used to examine the accumulation and distribution of As in dwarf Napier grass treated with PO43- at 1.4 mmol/kg. According to the results, As and Fe accumulated mainly in the root hairs and epidermis, whereas other elements were able to translocate and accumulate in the inner tissue. In addition, As was also detected in the bundle sheet, which is located surrounding the vascular bundle of the stem and midrib. This indicated that As was translocated from roots to stems and leaves via the xylem. Furthermore, it was shown that As accumulated more in the abaxial epidermis of the midrib than in the adaxial epidermis, which corresponded to K accumulation. Therefore, it can be concluded that the application of a constant DC electric field of 1 V/cm with the addition of phosphate at 1.4 mmol/kg caused dwarf Napier grass to translocate As from roots to leaves via xylem. Furthermore, dwarf Napier grass is likely to use K+ as a counterbalancing cation to As accumulation in the leaves, with As possibly being extruded by guttation through the hydathodes at the vein tips.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Created: 2564
Modified: 2567-01-04
Issued: 2567-01-04
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 6087811720[1].pdf 10.23 MB1 2025-10-08 11:53:34
ใช้เวลา
0.024019 วินาที

อุดมศักดิ์ บุญมีรติ
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
Title Creator Type and Date Create
ผลของการใช้ปุ๋ยต่อคุณภาพดินและน้ำในนาข้าว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
เกริก ปิ่นตระกูล
วิทยานิพนธ์/Thesis
การดูดดึงแคดเมียมโดยอ้อยที่ปลูกในดินที่ปนเปื้อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
วราภรณ์ ศรีตัมภวา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การกำจัดโครเมียมด้วยต้นก้างปลาโดยวิธีการปลูกพืชในดินและไร้ดิน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
สุธินี วดีศิริศักดิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
กมลทิพย์ ดอกประทุม
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของอีดีทีเอและอีดีดีเอสต่อการดูดดึงโครเมียมและตะกั่วโดยใช้สับปะรดที่ปลูกในดินปนเปื้อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
ทิพวรรณ พจนาภรณ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของอีดีทีเอต่อการดูดดึงแคดเมียมและสังกะสีของอ้อยที่ปลูกในดินที่ปนเปื้อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
ณัฐกาญจน์ ตันติธีระศักดิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ต่อการดูดดึงแคดเมียมและสังกะสีของข้าวที่ปลูกในดินปนเปื้อนจากพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
พนัส พงศ์ผลาดิสัย
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของปุ๋ยเคมีต่อการดูดดึงแคดเมียมด้วยการปลูกอ้อยในดินที่มีการปนเปื้อนจากพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
ภารินี วนาพรรณ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
การล้างดินปนเปื้อนตะกั่วและโครเมียมด้วยอีดีทีเอและทวีน 80
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
นวพร เทศทศพร
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของอีดีทีเอและกรดซิตริกต่อการดูดดึงแคดเมียมในน้ำด้วยผักตบชวา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
กัลปพฤกษ์ คงเมือง
วิทยานิพนธ์/Thesis
การใช้สับปะรดเป็นตัวชี้วัดความเป็นพิษของโครเมียมและตะกั่วที่ปนเปื้อนในดิน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
สุภาพร แป้งทา
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
สารินี โฉมแก้ว
วิทยานิพนธ์/Thesis
การเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศและน้ำ จากการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
สุรวิชญ์ อินทรสันติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของสารคีเลตและพีเอชต่อการกำจัดแคดเมียมที่ปนเปื้อนในดินตะกอนท้องน้ำด้วยผักตบชวา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
กัลย์สุดา ปิ่นพา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของกรดเอทิลีนไดเอมินเททระอะซีติก (อีดีทีเอ) และกรดไนตริโลไทรอะซีติก (เอนทีเอ) ต่อการกำจัดแคดเมียมในน้ำด้วยหญ้าเนเปียร์แคระ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
มนทิรา สุขเจริญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาตัวคูณมลพิษเพื่อประเมินการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนจากยานพาหนะในประเทศไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช;สุรัตน์ บัวเลิศ
สุทธิชาน์ นิลฤทธิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การดูดดึงไซยาไนด์ แมงกานีส และสารหนูด้วยพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ จากกากโลหกรรมเหมืองแร่ทองคำ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
เรวดี ศรีนุ้ยคง
วิทยานิพนธ์/Thesis
กลไกการดูดดึงแคดเมียมจากน้ำเสียโดยหญ้าเนเปียร์แคระ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช;เพ็ญรดี จันทร์ภิวัฒน์
เอกชา ตนานนท์ชัย
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของสารอีดีทีเอต่อการดูดดึงแคดเมียมในดินปนเปื้อนด้วยเฮมพ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
อชิรญาณ์ คเณศรักษพงษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
กลไกการเคลื่อนย้ายและการกระจายตัวของสารหนูในหญ้าเนเปียร์แคระ ด้วยจลนศาสตร์ไฟฟ้าและสารช่วยเร่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
อุดมศักดิ์ บุญมีรติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 96
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 3,549
รวม 3,645 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 132,591 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 1,677 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 451 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 43 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 12 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 2 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 1 ครั้ง
รวม 134,779 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.217