ประสิทธิภาพของสารสกัดจากดีปลี (Piper retrofractum Vahl) ต่อตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูในโรงเก็บ
Effectiveness of long pepper (Piper retrofractum Vahl) extracts against adult of stored product insect pests
Abstract:
จากการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากดีปลี (Piper retrofractum Vahl) ที่สกัดด้วย hexane, acetone และ ethanol ต่อตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูในโรงเก็บ 3 ชนิด ได้แก่ ด้วงงวงข้าวโพด (Sitophiius zeamais) ด้วงถั่วเหลือง (CaUosobruchus chinensis) และด้วงถั่วเขียว ('CaUosobruchus maculatus) เมื่อทำการทดสอบในรูปแบบของสารฆ่าโดยวิธีการสัมผัส (contact method) ต่อด้วงงวงข้าวโพด ที่ความเข้มข้น 0.00, 31.45, 62.89, 94.34, 125.78 และ 157.23 Mg/cm2 เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (157.23 Mg/cm2 ของ Tween-20 ในนํ้า) ที่เวลา 12 และ 24 ชั่วโมง พบว่า สารสกัดจากดีปลีที่สกัดด้วย hexane ให้ผลในการฆ่าด้วงงวงข้าวโพดได้ดีที่สุด โดยในการทดสอบที่เวลา 24 ชั่วโมง ความเข้มข้น 157.23 Mg/cm2 สามารถฆ่าด้วงงวงข้าวโพดได้ถึง 97.40% ซึ่งสารสกัดจากดีปลีที่สกัดด้วย hexane ยังมีความเป็นพิษมากที่สุด โดยมีค่า LC50 และ LC90 เท่ากับ 0.319 และ 0.594 Mg/cm2 ตามลำดับ เมื่อทำการทดสอบในรูปแบบของสารฆ่าโดย วิธีการสัมผัสต่อด้วงถั่วเขียว ที่ความเข้มข้น 0, 3.14, 6.29, 9.43, 12.58 และ 15.72 Mg/cm2 เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (15.72 Mg/cm2 ของ Tween-20 ในนํ้า) พบว่า ที่เวลา 48 ชั่วโมง ความ เข้มข้น 15.72 Mg/cm2 สามารถฆ่าด้วงถั่วเขียวได้มากถึง 100% มีความเป็นพิษต่อด้วงถั่วเขียว โดยมี ค่า LC50 และ LC90 เท่ากับ 4.781 และ 8.731 Mg/cm2 ตามลำดับ และเมื่อทำการทดสอบในรูปแบบ ของสารฆ่าโดยวิธีการสัมผัสต่อด้วงถั่วเหลือง ที่ความเข้มข้น 0, 3.93, 7.86, 11.79, 15.72 และ 19.65 Mg/cm2 เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (19.65 Mg/cm2 ของ Tween-20 ในนํ้า) เมื่อทดสอบที่ เวลา 48 ชั่วโมง ความเข้มข้น 19.65 Mg/cm2 พบว่า สามารถฆ่าด้วงถั่วเหลืองได้มากถึง 98.33% มี ค่าความเป็นพิษ LC50 และ LC90 เท่ากับ 7.963 และ 14.045 Mg/cm2 ตามลำดับ เมื่อนำสารสกัด จากดีปลีที่สกัดด้วย hexane มาทดสอบกับแมลงศัตรูในโรงเก็บทั้ง 3 ชนิด ในรูปแบบของสารไล่ พบว่ามีประสิทธิภาพในการการไล่ด้วงงวงข้าวโพดได้ไม่ดีนัก โดยมีค่าดัชนีการไล่ (%RI) น้อยกว่า 10% และมีประสิทธิภาพในการไล่ด้วงถั่วเขียวและด้วงถั่วเหลืองได้เล็กน้อย ที่เวลา 5 และ 3 ชั่วโมง โดยมีค่าดัชนีการไล่ (%RI) อยู่ที่ 44 และ 40% ตามลำดับเมื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากดีปลีต่อแมลงศัตรูในโรงเก็บทั้ง 3 ชนิด ใน รูปของสารฆ่า โดยวิธีการเคลือบเมล็ด ทำการทดสอบโดยใช้ตัวอย่างสารเคลือบชนิดต่าง ๆ กัน 6 ชนิด ได้แก่ สารเคลือบ+ดีปลี 1%, สารเคลือบ+ดีปลี 3%, สารเคลือบ+ดีปลี 5%, สารเคลือบ+สารเคมี rec. rate และสารเคมี+สารเคมี double rate เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม คือสารเคลือบที่ไม่มีการ ผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เป็นเวลา 0, 2, 4 และ 6 เดือน พบว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานที่ทำการเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 4 เดือน ที่เคลือบด้วยสารเคลือบ+ดีปลี 5% และ สารเคลือบ+สารเคมี double rate มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดด้วงงวงข้าวโพดได้ดีที่สุด โดย มีอัตราการตายเท่ากับ 87.99 และ 97.18% ตามลำดับ เช่นเดียวกันกับเมล็ดถั่วเขียวที่ทำการเก็บ รักษาไว้เป็นเวลา 4 เดือน ที่เคลือบด้วยสารเคลือบ+ดีปลี 3%, สารเคลือบ+ดีปลี 5% และสาร เคลือบ+สารเคมี double rate มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดด้วงถั่วเขียวและด้วงถั่วเหลืองได้ดื ที่สุด โดยมีอัตราการตายของด้วงถั่วเขียวเท่ากับ 99.05, 100 และ 99.00% ตามลำดับซึ่งไม่มีความ แตกต่างกันทางสถิติ และมีอัตราการตายของด้วงถั่วเหลืองเท่ากับ 98.05, 100 และ 95.00% ตามลำดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ และสารเคลือบเมล็ดจากสารสกัดดีปลีที่ความเข้มข้น 1, 3 และ 5%สามารถยับยั้งการวางไข่ของแมลงศัตรูในโรงเก็บทั้ง 3 ชนิดได้มากถึง 100% ในทุก ๆ ช่วงระยะเวลาในการเก็บรักษาเมื่อทำการทดสอบคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน และเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวที่ทำการ เคลือบด้วยสารเคลือบจากสารสกัดดีปลี พบว่าในเมล็ดข้าวโพดที่ทำการเคลือบด้วยสารเคลือบจากดีปลีที่ความเข้มข้น 1% เมื่อเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 6 เดือน นั้นมีเปอร์เซ็นต์การงอกเท่ากับ 64.50% ในส่วนของเมล็ดถั่วเขียวที่เคลือบด้วยสารเคลือบจากสารสกัดดีปลีที่ความเข้มข้น 1 % เมื่อทำการเก็บ รักษาที่ระยะเวลา 4 และ 6 เดือน มีเปอร์เซ็นต์การงอกเท่ากับ 98.75 และ 97.50% ตามลำดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่างทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดที่ไม่ผ่านการเคลือบ
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Email:
Lifelong@kmitl.ac.th
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
©copyrights สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง