การเปรียบเทียบสารประกอบฟีนอลิกและฤทธิ์ทางเครื่องสำอางจากผลหมากด้วยการใช้วิธีแบบตัวทำละลายและวิธีดีฟยูเทกติค
Comparison of phenolic content and cosmetic bioactivities from Areca catechu extracted by solvent and deep eutectic solvent extraction
Abstract:
หมาก (Areca catechu L.) อุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระที่โดดเด่น เดิมการสกัดสารจากพืชนิยมใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ซึ่งค่อนข้างเป็นพิษ และมีการระเหยของสารส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทำให้วิธีการสกัด Green solvent ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ดีฟยูเทกติค (Deep Eutectic Solvent) ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เตรียมได้ง่าย การระเหยต่ำ และสามารถสกัดได้ทั้งสารที่มีขั้วและไม่มีขั้ว
การค้นคว้าอิสระนี้ผู้วิจัยสนใจเปรียบเทียบการสกัดผลหมากด้วยวิธีการใช้ตัวทำละลายโดยใช้
เอทานอลร้อยละ 70 และวิธีดีฟยูเทกติคเพื่อศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิก
ฟลาโวนอยด์ แทนนิน ฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP ประเมินฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ศึกษาความคงตัวของ pH ในสภาวะต่าง ๆ และทดสอบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในสารสกัดหมาก ในงานวิจัยนี้วิธีดีฟยูเทกติคผู้วิจัยเลือกใช้ตัวรับพันธะไฮโดรเจน คือ L-Proline และใช้ตัวให้พันธะไฮโดรเจนที่แตกต่างกัน คือ Glycerol, Lactic acid และ Urea เป็นสารที่มีความปลอดภัยในทางเครื่องสำอาง โดยใช้อัตราส่วน 1:2 ปริมาณน้ำร้อยละ 30 โดยปริมาตร ใช้การสกัดด้วยคลื่นความถี่สูง (Ultrasound assisted extraction) ที่อุณหภูมิ 45
องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 60 นาที ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดหมากที่สกัดด้วยวิธีดีฟยูเทกติค
L-Proline-Urea ให้ปริมาณสารประกอบกลุ่มฟีนอลิก สารฟลาโวนอยด์ สารแทนนิน สูงกว่าตัวทำละลายอินทรีย์อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ได้ค่าเท่ากับ 190.58 ± 2.34 มิลลิกรัมสมมูลของ
กรดแกลลิกต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง, 586.5 ± 5.20 มิลลิกรัมสมมูลของรูตินต่อกรัมของตัวอย่างแห้งและ 544.57 ± 9.08 มิลลิกรัมสมมูลของคาเทชินต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง ตามลำดับ ความสามารถในการยับยั้งอนุมูลอิสระที่ทดสอบด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP สารสกัดหมากที่สกัดด้วย Proline-Urea มีฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระสูงสุดเช่นเดียวกัน มีค่าเท่ากับ 344.91 ± 0.61 มิลลิกรัมสมมูลโทรลอกซ์ต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง, 639.15 ± 0.69 มิลลิกรัมสมมูลโทรลอกซ์ต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง และ 310.87 ± 6.65 มิลลิกรัมสมมูลโทรลอกซ์ต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง ตามลำดับ และการใช้ L-Proline-Urea ให้ฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสดีกว่าตัวทำละลายอินทรีย์อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ได้ค่าเท่ากับ 12.00 ± 0.42 มิลลิกรัมสมมูลกรดโคจิกต่อกรัมของตัวอย่างแห้ง นอกจากนี้การสกัดด้วยวิธีดีฟยูเทกติคช่วยให้ความเสถียรของ pH ที่อุณหภูมิสูง และไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในสารสกัด สรุปได้ว่าการสกัดผลหมากด้วย L-Proline-Urea อัตราส่วน 1:2 และใช้วิธีคลื่นความถี่สูงในการสกัดได้สารสกัดหมากที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระมากกว่าการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์เอทานอลร้อยละ 70 ดังนั้นวิธีการสกัด
ดีฟยูเทกติคจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสกัดหมากด้วยวิธีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ
มีประสิทธิภาพ สารสกัดที่ได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในทางเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง