การเตรียมน้ำมันหอมระเหยจากผลมะแขว่นและการประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอาง
Preparation of essential oil from the Zanthoxylum Limonella fruit for cosmetica application
Abstract:
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของผลมะแขว่นเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอาง โดยนำผลมะแขว่นทำการสกัดแยกน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นด้วยวิธีการกลั่นด้วยน้ำเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ได้ร้อยละของผลผลิตเท่ากับ 5.19 ± 1.02 โดยน้ำหนัก จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นโดยเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโทรมิเตอร์ พบสารทั้งหมด 29 ชนิด โดยสาร 3 ตัวหลักที่พบเยอะ ได้แก่ Limonene (25.96%), Alpha Phellandrene (16.13%) และ Beta Phellandrene (13.61%) เมื่อนำน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นที่ได้มาวิเคราะห์หาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยใช้สารอนุมูลอิสระ 2,2-ไดฟีนิล-1-ไพคริลไฮดราซิล (DPPH) ผลพบว่าน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นมีประสิทธิภาพในการยับยั้งอนุมูลอิสระได้ดี มีค่า IC50 = 0.036 mg/ml หลังจากนั้นได้ทดสอบฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์กับแบคทีเรียทดสอบ
แกรมบวกและแกรมลบ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ Staphylococcus aureus, Staphylococcus epidermidis, Pseudomonas aeruginosa และ Escherichia coli ทดสอบโดยดูจากบริเวณยับยั้ง (Inhibition Zone) และทดสอบหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Minimum Inhibitory Concentrations, MIC) พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกหุ้มเมล็ดออกฤทธิ์ต้านการเจริญของเชื้อ Staphylococcus aureus และ Staphylococcus epidermidis ได้ดีที่สุดโดยให้ค่า MIC เท่ากับ 1.56 mg/ml เมื่อนำผลมาศึกษาหาความเข้มข้นต่ำสุดของน้ำมันหอมระเหยที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมด (Minimum Bactericidal Concentrations, MBC) พบว่าค่า MBC ของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นออกฤทธิ์ต่อเชื้อ Staphylococcus aureus ดีที่สุดมีค่า MBC เท่ากับ 1.56 mg/ml และออกฤทธิ์กับเชื้อ Escherichia coli ได้ดี โดยมีค่า MBC เท่ากับ 3.12 mg/ml ซึ่งเป็นค่าที่แสดงการออกฤทธิ์ได้ดีกว่ากรณีที่ทดสอบกับเชื้อ Staphylococcus epidermidis และ Pseudomonas aeruginosa การพัฒนาสูตรตำรับ เจลแต้มสิว เมื่อทดสอบความคงตัวและการประเมินลักษณะทางกายภาพของตำรับพบว่าสูตรที่มีน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นร้อยละ 0.15 นั้นลักษณะทางกายภาพของเจลที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นมีความคงตัว มีกลิ่นหอมในโทนซิตรัสจากผลมะแขว่นจึงสามารถสรุปได้ว่าการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากมะแขว่นในการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเครื่องสำอางต่อไปได้
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง