การพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงมือ ที่มีสารสกัดจากมะรุม
Development of hand cream containing Moringa oleifera extract
Abstract:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากใบมะรุม (Moringa oleifera) ด้วยวิธีการแช่สกัดใน 50%, 70% เอทานอลและน้ำกลั่น เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำสารสกัดที่ได้มาประเมินปริมาณฟลาโวนอยด์ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (DPPH, ABTS, FRAP) และฤทธิ์ต้านการอักเสบในเซลล์ รวมถึงพัฒนาตำรับครีมบำรุงมือที่มีสารสกัดจากใบมะรุม ผลการศึกษาพบว่าปริมาณฟลาโวนอยด์ (TFC) ของสารสกัดใบมะรุมที่สกัดด้วย 70% เอทานอล มีค่าสูงที่สุด 514.43 ± 1.63 mg QE/g extract (p<0.05) สอดคล้องกับการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระให้ฤทธิ์ DPPH 1,782 ± 21.93 mg TEAC/g crude extract, ABTS 5,262.67 ± 20.21 mg TEAC/g crude extract, FRAP 1,422.93 ± 9.74 mg TEAC/g crude extract สูงที่สุดที่สารสกัด 70% เอทานอล (p<0.05) นอกจากนี้ฤทธิ์ต้านการอักเสบในเซลล์ของสารสกัดที่สกัดด้วย 70% เอทานอลเปรียบเทียบกับ Indomethacin ที่ความเข้มข้นต่างกัน สามารถต้านการอักเสบได้ (p<0.05) โดยพบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถยับยั้งการหลั่งไนตริกออกไซด์จากเซลล์แมคโครฟาจ RAW 264.4 มีค่า IC50 เท่ากับ 117.76 µg/ml ตามลำดับ (โดยค่า IC50 ของสารมาตรฐาน Indomethacin เท่ากับ 13.23 µg/ml) จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงมือที่มีสารสกัดใบมะรุม สกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอล 70% ที่ความเข้มข้นต่างกัน ได้แก่ 0.05%, 0.25% และ 0.50% w/w (F1-F3, ตามลำดับ) ผลการวิจัยพบว่าตำรับที่ความเข้มข้น 0.50% w/w มีความเหมาะสม เนื่องจากสูตรมีความคงตัวดี มีลักษณะทางกายภาพ สีน่าใช้ เมื่อทดสอบประสิทธิภาพหลังใช้ พบว่า หลังจากทาผลิตภัณฑ์พบว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างต่อเนื่องหลังจากใช้ โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือที่ไม่มี รูขุมขน ขาดต่อมน้ำมัน ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยตำรับ F3 สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณฝ่ามือ ได้ถึง 52.14 ± 17.03% หลังจากทา 30 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนใช้ มีค่าความชุ่มชื้น ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง