แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ประสิทธิภาพของเชื้อราสาเหตุโรคแมลงภายหลังผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura)) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
Efficiency of entomopathogenic fungi after in vivo passage infection in leafhopper Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura), vector of sugarcane white leaf disease

keyword: เพลี้ยจักจั่น
; โรคใบขาวอ้อย
; เชื้อไฟโตพลาสมา
; เชื้อราสาเหตุโรคแมลง
; การนำเชื้อราผ่านโฮสต์
Abstract: เพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura)) เป็นแมลงพาหะที่สำคัญสามารถถ่ายทอดเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุของโรคใบขาวอ้อยได้ การจัดการแมลงพาหะเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการลดการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งมีการใช้เชื้อราสาเหตุโรคแมลงในการควบคุมแบบชีววิธี อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวมีข้อจำกัด คือ ประสิทธิภาพและความรุนแรงลดลง เมื่อเพาะเลี้ยงเชื้อราลงบนอาหารเลี้ยงเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวทางการฟื้นฟูคุณสมบัติและความรุนแรงของเชื้อราสาเหตุโรคแมลง ได้แก่ การนำเชื้อราผ่านการเข้าทำลายโฮสต์ (in vivo host passage) ดังนั้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของเชื้อราภายหลังผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (M. hiroglyphicus) โดยมีเชื้อรา 6 ไอโซเลต ได้แก่ เชื้อรา Metarhizium sp. BCC30455, M. anisopliae BCC16762, B. bassiana BCC2779, BCC4742, BCC1495 และ SUTTU01 แต่ละไอโซเลตมีเชื้อราเริ่มต้นจาก Initial stock, เชื้อราที่ผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล จำนวน 1 3 และ 5 ครั้ง (HP1, HP3 และ HP5) และเชื้อราที่ผ่านการเพาะเลี้ยงบนอาหารอย่างต่อเนื่อง จำนวน 10 ครั้ง (Sub10) ผลการศึกษาคุณสมบัติของเชื้อรา พบว่า การเจริญของเส้นใยของเชื้อราทุกไอโซเลตในกลุ่ม HP1 และ HP3 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อยู่ระหว่าง 4.66±0.37-7.74±0.15 ซม. ซึ่งไม่มีความแตกต่างกับเชื้อราจาก Initial stock อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่เชื้อรา HP5 และเชื้อรา Sub10 การเจริญของเส้นใยมีแนวโน้มลดลง ส่วนจำนวนสปอร์ของเชื้อรา Metarhizium sp. BCC30455, M. anisopliae BCC16762, B. bassiana BCC2779 และ BCC1495 ในกลุ่ม HP1 มีจำนวนสปอร์มากที่สุด (229.69, 175.25, 152.70 และ 147.94 (x106spores/ml) ตามลำดับ) ส่วนเชื้อรา B. bassiana BCC4742 และ SUTTU01 ในกลุ่ม HP3 มีจำนวนสปอร์มากที่สุด (185.50 และ 202.50 (x106spores/ml) ตามลำดับ) ซึ่งแตกต่างจากกรรมวิธีอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ในส่วนของกิจกรรมของเอนไซม์ไคติเนส พบว่า เชื้อรา Metarhizium sp. BCC30455, M. anisopliae BCC16762, B. bassiana BCC2779 และ BCC1495 ในกลุ่ม HP1 มีค่ากิจกรรมของเอนไซม์ไคติเนสมากที่สุด 1.86, 1.94, 2.56 และ 2.05 ตามลำดับ ในขณะที่เชื้อรา HP3 และ HP5 มีแนวโน้มลดลง ส่วนเชื้อรา B. bassiana BCC4742 และ SUTTU01 ในกลุ่ม HP3 มีกิจกรรมของเอนไซม์ไคติเนสมากที่สุด (1.79 และ 2.39 ตามลำดับ) ซึ่งกิจกรรมของเอนไซม์ไคติเนสลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเชื้อรากลุ่ม HP5 ส่วนกิจกรรมของเอนไซม์โปรติเอสของเชื้อราทุกไอโซเลตในกลุ่ม HP1 และ HP3 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีค่า enzymatic indexes อยู่ระหว่าง 1.10-2.57 ในขณะที่เชื้อรา HP5 และเชื้อรา Sub10 กิจกรรมของเอนไซม์โปรติเอสมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ประสิทธิภาพของเชื้อราต่อการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (M. hiroglyphicus) พบว่า เชื้อราทุกไอโซเลตในกลุ่ม HP1 และ HP3 สามารถเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นระยะตัวเต็มวัยได้ 30.00 -80.00% ในขณะที่ เชื้อรา Sub10 มีประสิทธิภาพของเชื้อราลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) โดยมีเปอร์เซ็นต์การตายของเพลี้ยจักจั่น อยู่ที่ 12.50 - 37.50% เพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาลที่ฉีดพ่นด้วยเชื้อรากลุ่ม HP1 มีความสามารถในการถ่ายทอดเชื้อไฟโตพลาสมาได้ 68.75-100% ซึ่งไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ในขณะที่เพลี้ยจักจั่นที่ฉีดพ่นด้วยเชื้อรากลุ่ม HP3 ความสามารถในการถ่ายทอดเชื้อไฟโตพลาสมามีแนวโน้มลดลง อยู่ระหว่าง 31.58-71.43% และการตรวจสอบปริมาณเชื้อไฟโตพลาสมาในต้นอ้อย พบว่า ต้นอ้อยที่ได้รับการถ่ายทอดเชื้อโดยเพลี้ยจักจั่นที่ฉีดพ่นด้วยเชื้อรากลุ่ม HP1 พบจำนวนของยีน 16S rDNA อยู่ในช่วง 1,314.61-4,957.81 copies ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนต้นอ้อยที่ได้รับการถ่ายทอดเชื้อจากเพลี้ยจักจั่นที่ฉีดพ่นด้วยกลุ่มเชื้อรา HP3 พบจำนวนของยีน 16S rDNA อยู่ในช่วง 1,822.74 - 4,635.76 copies ซึ่งทุกกรรมวิธีไม่แตกต่างกันทางสถิติ การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า เชื้อราที่ผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (M. hiroglyphicus) สามารถฟื้นฟูคุณสมบัติและคงสภาพความรุนแรงได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อราที่ผ่านการเพาะเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงเชื้ออย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเทคนิคการนำเชื้อราผ่านการเข้าทำลายแมลงเป้าหมายจึงมีความสำคัญในการใช้เชื้อราควบคุมแมลงศัตรูพืช โดยการผ่านโฮสต์ที่เหมาะสมสำหรับเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล คือ 1 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดและไอโซเลตของเชื้อรา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: preserv@tu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Created: 2565
Modified: 2566-07-17
Issued: 2566-07-17
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 12210kessinee.pdf 5.3 MB1 2023-12-15 11:15:42
ใช้เวลา
-0.946406 วินาที

จุรีมาศ วังคีรี
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิภาพของเชื้อราสาเหตุโรคแมลงในการควบคุมเพลี้ยจักจั่น Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;บุญเฮียง พรมดอนกอย
จุฑามาส ฮวดประสิทธิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาแบคทีเรีย Wolbachia ในเพลี้ยจักจั่นหลังขาว (Yamatotettix flavovittatus Matsumura)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;วิลาวรรณ์ เชื้อบุญ
พนิดา เทวรักษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิภาพสารสกัดพืชต่อการควบคุมมอดข้าวสาร (Sitophilus oryzae L.) ในข้าวอินทรีย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิลาวรรณ์ เชื้อบุญ;จุรีมาศ วังคีรี
นันท์นภัส พิริยะอนนท์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจำแนกชนิดของแบคทีเรียร่วมอาศัยและบทบาทต่อแมลงพาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;วิลาวรรณ์ เชื้อบุญ
ภิญญา เจริญพานิชสันติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลิตภัณฑ์สารสกัดธรรมชาติเพื่อควบคุมแมลงวันทอง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิลาวรรณ์ เชื้อบุญ;จุรีมาศ วังคีรี
ชุติมา กลับแสง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของแบคทีเรียโวลบาเคีย (Wolbachia) ต่อการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ในเพลี้ยจักจั่นหลังขาว (Yamatotettix flavovittatus Matsumura) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
กมลรัตน์ สุวรรณไชศรี
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความหลากหลายและปริมาณของแบคทีเรียโวลบาเคีย (Wolbachia) ในเพลี้ยจักจั่นหลังขาว (Yamatotettix flavovittatus Matsumura) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
ปิยธิดา สนิท
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิภาพของเชื้อราสาเหตุโรคแมลงภายหลังผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura)) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
เกษสินี แก้วสระแสน
วิทยานิพนธ์/Thesis
โครงสร้างพันธุศาสตร์ประชากรของแมลงโปรตีน (Hermetia illucens L.) ในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;ยุพา หาญบุญทรง
พิชญ์สินี ลิ่มวงศ์เสรี
วิทยานิพนธ์/Thesis
จริยา รอดดี
Title Creator Type and Date Create
ผลของแบคทีเรียโวลบาเคีย (Wolbachia) ต่อการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ในเพลี้ยจักจั่นหลังขาว (Yamatotettix flavovittatus Matsumura) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
กมลรัตน์ สุวรรณไชศรี
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความหลากหลายและปริมาณของแบคทีเรียโวลบาเคีย (Wolbachia) ในเพลี้ยจักจั่นหลังขาว (Yamatotettix flavovittatus Matsumura) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
ปิยธิดา สนิท
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิภาพของเชื้อราสาเหตุโรคแมลงภายหลังผ่านการเข้าทำลายเพลี้ยจักจั่นลายจุดสีน้ำตาล (Matsumuratettix hiroglyphicus (Matsumura)) พาหะนำโรคใบขาวอ้อย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุรีมาศ วังคีรี;จริยา รอดดี
เกษสินี แก้วสระแสน
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 22
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,556
รวม 1,578 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 67,533 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 98 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 59 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 7 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 4 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 2 ครั้ง
รวม 67,703 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.181