Title
การจัดการระบบการผลิตที่แตกต่างต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่ง : กรณีศึกษา พื้นที่ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
Title Alternative
Management of different cultivation on yield quantity and quality of asparagus: a case study in Tha Din Dam Sub-district, Chai Badan District, Lopburi Province
Description
Abstract:
การศึกษาผลของการจัดการระบบการผลิตที่แตกต่างต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus officinalis L.) กรณีศึกษาในพื้นที่ ต.ท่าดินดำ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เป็นการเก็บข้อมูลเชิงสำรวจร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเกษตรกรผู้ผลิตหน่อไม้ฝรั่ง และนำข้อมูลไปทดสอบความสม่ำเสมอของหน่วยทดลอง ซึ่งมีค่าความสม่ำเสมอของหน่วยทดลองอยู่ที่ 81.08, 89.18 และ 86.47 เปอร์เซ็นต์ (สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด) ทั้งในระบบการผลิตแบบทั่วไป ระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP และระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หลังจากนั้น นำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการศึกษาสมบัติทางเคมีของดินและคุณภาพผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่งในห้องปฏิบัติการ วางแผนการทดลองแบบบล็อกสุ่มสมบูรณ์ (RCBD) ประกอบด้วยการผลิตหน่อไม้ฝรั่ง 3 ระบบ คือ ระบบการผลิตแบบทั่วไป ระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP และระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากผลการทดลอง พบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตแบบทั่วไปมีปริมาณผลผลิตและปริมาณธาตุอาหารในผลผลิตสูงที่สุด โดยเฉพาะปริมาณไนโตรเจน โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง และยังมีปริมาณคลอโรฟิลล์กับสารต้านอนุมูลอิสระ ในปริมาณที่สูงกว่าหน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตแบบอื่น ๆ แต่ในส่วนของปริมาณฟอสฟอรัส พบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีปริมาณสูงที่สุด (15.13 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) นอกจากนี้ยังพบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ยังมีการเจริญเติบโต (ความกว้างทรงพุ่ม) มากกว่าระบบอื่น ๆ ซึ่งมีค่าเท่ากับ 58.11 เซนติเมตร สำหรับปริมาณสารพิษตกค้างและโลหะหนัก พบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบ การผลิตแบบทั่วไปยังมีปริมาณไนเตรทสูงที่สุดแต่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ ส่วนปริมาณของโลหะหนักโดยเฉพาะแคดเมียมและตะกั่ว พบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากทุกระบบการผลิตยังคงมีค่า เกินมาตรฐาน แต่ในด้านสารตกพิษตกค้างประเภท Carbamate, Organochiarine, Organophosphate และ Pyrethroid Group พบว่า หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากทุกระบบการผลิตไม่พบสารพิษตกค้างทุกประเภท และเมื่อพิจารณาด้านสมบัติทางเคมีของดิน พบว่า ดินที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ในระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีการสะสมของปริมาณอินทรียวัตถุ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูงกว่าดินที่ปลูกในระบบการผลิตอื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบว่า การผลิตหน่อไม้ฝรั่งในระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ยังมีความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจสูงที่สุด เนื่องจากสามารถคืนทุนได้เร็วที่สุด (ประมาณ 1.5 เดือน หลังการเก็บเกี่ยว) และมีต้นทุนในการผลิตในปีแรกน้อยที่สุด (95,680 บาท) แม้ว่าผลผลิตเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีปริมาณน้อยกว่าผลผลิตเฉลี่ยในระบบการผลิตแบบทั่วไป (2,173.50 กิโลกรัม) แต่ก็ยังสามารถมีกำไร และคืนทุนได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากมีราคาขายที่แน่นอน ดังนั้นจากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า แม้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีค่าไม่เทียบเท่ากับหน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากระบบการผลิตแบบทั่วไป แต่ในด้านความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ พบว่า การผลิตหน่อไม้ฝรั่งในระบบการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีความคุ้มทุนมากที่สุด และสามารถคืนทุนได้เร็วที่สุด
Publisher
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์