Abstract:
กระถินลูกผสมเป็นไม้เขตร้อนที่นิยมปลูกเป็นสวนป่าในเวียดนามและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แปลงทดลองถูกสร้างขึ้นที่ที่แปลงทดลองบ่อ L6 และแปลงทดลองล้องอ้อ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยสายต้นลูกผสมระหว่างกระถินเทพาและกระถินณรงค์ (A. mangium x A. auriculiformis) จำนวน 8 สายต้น และลูกผสมกระถินณรงค์ (A. auriculiformis) จำนวน 2 สายต้น เพื่อศึกษาการแปรผันระหว่างสายต้นของการเติบโตและลักษณะเชิงหน้าที่บางประการของใบ วางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์มี 6 ซ้ำ เก็บข้อมูลการเติบโตทุก 6 เดือน เป็นเวลา 2 ปีและเก็บข้อมูลลักษณะเชิงหน้าที่ของใบ (พื้นที่ผิวใบเฉพาะ ปริมาณคลอโรฟิลล์ และสารอาหารในใบ) เมื่อต้นไม้มีอายุ 1 ปี ผลการวิจัยพบว่าความสูง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก และลักษณะเชิงหน้าที่ของใบมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างสายต้น โดยสายต้นกระถินลูกผสมระหว่างกระถินเทพาและกระถินณรงค์มีการเติบโตดีกว่าลูกผสมกระถินณรงค์ โดยสายต้น A1, A4, A6 และ A7 เป็นสายต้นที่โดดเด่นในแปลงทดลองบ่อ L6 และสายต้น A1 ถึง A7 เติบโตได้ดีในแปลงทดลองล้องอ้อ โดยสายต้นลูกผสม ระหว่างกระถินเทพาและกระถินณรงค์มีค่าพื้นที่ผิวใบเฉพาะสูงกว่าสายต้นลูกผสมกระถินณรงค์ ขณะที่สายต้นลูกผสมกระถินณรงค์มีคลอโรฟิลล์และสารอาหารในใบมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบการเติบโตของสายต้นกระถินลูกผสมที่ปลูกในสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกันพบว่า สายต้นที่ปลูกในแปลงทดลองบ่อ L6 มี การเติบโตที่ดีกว่าแปลงทดลองล้องอ้อเมื่อพิจารณาปฏิสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่และสายต้นพบว่ามีอิทธิพล อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติต่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและค่าพื้นที่ผิวใบเฉพาะเท่านั้น ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตและลักษณะเชิงหน้าที่ของใบมีความแตกต่างระหว่างพื้นที่โดยส่วนใหญ่การเติบโตมีความสัมพันธ์เชิงลบกับปริมาณสารอาหารในใบบางประการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นอาจพิจารณาใช้ลักษณะเหล่านั้นในการคัดเลือกสายต้นสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าต่อไป
Acacia hybrid is a tropical plantation species that has been planted extensively in Vietnam and other countriesin Southeast Asia. Two field trials consisted of eight A. mangium x A. auriculiformishybrid clones and two A. auriculiformishybrid clones have been established at L6 and Long-or sites in Fang district, Chiang Mai province to studythe variations in growth and leaf functional traits of the clones. The experimental designs were randomized complete block design (RCBD), with six replicates. Heights and, diameter at breast height (DBH) were recorded twice a year for two years. Leaf functional traits including specific leaf area (SLA), leaf chlorophyll content and leaf nutrients were determined when the trees were one years of age. Differences in height, DBH, SLA, and leaf functional traits were significant among clones. All A. mangium x A. auriculiformis hybrid clone grew faster than A. auriculiformishybrid clones. A. mangium x A. auriculiformis hybrid clones A1, A4, A6 and A7 were outstanding at L6 site while A. mangium x A. auriculiformis hybrid clone A1-A7 performed well at Long-or site. They had greater SLA while A. auriculiformis clones had higher leaf chlorophyll content and leaf nutrients. Overall growth of the clones at L6 site was better than at Long-or site. Clone and site interaction was significant only for DBH and SLA.The correlation analysis between growth and some leaf functional traits showed differences responded to sites where growth was negatively correlated with some leaf nutrients. Therefore, selection of clones for forest plantation should take into account these factors.