แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

บทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสาวกในพระสุตตันตปิฎก

Organization : ผู้วิจัย
keyword: การเผยแผ่พระพุทธศาสนา
; พระสาวกในพระสุตตันตปิฎก
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติและคุณสมบัติของพระสาวกองค์สำคัญ 2) เพื่อศึกษาวิธีการและการปฏิบัติเพื่อที่จะบรรลุธรรมของพระสาวก 3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์บทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสาวกในพระสุตตันตปิฎก ผู้วิจัยเชิงคุณภาพ (เอกสาร) โดยศึกษาข้อมูลจากคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาทและเอกสารที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลที่ได้มารวบรวม วิเคราะห์ สรุปเรียบเรียงบรรยายเชิงพรรณนา ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ และแก้ไขตามคำแนะนำ ผลการวิจัยพบว่า พระสาวกที่ได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ก็ประพฤติพรหมจรรย์อันหมายถึงประพฤติธรรมอันประเสริฐ กล่าวคือ ท่านเหล่านี้จะประพฤติปฏิบัติตนเช่นเดียวกันพระพุทธองค์ คือจาริกไปตามที่ต่างๆ เพื่อประกาศพระศาสนา ถึงพร้อมด้วยธรรม สมควรได้รับการสักการะด้วยของที่เขานำมาบูชาโดยถ้วนหน้า เพราะเป็นเนื้อนาบุญของโลกที่ไม่มีนาบุญอื่นใดยิ่งกว่าพระสาวกโดยมากเป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนพระพุทธพจน์จนแตกฉาน พร้อมกับนำหลักธรรมมาปฏิบัติและเผยแผ่แก่สาธารณชน หลักธรรมคำสั่งสอนที่ว่านี้ก็คือ พระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงแสดงและบัญญัติไว้เพื่อเป็นกฎเกณฑ์แบบแผน หรือกรอบสำหรับควบคุมพระภิกษุสงฆ์มิให้ประพฤตินอกกรอบพระธรรมวินัย จากการวิจัยในครั้งนี้พอสรุปได้ 3 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1 จากการศึกษาพบว่าคุณสมบัติก่อนบรรลุธรรมหรือก่อนที่จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาของพุทธสาวกมีชาติกำเนิดมาจากทุกชนชั้นวรรณะ มีทั้งที่เป็นวรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร และจัณฑาล ต่างรูปต่างวรรณะ ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้กรอบจำกัดของสังคมที่มีการแบ่งชนชั้น แต่พอได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ล้วนปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยที่ควบคุมพฤติกรรมที่เรียกว่า สิกขาบท 227 ข้อ เหมือนกันหมดโดยเสมอภาคกัน ไม่มีใครเหลื่อมล้ำต่ำสูงกว่ากัน จึงไม่มีชนชั้นวรรณะในหมู่พุทธสาวก พุทธสาวกทุกรูปมีฐานะเท่าเทียมเสมอภาคเหมือนกันหมด เป็นวิธีการปกครอบสงฆ์ที่ชาญฉลาดของพระพุทธองค์ในการควบคุมหรือขจัดปัญหาทางสังคมในเรื่องการถือชั้นวรรณะ ประเด็นที่ 2 ที่เกี่ยวกับมูลเหตุและการปฏิบัติตนในการบรรลุธรรมของพุทธสาวกจากการศึกษาวิจัยพบว่า ในสังคมอินเดียถือว่าการออกบวชเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตในการที่จะแสวงหาโมกขธรรม การออกบวชถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสังคมถูกกำหนดกรอบของขั้นตอนการดำเนินชีวิตไว้ 4 ขั้นตอน ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว หากผู้ใดต้องการหลุดพ้นจากภาระหน้าที่ที่ถูกมอบหมายหรือถูกกำหนดโดยสังคมจารีตประเพณีและวัฒนธรรมก็ต้องแสวงหาความสุขสงบโดยการออกบวชและศึกษาศิลปวิทยาอยู่ในสำนักที่บรรพบุรุษหรือตนเองเลื่อมใสศรัทธา แล้วบำเพ็ญเพียรภาวนา ช่วยถ่ายทอดความรู้ของครูอาจารย์ต่อไปหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับจริตหรือวิสัยทัศน์ของแต่ละคน ประเด็นที่ 3 ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตนหลังการบรรลุธรรมของพุทธสาวกพบว่า หลังจากบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว พุทธสาวกทั้งหลายต่างก็ประพฤติปฏิบัติตามปฏิปทาที่ตนเองถนัด การช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือโดยการปลีกวิเวกไปตามสถานที่ที่ตนเองปรารถนาตามลำพังบ้างเที่ยวจาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ กับพระภิกษุบริวารบ้าง ตามเสด็จพระพุทธองค์เพื่อรับสนองงานที่ตนเองมีความสามารถบ้าง ปฏิบัติตามหลักธรรมที่ตนเองยึดถือและถือปฏิบัติเป็นวัตรบ้าง
Abstract: The thesis contained 3 objectives; 1) study of the story and virtues of great Buddha’s disciples, 2) the method and process of the complete enlightenment of disciples, and 3) analysis of the Buddhism propagation roles of great disciples in Suttanta Pitaka. It was done by taking the authentic texts of Theravada Buddhism and involved documents, gathered, analyzed, concluded and written in descriptive type. The results showed that after having ordained as Bhikkhu, the Buddha’s disciples followed Buddhist disciplines until attaining the same realization as the Buddha had, then travelled to various places to spread the Buddha’s teachings as advised by the Buddha. These Arahanta disciples contain these nine virtues, namely good practice, righteous and good conducts, deserving to recipe the worshiped offerings, being as a field of merit in the world, etc. Most of the disciples have well studied and learned the words of the Buddha until they become fluent, lived according to the Dhamma and spread the Dhamma to the public. The doctrine included discipline and Dhamma that the Buddha has taught and laid down as a standard rule for Bhikkhus not to behave out of the areas disciplines as well as for the Buddha commune. From this research, it can be concluded 3 aspects: First aspect: their qualifications before ordination in Buddhism. The Buddha’s disciples were born from all castes, namely king, brahmins, merchants, workers, and outcasts, who lived their lives under the limited tradition of a society or caste divisions. Obviously, they, having ordained in Buddhism, all strictly followed the discipline regulation which governs their behavior named 227 rules of conduct, all equally, no one were excepted, therefore, there is no caste among the Buddhist disciples. This was the Buddha’s clever way of monasticism for control or eliminating social problems of casteism. Second aspect: The cause and practice for the attainment of the Buddha’s disciples. In Indian society, ordination has been considered one stage of living to seek for liberation. Ordination was a common practice, because society has set a framework for 4 stages in life: Artha, Kāma, Dharma and Moksa. If someone wants to be freed from the social obligations entrusted or imposed by society, customs and culture, he must seek peace through ordination and study with some master that his ancestors or himself worshiped, and then meditate for liberation. When skilled, they will help to promote the teachers’ knowledge or isolate themselves. Third aspect: The practice after the enlightenment of the Buddhist disciples showed that after attaining an Arahant, all Buddhist disciples follow the practice that they are good at, helping to spread Buddhism or traveling lonely or with other Bhikkhu to different places, communities, to help people in general or some of them follow the Buddha to fulfill his mission in which they have expertise in propagating the Dhamma for the benefit and happiness of the masses.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2564
Modified: 2023-07-11
Issued: 2566-05-11
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 ediyXCvNFaLXjLvufWM07jjkkkJYEPvtJGV58yyT.pdf 2.09 MB14 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.026985 วินาที

พระประยูร อาจิณฺณธมฺโม (รุ่งเรือง)
Title Contributor Type
บทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสาวกในพระสุตตันตปิฎก
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระประยูร อาจิณฺณธมฺโม (รุ่งเรือง)
พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.
ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
วิทยานิพนธ์/Thesis
พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.
Title Creator Type and Date Create
บทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสาวกในพระสุตตันตปิฎก
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระประยูร อาจิณฺณธมฺโม (รุ่งเรือง)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
Title Creator Type and Date Create
ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อพิธีพุทธาภิเษก: กรณีศึกษาวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดบางชัน) เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระปลัดชนะศึก สนฺตจิตฺโต (สำราญพานิช)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาโครงการฝึกอบรมธรรมทายาท: กรณีศึกษาวัดบุณยประดิษฐ์ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์;พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.
พระครูโสภณปุญญรังสี (กฤตธัช โสภณธมฺโม)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเวสสันดรชาดกในสังคมไทยปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระปลัดชัยฤทธิ์ โชติวโร (ปั้นวงศ์รอด)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ศึกษากรณีวัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระปลัดวชิรสกนธ์ นรินฺโท (แพทอง)
วิทยานิพนธ์/Thesis
วิเคราะห์หลักธรรมและความเชื่อในประเพณีงานศพของชาวรามัญเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระปลัดสนั่น สจฺจวโร (ดาราเย็น)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาความพึงพอใจของประชาชนต่อคณะสงฆ์ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง สมุทรปราการ ในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา (COVID-๑๙)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระวินัยธรยุทธนา ภทฺทญาโณ (พึ่งชื่น)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษากุศโลบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอบายมุขตามแนวพระพุทธศาสนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระณรงค์ พนฺธุธมฺโม (เทียนเจริญ)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาความสุขของการเป็นผู้ให้และผู้รับในพระพุทธศาสนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระครูสุวรรณสิทธิธาดา (วีระสิทธิ์ มหาวีโร)
วิทยานิพนธ์/Thesis
บทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสาวกในพระสุตตันตปิฎก
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.;ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
พระประยูร อาจิณฺณธมฺโม (รุ่งเรือง)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาวิเคราะห์บทบาทของพระคิลานุปัฏฐากในการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผศ. ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์;พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ), รศ. ดร.
พระครูสังฆรักษ์วรท อภิวโร (มิ่งขวัญ)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 3
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,511
รวม 4,514 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 217,309 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 410 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 335 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 48 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 30 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 25 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 12 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 1 ครั้ง
รวม 218,173 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.60