Abstract:
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทําให้เกิดการยอมรับนวัตกรรมการชําระเงินทางเลือกที่ไม่ใช่เงินสด 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการชําระเงินโอนเงินของประชาชนผ่านช่องทางระบบ อิเล็กทรอนิกส์ 3) เพื่อศึกษาแนวโน้มการยอมรับนวัตกรรมพร้อมเพย์ในประเทศไทยโดยใช้แนวคิด ทฤษฎีการยอมรับและแพร่กระจายของนวัตกรรม (Adoption and Diffusion) เพื่อศึกษาการยอมรับ นวัตกรรมการชําระเงินทางเลือกที่ไม่ใช่เงินสดของคนไทยเนื่องจากรัฐบาลต้องการที่จะผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ผ่านแผนกลยุทธ์ระบบการชําระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยและระบบการชําระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ของรัฐบาลซึ่งแบ่งเป็น 4 โครงการหลัก ซึ่งมีโครงการนําร่องได้แก่ โครงการพร้อมเพย์ การศึกษาการ ยอมรับนวัตกรรมพร้อมเพย์ และเหตุผลของการยอมรับจึงมีความจําเป็นที่ต้องศึกษา โดยทฤษฎีการ ยอมรับและแพร่กระจายของนวัตกรรมนั้นจะสามารถพยากรณ์จํานวนปีที่นวัตกรรมจะประสบความสําเร็จได้ ซึ่งจากผลการศึกษานั้นแบ่งออกเป็น 3 สถานการณ์ คือ สถานการณ์ที่พร้อมเพย์ได้รับการตอบรับอย่างดี สถานการณ์ที่พร้อมเพย์ได้รับการตอบรับในระดับปานกลาง และสถานการณ์ที่พร้อมเพย์ได้ไม่ได้รับความนิยมจากคนในสังคม ผลการวิจัยพบว่า ในสถานการณ์ที่พร้อมเพย์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คนในสังคมทุกคน (ร้อยละ 100) จะยอมรับนวัตกรรมในปีที่ 22 (เปรียบเทียบกับร้อยละ 91 กรณีปานกลาง และร้อยละ 82 ในกรณีที่ไม่เป็นที่นิยม) โดยแบบจําลองนั้นจะพยากรณ์มาจากรูปแบบการยอมรับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินในอดีต เช่น บัตรเดบิต บัตรเครดิต Internet Banking และ Mobile Banking เป็นต้นจากการที่ศึกษาข้อมูลดังกล่าวนั้นจะทําให้เรามองเห็นถึงพฤติกรรมการยอมรับนวัตกรรมทาง การเงินของคนไทยได้อีกด้วย
The objectives of this study were 1) To study factors that make people in Thai society accepting electronic payment transaction instead of cash, 2) To study consumer behavior of using financial electronic transaction, 3) To forecast lead time that Thai people will accept Promtpay. This thesis utilizes theory of adoption and diffusion to answer the stated objectives; when will Thailand approaching the cashless society. According to Bank of Thailand and the Thai government, there are 4 national e-payment projects. The initial one is Promtpay. Predicting lead time necessary for people to accept Promtpay is then a very important issue for the government and all service providers. There are 3 forecast scenarios which are positive, normal and negative cases. For the positive case, within 22 years the adoption rate will be equal to 100 %, comparing to 91% and 72 % for the normal and negative cases respectively. In predicting these results, it is required to learn adoption rate patterns of previous innovations, such as credit card, debit card, internet banking and mobile banking as well as Thai consumer behavior in accepting financial innovations.