Abstract:
ในปัจจุบันระดับการให้บริการลูกค้า (Service Level) เป็นปัจจัยสำคัญในตลาดการแข่งขัน เนื่องจากลูกค้าสามารถเลือกผู้ให้บริการที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ โดยระดับการให้บริการนั้น จะส่งผลกระทบไปถึงระดับสินค้าคงคลัง, ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายภายในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการระดับการให้บริการ และการจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านโลจิสติกส์โดยรวมได้ โดยงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อหานโยบายเติมเต็มสินค้าคงคลังที่เหมาะสมในบริษัทจำหน่ายหมึกเครื่องถ่ายเอกสาร ที่มีลักษณะการกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังสาขาจำนวน 17 สาขา โดยทำการเลือกพิจารณาหมึกชนิด A จากหลัก AHP และใช้การพยากรณ์ความต้องการสินค้า โดยใช้เทคนิควิธีเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย, วิธีแยกส่วนประกอบ, วิธีปรับให้เรียบแบบเอกโปเนนเชียลครั้งเดียว, วิธีปรับให้เรียบแบบเอกโปเนน-เชียล 2 ครั้ง และวิธีปรับให้เรียบแบบโฮลท์-วินเทอร์ โดยเลือกวิธีพยากรณ์ให้มีค่าความผิดพลาดสัมบูรณ์น้อยที่สุด จากนั้นจึงนำค่าพยากรณ์ที่ได้มาทำการสร้างแบบจำลองเพื่อจำลองสถานการณ์สำหรับการใช้นโยบายเติมเต็มสินค้าคงคลังแบบ (s,Q) และ (s,S) โดยพบว่าการใช้นโยบายเติมเต็มสินค้าคงคลังแบบ (s,S) ทำให้ระดับการให้บริการสูงขึ้นเท่ากับ 99% และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำที่สุด โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ 86% ต่อครึ่งปี คิดเป็นจำนวนเงิน 2.9 ล้านบาท
In the present, service level is the important factor in a competitive market because customers can select the supplier that can make their satisfaction. Service level affects inventory level, delivery cost and total cost in supply chain. Therefore, efficient management of inventory and service level can reduce the total cost of logistics. The purpose of this research was to determine the efficient inventory replenishment policies for Toner Cartridge Industry, which is distributed Toner Cartridge from one distribution center to 17 branches. This research selected product A by using AHP and applied the technical of demands forecasting included Moving Average, Decomposition, Single and Double Exponential Smoothing and Holt-Winters Method to give the lowest absolute error. Then, the simulation model was constructed to implement the replenishment inventory policies such as (s,Q) and (s,S). The results show that there was the lowest total cost and higher service level up to 99% by implementing (s,S) policy which can reduce total cost by 86% per half year equal to 2.9 million baht.