การศึกษาการทำงานต่ำกว่าวุฒิของภาคการผลิตในตลาดแรงงานไทย
Overeducation in Thailand labor markets manufacturing sector
Abstract:
วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการทำงานต่ำกว่าวุฒิของภาคการผลิต ในตลาดแรงงานไทยโดยใช้ข้อมูลรายงานผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร (Labor force survey : LFS) ในปี พ.ศ. 2555, 2560 และ 2562 ในไตรมาสที่ 1 และ 3 นำมาหาระดับดับการศึกษาที่เหมาะสมตามประเภทอาชีพตามมาตรฐานสากล (ISCO-88) 9 ประเภท 40 หมวดย่อย (ไม่รวมประเภทอาชีพที่ 0 ทหาร) ในอุตสาหกรรมการผลิต โดยใช้ค่าฐานนิยม (Mode) ซึ่งเป็นค่าที่มีความเสถียรสูงกว่าวิธีอื่น ๆ โดยเปรียบเทียบ จากนั้นจึงใช้การประมาณค่าใน Verdugo and Verdugo Model และ Multinomial Logit Models ในการหาผลกระทบต่อค่าตอบแทนของแรงงาน และปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานต่ำกว่าวุฒิ ประกอบกับผลจากการสัมภาษณ์สถานประกอบการทั้งหมด 30 แห่ง เพื่อพิจารณาผลกระทบ และแนวทางการปรับตัวของสถานประกอบการ ผลการศึกษาพบว่า อุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันนั้นมีสัดส่วนการใช้แรงงานฝ่ายผลิต หรือแรงงานระดับไร้ฝีมือจำนวนมาก ในตลาดแรงงานอุตสาหกรรมการผลิตมีอัตราการทำงานต่ำกว่าวุฒิอยู่ที่ระดับร้อยละ 48.32, 39.30 และ 37.97 ในปี พ.ศ. 2555, 2560 และ 2562 ตามลำดับ โดยแรงงานที่ทำงานต่ำกว่าวุฒิส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในอาชีพประเภทกลุ่มคนงานหรือกรรมกร (Blue collar workers) ในขณะที่อัตราการทำงานสูงกว่าวุฒิอยู่ที่ระดับร้อยละ 15.75, 25.69 และ 28.23 ตามลำดับ โดยแรงงานที่ทำงานสูงกว่าวุฒิส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในอาชีพประเภทกลุ่มผู้ทำงาน ในสำนักงาน (White collar worker) นอกจากนี้แล้วยังพบว่ากลุ่มแรงงานที่ทำงานต่ำกว่าวุฒิส่งผลดีต่อสถานประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานประกอบการที่มีเทคโนโลยีการผลิตสูง ส่วนสถานประกอบการที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อนแทบจะไม่ได้รับประโยชน์จากการทำงานต่ำกว่าวุฒิ ซึ่งสถานประกอบการในภาคการผลิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้ ในขณะเดียวกันผลเสียของแรงงานที่ทำงานต่ำกว่าวุฒินั้นพบว่าแรงงานที่ทำงานต่ำกว่าวุฒิมีแนวโน้มลาออกสูงกว่า แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอัตราลาออกจึงอยู่ในเกณฑ์ที่สถานประกอบการรับได้ ดังนั้นแล้วสถานประกอบการจึงไม่มีวิธีการปรับตัวในต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนปัจจัยด้านระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่สถานประกอบการให้ความสนใจ และส่งผลในทางบวกต่อค่าตอบแทนของแรงงาน แต่ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลแตกต่างกันในแต่ล่ะกลุ่มประเภทอาชีพ โดยกลุ่มประเภทอาชีพที่ใช้ทักษะในการทำงานสูง หรือประเภทอาชีพที่ 1-4 จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มแรงงานที่ใช้ทักษะในการทำงานต่ำ นอกจากนี้แล้วยังพบว่าปัจจัยด้านเพศ และขนาดของสถานประกอบการก็มีส่วนสำคัญต่อค่าตอบแทนของแรงงานเช่น โดยแรงงานเพศชาย และแรงงานที่ทำงานในสถานประกอบการขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานเพศหญิง และกลุ่มแรงงานที่ทำงานในสถานประกอบการขนาดเล็กกว่า สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานต่ำกว่าวุฒิ พบว่า หากแรงงานมีระดับการศึกษาเพิ่มขึ้น 1 ปี เพศชาย และสมรสแล้วจะเพิ่มโอกาสที่แรงงานจะตัดสินใจทำงานต่ำกว่ากว่าวุฒิเพิ่มขึ้น แต่หากแรงงานอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลจะลดโอกาสในการตัดสินใจทำงานต่ำกว่าวุฒิ นอกจากนี้แล้วเมื่อแรงงานมีอายุเพิ่มขึ้น แรงงานจะมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสู่ตำแหน่งงานที่เหมาะสมได้เมื่อระยะเวลาผ่านไป
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์