แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การใช้เศษแก้วเป็นมวลรวมในบล็อกคอนกรีตปูพื้นชนิดพรุน
The use of waste glass as aggregates in porous conrete paving blocks

keyword: ปฏิกิริยาระหว่างด่างกับซิลิกา
ThaSH: ด่าง -- 295052
Classification :.DDC: e-Theses
; บล็อกพรุนปูพื้น
ThaSH: ซิลิกา -- 295053
ThaSH: วัสดุปูพื้น -- 295054
ThaSH: วัสดุมวลรวม -- 295055
ThaSH: เศษแก้ว -- 295056
ThaSH: วัสดุ -- การทดสอบการรับแรงอัด -- 295057
Abstract: อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นภายในเมืองสามารถบรรเทาได้ในหลายแนวทาง หนึ่งในการบรรเทาคือใช้บล็อกพรุนปูพื้นเนื่องจากความพรุนของบล็อกพรุนจะช่วยให้ความร้อนระบายออกได้สะดวกมากกว่าบล็อกคอนกรีตปูพื้นชนิดตัน ในขณะเดียวกันปัญหาขยะเศษแก้วที่ไม่ได้รับการรีไซเคิลมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีความสนใจในการใช้ประโยชน์จากขยะเศษแก้วให้เป็นมวลรวมสำหรับบล็อกพรุนปูพื้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มความพรุนจะส่งผลต่อค่ากำลังรับแรงอัดโดยตรง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเป็นการศึกษาสมบัติของบล็อกพรุนปูพื้นโดยการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่ากำลังรับแรงอัดกับความซึมน้ำให้เหมาะสม รวมทั้งการทดสอบความต้านทานการลื่นไถล ร้อยละการขยายตัวปฏิกิริยาระหว่างด่างกับซิลิกา และการระบายความร้อน โดยขั้นแรกคือการเตรียมบล็อกพรุนโดยใช้มวลรวมธรรมชาติและมวลรวมเศษแก้วด้วยขนาด 4.75-10.00 มิลลิเมตร โดยทำการแทนที่มวลรวมธรรมชาติด้วยมวลรวมเศษแก้วตั้งแต่ร้อยละ 0, 20, 40, 60, 80 และ 100 โดยน้ำหนัก ปริมาณซีเมนต์เพสต์ตั้งแต่ 18, 30, 38 และ 60 โดยน้ำหนักที่อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ 0.35 พบว่าค่ากำลังรับแรงอัดของการใช้มวลรวมเศษแก้วเพียงชนิดเดียวไม่แตกต่างเมื่อเทียบกับการใช้มวลรวมธรรมชาติเพียงชนิดเดียว ซึ่งเท่ากับ 6.83 กับ 6.42 เมกะปาสคาล ตามลำดับ ดังนั้นมวลรวมเศษแก้วจึงถูกใช้เป็นมวลรวมเพียงชนิดเดียวในขั้นตอนต่อไป ขั้นตอนที่สองนี้จะเป็นการศึกษาขนาดของมวลรวมเศษแก้วที่ส่งผลต่อค่ากำลังรับแรงอัด ค่าความซึมน้ำและร้อยละความพรุน โดยที่ขนาดมวลรวมเศษแก้วคือ 4.75-10.00 และ 3.36-4.75 มิลลิเมตร ปริมาณซีเมนต์เพสต์ตั้งแต่ 18, 30, 38 และ 60 โดยน้ำหนักที่อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ 0.35 พบว่าที่ปริมาณซีเมนต์เพลสต์ที่ร้อยละ 60 โดยน้ำหนักมวลรวมเศษแก้วที่มีขนาดใหญ่กว่าให้ค่ากำลังรับแรงอัดสูงกว่ามวลรวมขนาดเล็กอยู่ที่ 6.83 และ 3.50 เมกะปาสคาล ค่าความซึมน้ำ 1.52 และ 0.18 เซนติเมตรต่อวินาทีและร้อยละความพรุน 25.15 และ 23.93 ตามลำดับ จากผลการทดลองในตอนที่สองจึงนำไปสู่การออกแบบบล็อกพรุนปูพื้นจากมวลรวมเศษแก้วในขั้นตอนที่สามด้วยการกำหนดให้อัตราส่วนความสูงชั้นบนและชั้นล่างของบล็อกพรุนปูพื้นจากมวลรวมเศษแก้ว 1:5 ซึ่งชั้นบนประกอบด้วยมวลรวมเศษแก้วขนาด 3.36-4.75 มิลลิเมตร ปริมาณซีเมนต์เพสต์ตั้งแต่ 18, 30, 38 และ 60 โดยน้ำหนักและชั้นล่างประกอบด้วยมวลรวมเศษแก้ว 4.75-10.00 มิลลิเมตรที่ปริมาณซีเมนต์เพสต์ร้อยละ 60โดยน้ำหนักที่อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ 0.35 พบว่าตัวอย่างที่ใช้ปริมาณซีเมนต์เพลสต์ร้อยละ 60 โดยน้ำหนักทั้งชั้นบนและชั้นล่างให้ค่ากำลังรับแรงอัดสูงสุดที่ 4.24 เมกะปาสคาล ค่าซึมน้ำ 1.40 เซนติเมตรต่อวินาทีและร้อยละความพรุน 23.80 ซึ่งผลการทดลองของตัวอย่างนี้ผ่านมาตรฐานของ National Ready Mixed Concrete Association (NRMCA) ของประเทศมาเลเซียซึ่งระบุ ค่ากำลังรับแรงอัดอยู่ในช่วง 3.5-28 เมกะปาสคาล ค่าความซึมน้ำ 0.2-1.2 เซนติเมตรต่อวินาทีและค่าร้อยละความพรุนอยู่ในช่วง 15-25 จากการศึกษาในขั้นตอนนี้นำไปสู่การพัฒนาค่ากำลังรับแรงอัดให้สูงขึ้นของตัวอย่างนี้ การศึกษาชนิดของตัวประสานคือซีเมนต์เพสต์และซีเมนต์มอร์ตาร์โดยที่ซีเมนต์มอร์ตาร์ประกอบไปด้วยปริมาณซีเมนต์ร้อยละ 80 กับผงแก้วร้อยละ 20 โดยน้ำหนักด้วยผงแก้วขนาด 44-63 ไมครอน โดยปริมาณตัวประสานที่ร้อยละ 60 โดยน้ำหนัก พบว่าค่ากำลังรับแรงอัดของบล็อกพรุนปูพื้นที่ใช้ซีเมนต์มอร์ตาร์เป็นตัวประสานสูงกว่าบล็อกพรุนที่ใช้ซีเมนต์เพสต์เป็นตัวประสาน นั้นคือ 6.85 และ 4.24 เมกะปาสคาล ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อศึกษาระยะเวลาในการบ่ม 7 และ 28 วัน พบว่าค่ากำลังรับแรงอัดของบล็อกพรุนปูพื้นที่ใช้ซีเมนต์เพสต์เป็นตัวประสานเพิ่มขึ้นจาก 4.24 เป็น 5.29 เมกะปาสคาล เนื่องจากแคลเซียมซิลิเกตไฮเดรตที่เป็นผลึกของซีเมนต์เพสต์ที่มีผลต่อความแข็งแรงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเมื่อระยะเวลาในการบ่มนานขึ้น นอกจากนี้ค่าความซึมน้ำลดลงจาก 1.64 เป็น 1.54 เซนติเมตรต่อวินาทีและค่าร้อยละความพรุนลดลงจาก 23.75 เป็น 21.13 ในขณะเดียวกันเมื่อตัวประสานคือซีเมนต์มอร์ตาร์ส่งผลให้ค่ากำลังรับแรงอัดของบล็อกพรุนปูพื้นเพิ่มขึ้นจาก 6.85 เป็น 8.92 เมกะปาสคาล ค่าความซึมน้ำ 1.58 เป็น 1.48 เซนติเมตรต่อวินาทีและค่าร้อยละความพรุน 22.49 เป็น 22.08 ของการบ่ม 7 วัน และการบ่มที่ 28 วัน ตามลำดับจากผลการทดลองขั้นตอนที่สี่จึงได้อัตราส่วนที่เหมาะสมนั้นคือบล็อกพรุนปูพื้นด้วยมวลรวมเศษแก้วด้วยอัตราความสูงระหว่างชั้นบนและชั้นล่าง 1:5 ซึ่งชั้นบนใช้มวลรวมเศษแก้วขนาด 3.36-4.75 มิลลิเมตร และขนาด 4.75-10.00 สำหรับชั้นล่างโดยที่ทั้งสองชั้นใช้ซีเมนต์มอร์ตาร์ร้อยละ 60 โดยน้ำหนักเป็นตัวประสาน เพื่อทำการทดสอบความต้านทานการลื่นไถลซึ่งมีค่ามาตรฐานอยู่ในช่วง 33-55 BPN (British Pendulum Number) พบว่าผลการทดสอบชั้นบนของบล็อกพรุนปูพื้นตามอัตราส่วนข้างต้นผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ซึ่งผลการทดสอบอยู่ที่ 42 และ 53 BPN ของการทดสอบทั้งสภาวะเปียกและแห้ง ตามลำดับ ทั้งนี้ยังทดสอบความสามารถในการระบายความร้อนด้วยกล้องจับภาพความร้อน พบว่าสามารถระบายความร้อนได้เร็วกว่าบล็อกปูพื้นทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการทดสอบปฎิกิริยาระหว่างด่างกับซิลิกาของการใช้มวลรวมเศษแก้วทั้งสองขนาดและตัวประสานทั้งสองชนิด ด้วยตัวอย่างที่มีลักษณะตันและพรุน ผลปรากฎว่าร้อยละการขยายตัวไม่เกินค่ามาตรฐานนั้นคือไม่เกินร้อยละ 0.1 นั้นหมายความว่าจะไม่เกิดอันตรายหรือรอยแตกร้าวในอนาคต ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตบล็อกพรุนปูพื้นจากมวลรวมเศษแก้วอยู่ที่ 14.12 บาทต่อก้อน
Mae Fah Luang University. Learning Resources and Educational Media Center
Address: CHIANG RAI
Email: library@mfu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2565
Modified: 2022-12-28
Issued: 2022-12-28
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: e-Theses
eng
©copyrights Mae Fah Luang University
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 135390.pdf 4.83 MB24 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.035037 วินาที

เจนจินตา ปัญญาสืบ
Title Contributor Type
การใช้เศษแก้วเป็นมวลรวมในบล็อกคอนกรีตปูพื้นชนิดพรุน
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เจนจินตา ปัญญาสืบ
ดรุณี วัฒนศิริเวช
วิทยานิพนธ์/Thesis
ดรุณี วัฒนศิริเวช
Title Creator Type and Date Create
พฤติกรรมทางวิทยากระแสของวัตถุดิบสำหรับเนื้อพอร์ซเลน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อภินนท์ นันทิยา;ศักดิพล เทียนเสม;สุธี วัฒนศิริเวช;ดรุณี วัฒนศิริเวช
สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การเตรียมผงนาโนซิลิกาจากเถ้าแกลบข้าว
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดรุณี วัฒนศิริเวช;สุธี วัฒนศิริเวช;อภินนท์ นันทิยา
นิตยา ทวดอาจ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การเตรียมวัสดุทนไฟคอร์เดียไรต์-มุลไลต์ โดยใช้วัตถุดิบในประเทศ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดรุณี วัฒนศิริเวช;อภินนท์ นันทิยา;เกศรินทร์ พิมรักษา
นพวรรณ เดชบุญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาเครื่องรีดดินระบบนิวแมติกและการทดสอบประสิทธิภาพ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ดรุณี วัฒนศิริเวช
สุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของการเติมเถ้าแกลบที่มีต่อกำลังรับแรงอัดของมอร์ต้าร์
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ดรุณี วัฒนศิริเวช
ทนงศักดิ์ ยินนัยธรรม
วิทยานิพนธ์/Thesis
การใช้เศษแก้วเป็นมวลรวมในบล็อกคอนกรีตปูพื้นชนิดพรุน
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ดรุณี วัฒนศิริเวช
เจนจินตา ปัญญาสืบ
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,555
รวม 4,556 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 12,596 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 5 ครั้ง
รวม 12,601 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.217.60