การผสมสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตในนาข้าวที่มีต่อผลผลิตข้าวและสุขภาพของเกษตรกร อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
Mixtures of organophosphate pesticides applications on rice yield and health effects on farmers in Samchuk District, Suphan Buri Province
Abstract:
การศึกษาการผสมสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (OP) ในนาข้าวที่มีต่อผลผลิตข้าว และสุขภาพของเกษตรกร อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณตกค้างของ OP 4 ชนิด ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส (C) อีพีเอ็น (E) ไดเมทโธเอท (D) และโพรฟีโนฟอส (P) ในน้ำ ดิน และข้าวเปลือก ด้วยวิธีแก๊สโครมาโทกราฟฟี (GC-FPD) 2) ศึกษาความสัมพันธ์การใช้ OP กับระดับโคลีนเอสเตอเรสในพลาสมา (PChE) ของเกษตรกร และ 3) ศึกษาเปรียบเทียบ PChE กับผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร จำนวน 135 คน โดยการวิเคราะห์หาปริมาณตกค้างของ OP ในแปลงพื้นที่ 16 ตารางเมตรต่อแปลง ทั้งหมด 5 แปลง โดยใช้ OP ในแต่ละครั้งในปริมาณอัตราสารออกฤทธิ์ (a.i.) คือ C 0.80 กรัม E 0.90 กรัม D 0.80 กรัม และ P 0.50 กรัม ผสมกับน้ำปริมาตร 1 ลิตร ฉีดพ่นตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว 3 ระยะ คือครั้งที่ 1, 2 และ 3 ในวันที่ 27, 57 และ 87 ของอายุต้นข้าว ตามลำดับ ดังนี้ แปลงที่ 1 ไม่ฉีดพ่น OP ทุกครั้ง แปลงที่ 2 ฉีดพ่น OP ครั้งละ 1 ชนิด คือ ครั้งที่ 1 (C) ครั้งที่ 2 (E) ครั้งที่ 3 (D) แปลงที่ 3 ฉีดพ่น OP ครั้งละ 2 ชนิด คือครั้งที่ 1 (C+E) ครั้งที่ 2 (P+C) ครั้งที่ 3 (D+E) แปลงที่ 4 ฉีดพ่น OP ครั้งละ 3 ชนิด คือครั้งที่ 1 (C+E+D) ครั้งที่ 2 (E+D+P) ครั้งที่ 3 (C+E+P) และ แปลงที่ 5 ฉีดพ่น OP ครั้งละ 4 ชนิด คือ C+E+D+P โดยเก็บตัวอย่างน้ำและดิน หลังจากมีการฉีดพ่น OP แล้ว 3 วัน ในแต่ละครั้ง ผลการวิเคราะห์หาปริมาณ OP ในน้ำ แปลงที่ 5 ในวันที่ 60 ของอายุต้นข้าว พบ OP ตกค้างรวมทุกชนิดสูงสุด คือ 154.594 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยพบโพรฟีโนฟอส อีพีเอ็น คลอร์ไพริฟอส และไดเมทโธเอท เท่ากับ 66.183, 55.748, 22.224 และ 10.439 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ แปลงที่ 3, 4, 2 และ 1 พบปริมาณ OP รวมทุกชนิด เท่ากับ 38.774, 32.251, 12.196 มิลลิกรัมต่อลิตร และไม่พบสาร OP ตามลำดับ ในดิน แปลงที่ 5 ในวันที่ 90 ของอายุต้นข้าว พบปริมาณ OP ตกค้างรวมทุกชนิดสูงสุด 8.731 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม คือ พบคลอร์ไพริฟอส โพรฟีโนฟอส อีพีเอ็น และ ไดเมทโธเอท เท่ากับ 3.678, 2.657, 1.522 และ 0.874 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ รองลงมา แปลงที่ 4, 3, 2 และ 1 พบปริมาณ OP ตกค้างรวมทุกชนิด เท่ากับ 2.833, 2.118, 2.629 และ 0.033 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ การผสม OP ฉีดพ่นในแปลงนาข้าว ส่งผลต่อผลผลิตข้าวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 คือแปลงที่ 5 ได้ข้าวเปลือกเฉลี่ยสูงสุด 900.2 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมา แปลงที่ 4, 3, 2 และ 1 เท่ากับ 890.2, 860.2, 840.4 และ 820.3 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ โดยแปลงที่ 5 พบปริมาณ OP ตกค้างรวมทุกชนิดเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 0.075 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงเกินค่า MRL (0.050 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ รองลงมา แปลงที่ 4, 3, 2 และ 1 คือ 0.042, 0.015, 0.009 และ 0.008 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ และผลการตรวจเลือดหา PChE ของเกษตรกร พบเกษตรกรมี PChE อยู่ในเกณฑ์ปกติ คืออยู่ระหว่าง 4,260-12,920 หน่วยต่อมิลลิลิตร ร้อยละ 74.1 และต่ำกว่าปกติ คือน้อยกว่า 4,260 หน่วยต่อมิลลิลิตร ร้อยละ 25.9 โดยการใช้ OP ของเกษตรกร ได้แก่ ชนิด ปริมาณ วิธีการ การผสม ระยะเวลา ความถี่ที่ฉีดพ่น การจัดเก็บและทำลายภาชนะ/บรรจุภัณฑ์ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กับ PChE อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับ 0.01 (R = 0.848, F = 28.636, p < 0.001) ผลกระทบต่อสุขภาพจากอาการและอาการแสดงของร่างกายเกษตรกร จากการใช้สารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตมีความสัมพันธ์กับ PChE อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับ 0.01 (R = 0.818, F = 133.920, p < 0.001) การผสม OP 4 ชนิดรวมกันฉีดพ่น ทำให้ PChE ลดลงมากที่สุด เท่ากับ 7,536.04 หน่วยต่อมิลลิลิตร รองลงมา การผสม OP 3 ชนิด, 2 ชนิด และ 1 ชนิด คือ PChE ลดลง 4,393.77 - 6,173.24, 2,737.65 - 4,798.39 และ 1,362.40 - 3,142.27 หน่วยต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจากอาการและอาการแสดงของร่างกาย คือ ระบบทางเดินอาหาร (p < 0.001) และระบบประสาทส่วนกลาง (p < 0.001) โดยมีผลกระทบต่อสุขภาพ อยู่ในระดับน้อย จากผลการศึกษา การผสมและการใช้สารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตในนาข้าวของเกษตรกร ดังนั้น เพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้างในน้ำ ดิน ข้าวเปลือก และลดผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร 1) ควรให้ข้อมูลการตรวจพบปริมาณสารพิษตกค้างจากการผสมและการใช้ OP แก่เกษตรกร โดยการฉีดพ่น OP ไม่เกินครั้งละ 2 ชนิด ในอัตราที่แนะนำของฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ และควรใช้คลอร์ไพริฟอส หรือ อีพีเอ็น ในระยะแรกของการเจริญเติบโตของข้าว 2) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรแนะนำให้เกษตรกรได้รับการตรวจเลือด เพื่อหา PChE ภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากการใช้ OP ร่วมกับอาการและอาการแสดงของร่างกาย เพื่อความถูกต้องของข้อมูลด้านผลกระทบต่อสุขภาพ และ 3) ควรมีการกำหนดเกณฑ์ค่า OP ตกค้างในแหล่งน้ำ ดิน และข้าวเปลือก
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์