ปัจจัยเสี่ยงของการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับการรักษาในคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Organization :
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Abstract:
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบ case control study โดย match อายุและเพศ รวบรวมข้อมูลพื้นฐานรายละเอียดการวินิจฉัย และการพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวระหว่าง 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 จากเวชระเบียน ข้อมูลต่าง ๆ จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อหาความเสี่ยงของการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการวิเคราะห์ตัวแปรเดี่ยว (univariable analysis) และ ควบคุมหลายตัวแปร (multivariable analysis)
ผลการวิจัย: ลักษณะพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 180 ราย อายุเฉลี่ย 68 ปี จากการวินิจฉัยตาม Framingham criteria พบว่ากรณีหัวใจล้มเหลวครั้งแรกเป็นหัวใจล้มเหลวชนิด Heart Failure preserve Ejection Fraction (HFpEF) มากที่สุด (51.9%) พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องนอนโรงพยาบาลซ้ำร้อยละ 22.2 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ความเสี่ยงของการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เมื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงชนิดตัวแปรเดี่ยวพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงดังนี้ การสูบบุหรี่ (อัตราส่วนออด [odds ratio (OR)] = 9, ช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 [95% confident interval (95%CI)] = 1.14-71.04, p-value = 0.04) ความอ้วน (OR = 1.1, 95%CI = 1.03-1.17),p-value = 0.003) ระดับความดันไดแอสโทลิก (OR = 1.03, 95%CI = 1.01-1.05, p-value = 0.01) ระดับซีรั่มครีเอตินีน (OR = 3.73, 95%CI = 1.84-7.59, p-value ≤0.001) ระดับอัลบูมินในปัสสาวะที่ ≥ 300 mg/mol (OR = 3.64,95%CI = 1.36-9.77, p-value = 0.01) โรคหลอดเลือดสมอง (OR = 3.83, 95%CI = 1.56-9.41, p-value = 0.003)โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด (OR = 11, 95%CI = 3.37-35.87, p-value = <0.001) ยาที่ใช้ ได้แก่ aspirin, clopidogrel,beta blocker, diuretic แต่เมื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงชนิดตัวแปรหลายปัจจัยพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงนอนโรงพยาบาลจากหัวใจล้มเหลว คือ ดัชนีมวลกาย (OR = 1.18, 95%CI = 1.03-1.36, p-value = 0.02) ขณะที่ปัจจัยป้องกันคือการได้รับยา statin (OR = 0.03, 95% CI = 0.0001-0.71, p-value = 0.03)
สรุป: ความเสี่ยงการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับการรักษา คือ ความอ้วน ขณะที่ปัจจัยป้องกันคือ การได้รับยาในกลุ่ม statins ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว พบว่าร้อยละ 22 ต้องนอนโรงพยาบาลซ้ำ โดยพบว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Email:
nmu_library@nmu.ac.th
Role:
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
BibliograpyCitation :
วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง ปีทื่ 65 ฉบับที่ 3 พฤษภาคม - มิถุนายน พ.ศ. 2564 หน้า 197-210
วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง
©copyrights มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช