ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีในชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศ
Organization :
นิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract:
การวิจัยแบบบรรยายเชิงทำนายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีในชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศ ประกอบด้วย 5 ปัจจัยคือ ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชพีวี ความคาดหวังผลลัพธ์การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี การควบคุมตนเองในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี การรับรู้สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี และการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี กลุ่มตัวอย่างคือ ชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศ ณ สถานบริการสุขภาพ จำนวน 140 คน อายุ 18 - 40 ปี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชพีวี แบบสอบถามความคาดหวังผลลัพธ์การฉีดวัคซีนป้องกัน เชื้อเอชพีวี แบบสอบถามการควบคุมตนเองในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี แบบสอบถามการรับรู้สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนเองในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี และแบบสอบถามความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี ได้รับการตรวจสอบ ความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน มีค่าดัชนีความตรงเท่ากับ 1.00, .87, 1.00, 1.00, 1.00 และ 1.00 ตามลำดับ และมีค่าสัมประสิทธิ์ KR - 20 และครอนบาคแอลฟา เท่ากับ .82, .81, .81, .94, .94 และ .90 ตามลำดับ วิเคราะห์ปัจจัยทำนายด้วยสถิติถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการศึกษา พบว่า 1) ชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศ มีค่าเฉลี่ยคะแนนความตั้งใจ ในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี อยู่ในระดับสูง (𝑥̅ = 11.39, S.D = 2.39) 2) ปัจจัยการรับรู้ความสามารถของตนเองในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (β = .41) การรับรู้สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (β = .23) และความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชพีวี (β = .14) สามารถร่วมทำนายความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีของชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศได้ ร้อยละ 40.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยความคาดหวังผลลัพธ์การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี และการควบคุมตนเองในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีไม่สามารถทานายความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี ในชายรักชายที่มารับบริการสุขภาพทางเพศได้ (p-value > .05) ผลการวิจัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ ในการส่งเสริมความตั้งใจในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีให้กับชายรักชายเพื่อลดอุบัติการณ์ของมะเร็ง ปากทวารหนัก
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Email:
nmu_library@nmu.ac.th
Role:
คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
BibliograpyCitation :
วารสารเกื้อการุณย์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2564 หน้า หน้า 56-69
©copyrights มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช