แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ปัญหาการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัยข้าราชการรัฐสภา
The screening problems of disciplinary punishment for parliamentary officials

keyword: วินัย
Othors: ไทย. รัฐสภา -- ข้าราชการและพนักงาน -- วินัย
; การลงโทษทางวินัยข้าราชการ
Othors: การกระทำในทางปกครอง -- ไทย
; ข้าราชการรัฐสภา
; ข้าราชการพลเรือน
; การดำเนินการทางวินัย
Abstract: หัวข้อวิทยานิพนธ์ปัญหาการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัย ข้าราชการรัฐสภา ชื่อผู้เขียนนายอรัญ มีแก้ว ชื่อปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขา/คณะ/มหาวิทยาลัยกฎหมายมหาชน นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ ปีการศึกษา2558 บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์เรื่อง “ปัญหาการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัยข้าราชการรัฐสภา” นี้ มุ่งศึกษาวิเคราะห์ ความเป็นมาและสภาพปัญหาของเรื่องดังกล่าวเปรียบเทียบกับการดำเนินการ ของข้าราชการพลเรือน และศึกษาหลักกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย และการอุทธรณ์ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ซึ่งปรากฏปัญหาสำคัญ 4 ประการ ดังนี้ ประการที่หนึ่ง ปัญหาโครงสร้างของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ประกอบด้วย (1) ปัญหากรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่สภาผู้แทนราษฎรเลือก จำนวน 4 คน และวุฒิสภาเลือก จำนวน 4 คน ดังนั้นการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจึงต้องมีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองทั้ง 2 สภา ในฐานะสมาชิกแต่ละสภาเป็นผู้เสนอรายชื่อต่อสภา ที่สมาชิกสภาผู้นั้นสังกัดโดยตรง การทำหน้าที่เกี่ยวกับการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัย ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจึงอาจไม่เป็นกลางหากมีการกดดันจากฝ่ายการเมืองที่เสนอตน และเลือกตนเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (2) ปัญหากรณีกรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญ โดยมีที่มาจากข้าราชการรัฐสภาสามัญในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเลือกกันเอง จำนวน 2 คน และข้าราชการรัฐสภาสามัญในสังกัดสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเลือกกันเอง จำนวน 2 คน โดยกำหนดคุณสมบัติเพียงเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญเท่านั้น กรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญจึงอาจ ไม่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญในงานด้านวินัยและการพิจารณาอุทธรณ์ และเมื่อมีที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว การทำหน้าที่จึงอาจมีลักษณะเป็นการทำหน้าที่เพื่อปกป้องเพื่อนข้าราชการ ที่ถูกดำเนินการทางวินัย ไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและมีอคติในการพิจารณาผล การดำเนินการทางวินัย เนื่องจากต้องให้ความสำคัญต่อการรักษาฐานเสียงของตนหรือเป็นการ ตอบแทนเพื่อนข้าราชการที่ได้ลงคะแนนสนับสนุนให้ตนได้เข้ามาทำหน้าที่ ประการที่สอง ปัญหาการมีส่วนได้เสียของกรรมการใน ก.ร. ต่อการทำหน้าที่กลั่นกรองการลงโทษทางวินัย ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากกฎหมายได้กำหนดให้เป็นอำนาจผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 ในการดำเนินการทางวินัยและมีคำสั่งลงโทษทางวินัย กับผู้ใต้บังคับบัญชา และในขณะเดียวกันผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 ก็ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในองค์กรที่ทำหน้าที่กลั่นกรองการลงโทษทางวินัย คือ อ.ก.ร. กฎหมายและระเบียบ และ ก.ร. อันเป็นกรณีที่กรรมการในคณะกรรมการพิจารณาทางปกครองเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ประการที่สาม ปัญหาการขาดกระบวนการกลั่นกรองการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาก่อนมีคำสั่งลงโทษทางวินัย ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากกฎหมายได้กำหนดให้เป็นอำนาจผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 ลงโทษทางวินัยกับข้าราชการรัฐสภาสามัญได้ทันทีเมื่อได้พิจารณารายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน โดยไม่ต้องส่งเรื่องให้ ก.ร. หรือ อ.ก.ร. หรือองค์กรอื่นทำหน้าที่กลั่นกรองการใช้ดุลพินิจก่อนการออกคำสั่งลงโทษแต่อย่างใด ทำให้มาตรฐานโทษทางวินัยของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาไม่มีมาตรฐานโทษเดียวกัน แม้จะมีข้อเท็จจริง ในการกระทำผิดวินัยที่ใกล้เคียงกันแต่ระดับโทษมีความแตกต่างกัน ประการที่สี่ ปัญหาการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งการลงโทษทางวินัยโดยองค์กรเดียว ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากกฎหมายได้กำหนดให้ ก.ร. มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์หรือ ก.ร. จะตั้ง อ.ก.ร. อุทธรณ์และร้องทุกข์ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้ เมื่อ อ.ก.ร. อุทธรณ์ และร้องทุกข์ พิจารณาอุทธรณ์เสร็จแล้วรายงานผลการพิจารณาต่อ ก.ร. ดังนั้นองค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาและการวินิจฉัยชี้ขาด คือ ก.ร. ซึ่งในการดำเนินการที่ผ่านมา ก.ร. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการพิจารณาอุทธรณ์เพียงองค์กรเดียว จึงทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.235/2551 โดยศาลปกครองชั้นต้นและ ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่าการดำเนินการของ ก.ร. และผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งลงโทษทางวินัย เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเห็นควรดำเนินการ ดังนี้ ประการที่หนึ่ง เพิ่มกระบวนการและกำหนดให้มี อ.ก.ร. วินัย ทำหน้าที่กลั่นกรองการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาก่อนมีคำสั่งลงโทษทางวินัย กล่าวคือ เมื่อคณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จหากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจ สั่งบรรจุตามมาตรา 42 ต้องส่งเรื่องให้ อ.ก.ร. วินัย พิจารณาและเมื่อ อ.ก.ร. วินัย มีมติเป็นประการใดแล้ว ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 ต้องสั่งลงโทษทางวินัยตามมติของ อ.ก.ร. วินัย และรายงานให้ ก.ร. ทราบโดยเร็ว ประการที่สอง ยกเลิกกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยต่อ ก.ร. เนื่องจากเมื่อได้มีการกำหนดให้มี อ.ก.ร. วินัย ทำหน้าที่กลั่นกรองการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาก่อนมีคำสั่งลงโทษทางวินัยแล้ว จึงเห็นควรยกเลิกกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยและให้ผู้ถูกลงโทษทางวินัยมีสิทธินำคดีไปฟ้องยังศาลปกครองชั้นต้นได้ภายใน 90 วันนับแต่วันรับทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของ ก.ร. โดยองค์กรฝ่ายตุลาการในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองและคำสั่งทางปกครอง ประการที่สาม แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและกฎ ก.ร. ที่เกี่ยวข้อง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: preserv@tu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2558
Modified: 2564-08-30
Issued: 2564-08-30
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 3882aran.pdf 1.39 MB16 2025-10-03 16:16:15
ใช้เวลา
0.024119 วินาที

อรัญ มีแก้ว
Title Contributor Type
ปัญหาการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัยข้าราชการรัฐสภา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อรัญ มีแก้ว
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
Title Creator Type and Date Create
ปัญหากระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภาไทย : ศึกษาเฉพาะกรณี อำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายของวุฒิสภา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อุดม รัฐอมฤต;ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
กฤษฎา สีหไกร
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความเสียหายจากการก่อการร้ายและการก่อความไม่สงบกับความรับผิดของรัฐ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
อัญชนา สาเรือง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญหาการคุ้มครองเสรีภาพในการประกอบอาชีพในระบบกฎหมายไทย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
ปรางชมพู จงอนุรักษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญหาการวินิจฉัยข้อพิพาททางการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญไทย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
ฟารีส อินาวัง
วิทยานิพนธ์/Thesis
มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
ยุทธศักดิ์ สุริยะวงศ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญหาการกลั่นกรองการลงโทษทางวินัยข้าราชการรัฐสภา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
อรัญ มีแก้ว
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 86
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 6,255
รวม 6,341 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 400,124 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 4,776 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 205 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 31 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 27 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 5 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 4 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 2 ครั้ง
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน = 1 ครั้ง
รวม 405,178 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.172