Title
คุณภาพเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและคุณสมบัติดินบางประการภายใต้รูปแบบการปลูกแบบต่าง ๆ ของชาวเขาชาติพันธุ์อาข่า บ้านใหม่พัฒนา ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
Title Alternative
This study aimed to investigate quality of Arabica coffee seeds and some soil properties under various forms of cultivation by Akkha Ethnic Group at Baan Maipattana, Wawee sub-district, Maesuay district, Chiang Rai province
Description
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพเมล็ดกาแฟอาราบิก้า และคุณสมบัติดินบาง ประการ ภายใต้การปลูกรูปแบบต่าง ๆ ของชาวเขาชาติพันธุ์อาข่า ณ บ้านใหม่พัฒนา ตําบลวาวี อําเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นแนวทางการส่งเสริมการปลูกกาแฟบนพื้นที่สูงให้ได้เมล็ด กาแฟคุณภาพ และรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ปลูกกาแฟภายใต้รูปแบบที่แตกต่างกัน 5 รูปแบบ ได้แก่ พื้นที่ปลูกกาแฟร่วมกับการปลูกไม้ผลเมืองหนาว พื้นที่ปลูกกาแฟร่วมกับไม้ผลเมือง หนาวและป่าธรรมชาติที่มีการฟื้นฟู พื้นที่ปลูกกาแฟแบบเชิงเดี่ยว พื้นที่ปลูกกาแฟใต้เรือนยอดป่า ธรรมชาติดั้งเดิม และพื้นที่ปลูกร่วมกับป่าธรรมชาติที่มีการฟื้นฟู โดยการสุ่มวางแปลงตัวอย่างขนาด 50 x 20 เมตร พื้นที่ละ 3 แปลง (อายุกาแฟ 5 - 7 ปี) ทําการเก็บข้อมูลภูมินิเวศการผลิตกาแฟข้อมูล คุณภาพเมล็ดกาแฟ โดยสุ่มเก็บเมล็ดกาแฟภายในแปลงตัวอย่างแปลงละ 600 เมล็ด ชั่งน้ำหนัก วัดขนาดเมล็ดกาแฟผลสด ด้านเมล็ดประกบด้านข้าง และด้านความยาว ชั่งน้ำหนักเมล็ดผลแห้ง คัดแยกเมล็ดดีและเมล็ดเสีย และข้อมูลคุณสมบัติดินบางประการ โดยเก็บตัวอย่างดินแบบสุ่มในพื้นที่ ระนาบเดียวกันแต่ละแปลงที่ระดับความลึก 0 - 10 เซนติเมตร แปลงละ 3 ซ้ํา เพื่อวิเคราะห์ คุณสมบัติดินบางประการ ผลการศึกษาประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้ ส่วนที่ 1 การศึกษาภูมินิเวศการผลิตกาแฟภายใต้การปลูกในรูปแบบต่าง ๆ พบว่า พื้นที่ปลูก กาแฟร่วมกับไม้ผลเมืองหนาวกระจายตัวตั้งแต่ ความสูง 1,200 - 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม้ ผลเมืองหนาวที่ปลูกร่วมได้แก่ ต้นแม็คคาดีเมีย (Macadamia integrifolia Maiden & Betche) ต้น เซอรี่พลัม (PrunuscerasiferaEhrhart) ต้นท้อ (Prunuspersica (L.) Batsch) ต้นไหนพลัม (Prunusdomestica L.) ต้นฝรั่งขึ้นก (Psidiumguaiava Linn.) ต้นอะโวคาโด (Persecamericana MIL) ส่วนพื้นที่ปลูกกาแฟร่วมกับไม้ผลเมืองหนาวและพื้นที่ปลูกร่วมกับป่าธรรมชาติที่มีการฟื้นฟู พบ ที่ระดับความสูง 1,200-1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบชนิดของไม้ผลเมืองหนาวเป็นกลุ่มชนิด เดียวกับที่อยู่ในแปลงกาแฟร่วมกับไม้ผลเมืองหนาว ต้นไม้ธรรมชาติที่โตร่วมภายในแปลงกาแฟ ได้แก่ ต้นกางขี้มอด (เบื่อข่าหย่าจะ) (Atbiziaodoratissima L. f Benth.) เดือหว้า (ซิ !) (FicusauriculataLour.) เสี้ยว (แดะนิ้ว) (Bauhinia variegata Linn.) ยางโอน (Monoonviride (Craib) B. Xue& R. M. K. Saunders) แคฝอย (Stereospermumcylindricum Pierre ex Dop.) หมีโป้ง (แหล่พืช แหล่ซา) (Litseamonopetala (Roxb.) Pers.) เครือแมด (ป่อแหน่ป๋อเปอะ) (DalbergiavolubilisRoxb.) แคทราย (แยมาหน่าหง่า) (Stereospermumfimbriatum (Wall. ex G.) DonA.DC.) และ กระถินพิมาน (แพะเซอะ) (Acacia harmandiana (Pierre) Gagnep.) พื้นที่ ปลูกกาแฟเชิงเดี่ยวพบที่ระดับความสูง 1,200 - 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ปลูกกาแฟใต้ เรือนยอดป่าธรรมชาติดั้งเดิม พบที่ระดับความสูง 1,300 - 1,450 เมตรจากระดับน้ำทะเล กาแฟที่ปลูกร่วมกับไม้ป่าธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ไม่มีระยะปลูกที่แน่นอน โดยปลูกแทรกไม้เรือนยอดป่า ธรรมชาติดั้งเดิม และพื้นที่ปลูกกาแฟในป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ จะมีความสูง 1,200 - 1,300 เมตรจาก ระดับน้ำทะเล โดยพบชนิดของไม้ป่าธรรมชาติเป็นกลุ่มชนิดเดียวกับที่พบในพื้นที่ปลูกกาแฟใต้เรือน ยอดป่าธรรมชาติดั้งเดิม ส่วนที่ 2 คุณภาพเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ภายใต้รูปแบบการปลูกแบบต่าง ๆ พบว่า เมล็ดกาแฟ ที่ปลูกภายใต้เรือนยอดป่าธรรมชาติ มีน้ำหนักเฉลี่ย ทั้งน้ำหนักผลสดและผลแห้ง ค่าเฉลี่ยความกว้าง ด้านประกบ และน้ำหนักเมล็ดดีสูงกว่าเมล็ดกาแฟที่ปลูกภายใต้รูปแบบอื่นอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ขนาดของเมล็ดกาแฟที่ได้จากการแปลงค่า เมื่อเทียบเคียงกับเกณฑ์มาตรฐาน พบว่า เมล็ดขนาดใหญ่ มีจํานวนสูงสุดในพื้นที่ปลูกกาแฟใต้เรือนยอดป่าธรรมชาติ รองลงมา ได้แก่เมล็ดกาแฟในพื้นที่ปลูกใน ป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปลูกกาแฟภายใต้เรือนยอดไม้ป่าธรรมชาตินั้นจะทําให้ได้ ขนาดเมล็ดกาแฟใหญ่กว่าการปลูกภายใต้รูปแบบอื่น ส่วนที่ 3 คุณสมบัติดินบางประการในแปลงกาแฟอาราบิก้า ผลการศึกษาพบว่า ดินในแปลง ตัวอย่างเป็นดินเหนียวร่วนปนทรายแป้ง และมีค่าความเป็นกรดแก่ถึงกรดจัดมาก (3.88 - 5.14) ปริมาณอินทรียวัตถุมีค่าสูงกว่ามาตรฐานทุกแปลง (ร้อยละ 5.77-10.23) โดยเฉพาะในแปลงกาแฟ ภายใต้เรือนยอดของป่าธรรมชาติ ร้อยละของปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในดินและปริมาณฟอสฟอรัสที่ เป็นประโยชน์ที่อยู่ในแปลงกาแฟภายใต้เรือนยอดของป่าธรรมชาติ และภายใต้ไม้ยืนต้นผสมผสาน มี ค่าสูงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติกว่าแปลงอื่น ในขณะที่ค่าโพแทสเซียมที่สกัดได้ มีค่าสูงสุดในแปลง กาแฟเชิงเดี่ยว นอกจากนี้ยังพบว่า ดินในแปลงปลูกกาแฟเชิงเดี่ยวมีความชื้นในดินและอัตราการซึม น้ำผ่านผิวดินน้อยที่สุด (ร้อยละ 11.49 และ 4.4 มิลลิเมตรต่อวินาที)
Publisher
มหาวิทยาลัยแม่โจ้. สำนักหอสมุด
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Role:
ประธานอาจารย์ประจำหลักสูตร
Source
CallNumber:
633.7389 ป231ค 2560
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่โจ้