ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการของครอบครัวต่อทักษะการดูแลของผู้ดูแลการเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรกและภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
The effects of a family management-enhancing program on the caregivers' skill, and early mobility, and complications of stroke patients
Abstract:
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดแบบอนุกรมเวลา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการของครอบครัวต่อทักษะการดูแลของผู้ดูแล การเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรกและภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ดูแล อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มารับการรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 72 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 36 คน รวบรวมข้อมูลในระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงตุลาคม พ.ศ. 2560 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการจัดการของครอบครัวในการฟื้นฟูสภาพการเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรก วิดีทัศน์ตัวแบบส่งเสริมทักษะการดูแลด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย และคู่มือความรู้เรื่องโรค ภาวะแทรกซ้อนและการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรก เครื่องมือรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบประเมินทักษะการดูแลด้านการเคลื่อนไหวร่างกายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะแรกของผู้ดูแล 2) แบบประเมินการเคลื่อนไหวร่างกายและการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และ 3) แบบประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหากับผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่านได้ 0.91 และ 0.93 ทดสอบความเชื่อมั่นโดยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคได้ 0.88 และ 0.93 ดำเนินการวิจัยตามโปรแกรมเป็นระยะคือ ที่ระยะ 0-1 สัปดาห์ สัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Chi-squares test, Friedman test, Kruskal-Wallis test, Repeated measures ANOVA, และ Bonferroni test ผลการวิจัยพบว่า 1. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยภายในกลุ่มทดลองสัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ 4 และสัปดาห์ที่ 8 พบว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการดูแลของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<.001) คะแนนเฉลี่ยการเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรกของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<.001) ส่วนภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าผู้ป่วยกลุ่มทดลองไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน 2. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมสัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 พบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะการดูแลของผู้ดูแล และการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในสัปดาห์ที่ 1 ไม่แตกต่างกัน ส่วนสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001 และ p<.05) ตามลำดับ เปรียบเทียบค่ามัธยฐานคะแนนภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยกลุ่มทดลองพบว่าแตกต่างจากกลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 4 อย่างมีนัยสำคัญ (p<.01) ผลการวิจัยสนับสนุนแนวคิดการจัดการของครอบครัว โดยสามารถทำให้ผู้ดูแลเกิดกระบวนการพัฒนาทักษะการดูแลการเคลื่อนไหวร่างกายที่ดีขึ้น และส่งผลทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีการเคลื่อนไหวร่างกายระยะแรกเพิ่มขึ้น
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์