การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำตาลสะสมและค่าการอักเสบภายในร่างกาย ซี-รีแอคทีฟ โปรตีนความไวสูงและโฮโมซีสเทอีน
Association between HBA1C and inflammatory makers : HS-CRP and homocysteine
Organization :
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Abstract:
ในภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) และเกิดภาวะการอักเสบภายในร่างกาย มีผลให้ระดับค่าการอักเสบ High-sensitivity C-reactive protein (hs-CRP) และ โฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) ในเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบภายในร่างกาย ถ้ามีปริมาณมากจะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดแข็ง (Atherosclerosis) นำไปสู่โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease), โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Peripheral vascular disease) เป็นต้น
จากงานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผลเลือดอาสาสมัครจำนวนทั้งสิ้น 90 คน อายุ ระหว่าง 35 65 ปี โดยได้ทำการเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนคลินิก Bangkok Anti-Aging Center ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลอาสาสมัครที่เข้ารับการตรวจสุขภาพจากคลินิก ระหว่าง เดือน กรกฎาคม 2562 ถึง มีนาคม 2563 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำตาลสะสมในเลือด ( HbA1C) เปรียบเทียบกับระดับการอักเสบในเลือด โดยการวัดปริมาณ High-sensitivity C-reactive protein (hs-CRP) และ ปริมาณโฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) ในเลือด
จากงานวิจัยฉบับนี้พบว่าปริมาณน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณค่าการอักเสบ High-sensitivity C-reactive protein (hs-CRP) ในเลือด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.33, p = 0.001) และ ปริมาณน้ำตาลสะสม (HbA1C) ในเลือดมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณโฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) ในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.53, p <0.001)
นอกจากนี้จากงานวิจัยฉบับนี้ยังพบว่า ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ปริมาณ High-sensitivity C-reactive protein (hs-CRP) และ ปริมาณโฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) ในเลือด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่า r = 0.34, 0.33 และ 0.32 ตามลำดับ และมีค่า p = 0.001, 0.002 และ 0.002 ตามลำดับ
ดังนั้นถ้าเราสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ (HbA1c < 5.7 ) โดยไม่ได้เน้นเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานแล้วเท่านั้น แต่ในคนที่เริ่มเสี่ยงเป็นเบาหวาน เราให้ความสำคัญในการปรับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเพื่อให้ระดับน้ำตาลสะสมและน้ำหนักให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็จะสามารถช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายและหลอดเลือด ช่วยลดภาวะหลอดเลือดแข็งได้ในอนาคต ซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่สำคัญและ
พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลสูงได้อีกด้วย
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
CallNumber:
วพ. WK810 ห135ก 2562
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง