แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น ในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
Policy management guidelines for prevention of undesirable adolescent pregnancies in Central Northeastern Provinces
Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น ในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น และ 3) กำหนดรูปแบบการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ ดำเนินการโดยการสัมภาษณ์แบบ กึ่งโครงสร้าง จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 16 คน ประกอบด้วย หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มารับบริการคลอดในโรงพยาบาลของรัฐในเขตพื้นที่วิจัย และที่มารับบริการก่อนคลอดและพักฟื้นอยู่ที่บ้านพักเด็กในจังหวัดในเขตพื้นที่วิจัย เจ้าหน้าที่ขององค์กรภาครัฐที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ในเขตพื้นที่วิจัยในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ ดำเนินการโดยใช้แบบสอบถามที่มีระดับความเชื่อมั่น 0.96 เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของทาโร ยามาเน่ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 267 คน เลือกจาก กลุ่มผู้ปกครอง ญาติ และผู้ที่ใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยการเลือกแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณผลการวิจัยพบว่า1) สภาพการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.30, S.D. = 0.64) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการเตรียมความพร้อม ( = 4.41, S.D. = 0.67) ด้านการวางกรอบ ( = 4.35, S.D. = 0.66) ด้านการสังเคราะห์ ( = 4.29, S.D. = 0.73) และด้านการระดมกำลัง ( = 4.12, S.D. = 0.81) ตามลำดับ2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น ในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย 4 ปัจจัย คือ (1) ด้านค่านิยมทางสังคม (β = 0.37) (2) ด้านการเมืองของกลุ่มผลประโยชน์ (β = 0.32) (3) ด้านสภาพทางเศรษฐกิจ (β = 0.16) และ (4) การเตรียมความพร้อม (β = 0.12) โดยทั้ง 4 ปัจจัย สามารถอธิบายความผันแปรของการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ได้ร้อยละ 74.00 (R2 = 0.74) และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.053) รูปแบบการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการ คือ (1) สร้างสัมพันธภาพของสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น โดยพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับวัยรุ่นมากที่สุด ต้องมีบทบาทหน้าที่ ช่วยคัดกรอง เลือกสรร ควบคุม การบริโภคสื่อต่างๆ ของวัยรุ่น ไม่ปล่อยให้บริโภคสื่ออย่างไร้ขอบเขต (2) สร้างสถาบัน การศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดย ครู อาจารย์ ต้องรับผิดชอบในการให้ความรู้แก่วัยรุ่นโดยตรง และสอนให้มีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องเพศอย่างถูกต้อง (3) สร้างสังคมที่ปลอดภัย โดยชุมชน องค์กร สื่อ และหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ควรได้ร่วมมือ สร้างสรรค์ และเสนอแนวทางที่ดีและถูกต้องในเรื่องเพศแก่วัยรุ่น ด้วยการให้ความรู้ จัดกิจกรรมการอบรม เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับวัยรุ่น (4) สร้างความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือขับเคลื่อนนโยบาย ให้การสอดส่องดูแลความปลอดภัยแก่วัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมสถานบันเทิงเริงรมย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อวัยรุ่น และ (5) ปฏิรูปกฎหมายให้สามารถควบคุมถึงสิ่งผิดกฎหมายและกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่น อย่างมีประสิทธิภาพ
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Role:
ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
CallNumber:
วพ 352.627 ม171น 2561
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ