การศึกษาและพัฒนากระบวนการใช้ประโยชน์จากรังไหมเปล่าเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน
The study and process development of cocoon utilization for design community product
Organization :
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
Abstract:
การศึกษาและพัฒนากระบวนการใช้ประโยชน์จากรังไหมเปล่าเพื่อการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มรังไหมประดิษฐ์ ตำบลตลาดน้อย อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการใช้ประโยชน์จากรังไหมเปล่า 2) เพื่อศึกษาและพัฒนา กระบวนการใช้ประโยชน์จากรังไหมเปล่าเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน 3) เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากรังไหมเปล่า และ 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ผลิต และผู้บริโภคที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มตัวอย่าง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทางด้านรังไหม ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ และ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบประเมินผลการออกแบบพัฒนา เพื่อสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ และประเมินระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยใช้วิธีการทางสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่อการสรุปผล
ผลการวิจัยพบว่ากระบวนการใช้ประโยชน์จากรังไหมเปล่านั้น แบ่งออกเป็น 5 กระบวนการ คือ กระบวนการตัด กระบวนการม้วน กระบวนการพับ กระบวนการอัดรีด และ กระบวนการยีฟู (ใส่ Soda Ash) โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการตัดสินใจเชิงสำดับ (AHP) ปรากฏว่าข้อมูล กระบวนการอัดรีดนั้นมีค่าความน่าสนใจมากที่สุด (3.2) จึงได้นำข้อมูลด้านกระบวนการอัดรีดมาเป็นแนวทางในการนำมาออก แบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มวัยรุ่นถึงกลุ่มวัยทำงาน เพศหญิง อายุ 26-35 ปี มีความต้องการผลิตภัณฑ์กระเป๋ามากที่สุด ร้อยละ 73 จากแนวทางการแก้ปัญหาตามหลักการของ TRIZ และใช้หลักการสร้างสรรค์นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้แนวความคิดลายผ้าทอยกมุก ไท-ยวนเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ สรุปได้ว่า ลายผ้าทอยกมุก ไท-ยวน ที่ถูกเลือกเป็นผ้าทอลายลีลาวดีลูกศร รองลงมาคือลายดอกจิก และลายขนมเปียกปูน จากนั้นสร้างแบบร่างเซทกระเป๋าสตรีเพื่อหารูปแบบที่ดีที่สุดด้วยทฤษฎีการกระจายหน้าที่เชิงคุณภาพวิศวกรรมย้อนรอย พบว่าเซทกระเป๋าสตรีรูปแบบที่ 2 มีค่าคะแนนสูงสุด จากนั้น นำมารูปแบบกระเป๋าที่ผ่านการคัดเลือกขึ้นต้นแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประกอบกับลวดลายผ้าทอยกมุกไท-ยวน แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเลือก พบว่า กระเป๋าสตรีรูปแบบที่ 3 ได้คะแนนเฉลี่ยรวม และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมากที่สุดมีค่าเท่ากับ (x̄ = 4.70, S.D. = 0.46) รองลงมาคือ แบบกระเป๋าสตรีรูปแบบที่ 2 และแบบที่ 1 ผลการสอบถามระดับความพึงพอใจของผู้ผลิต และ ผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ พบว่า ด้านประโยชน์ใช้สอยและความน่าสนใจมีระดับความเหมาะสม มากอยู่ที่ (x̄ = 4.14, S.D. = 0.62) ด้านความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีระดับความเหมาะสมมากอยู่ที่ (x̄ = 4.07, S.D. = 0.62) ด้านราคาที่เหมาะสมมีระดับความเหมาะสมอยู่ที่ (x̄ = 3.85, S.D.= 0.65 ) ด้านคุณค่าของผลิตภัณฑ์มีระดับความเหมาะสมอยู่ที่ (x̄ = 3.95, S.D. = 0.60) ด้านส่งเสริมการขายมีระดับความเหมาะสม (x̄ = 3.70, S.D. = 0.76)
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Email:
Lifelong@kmitl.ac.th
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
©copyrights สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง