แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การศึกษาการส่องกล้องสปายกลาสเพื่อตัดชิ้นเนื้อร่วมกับการตรวจความผิดปกติโครโมโซมด้วยเทคนิคแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิชในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่สงสัยมะเร็งท่อน้ำดีและตับอ่อน
A study of cholangioscopy guided biopsy (Spybite®) combined with pancreaticobiliary Fluorescence in situ hybridization(PB FISH) for the diagnosis of malignant biliary stricture

keyword: ท่อน้ำดีตีบตัน
; การส่องกล้อง
Abstract: การศึกษาการส่องกล้องสปายกลาสเพื่อตัดชิ้นเนื้อร่วมกับการตรวจความผิดปกติโครโมโซมด้วยเทคนิคแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิชในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่สงสัยมะเร็งท่อน้ำดีและตับอ่อน บทนำ การส่องกล้องทางเดินน้ำดี (ERCP) เป็นหัตถการที่นิยมในปัจจุบันในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มาด้วยท่อน้ำดีตีบตัน เนื่องมาจากสามารถทำการตัดชิ้นเนื้อและเก็บเซลล์ภายใต้ฟลูโอโรสโครปี้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดในการวินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีตีบตันเนื่องจากความไวในการวินิจฉัยค่อนข้างต่ำ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ในการส่องกล้องท่อน้ำดีชนิดใหม่ คือ กล้องสปายกลาส ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นลักษณะท่อน้ำดีที่ชัดเจนและสามารถบอกตำแหน่งของความผิดปกติได้ การศึกษานี้มีจุดประสงค์ในการหาความไวและความจำเพาะท่อน้ำดีตีบตันที่สงสัยมะเร็ง โดยการตัดชิ้นเนื้อด้วยกล้องสปายกลาสร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิคฟิช วิธีการวิจัย ผู้ป่วยที่สงสัยภาวะท่อน้ำดีตีบตันที่เกิดจากมะเร็งจะได้รับการส่องกล้องทางเดินน้ำดี (ERCP) ร่วมกับการส่องกล้องทำการตัดชิ้นเนื้อด้วยกล้องสปายกลาส (Spybite) เก็บเซลล์วิทยา (brush cytology) จากนั้นนำชิ้นเนื้อและเซลล์ที่ได้ไปส่งพยาธิวิทยาและทำการตรวจความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิคแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิช คือ การใช้ตัวตรวจจับ (probe) ที่เรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ไปจับกับโครโมโซมที่ตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง โดยตัวตรวจจับของโครโมโซมแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิช (PB probe) คือ โครโมโซม 1q21 (สีเหลือง), 7p12 (สีเขียว), 8q24 (สีฟ้า) และ 9p21 (สีแดง) โดยเซลล์มะเร็งสามารถตรวจพบการเพิ่มหรือลดของจำนวนโครโมโซมได้ การศึกษานี้เปรียบเทียบความไวและความจำเพาะการตรวจชิ้นเนื้อที่ได้จากกล้องสปายกลาสร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิคฟิช (Spybite FISH), การตรวจชิ้นเนื้อจากกล้องสปายกลาสด้วยพยาธิวิทยา (Spybite), การตรวจเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิชฟิช (FISH brushing) และการตรวจเซลล์โดยพยาธิวิทยา (cytology) ผลการวิจัย ผู้ป่วยมีภาวะท่อน้ำดีตีบตันที่สงสัยมะเร็งจำนวน 30 รายเข้าร่วมการวิจัย โดย 27 รายได้รับการวินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีตีบตันที่เกิดจากมะเร็ง โดยสาเหตุเกิดจากมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุด (15 ราย, 55.6%), รองลงมาคือมะเร็งตับอ่อนและมะเร็งท่อน้ำดีชนิด IPNB (3 ราย, 11.1%). ความไวในการวินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีที่เกิดจากมะเร็งด้วยการตรวจเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิชฟิช (FISH brushing) และการตรวจเซลล์โดยพยาธิวิทยา (cytology) คือ 33.3% และ 75% ตามลำดับ ความไวในการวินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีที่เกิดจากมะเร็งด้วยการตรวจชิ้นเนื้อที่ได้จากกล้องสปายกลาสร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิคฟิช (Spybite FISH) และการตรวจชิ้นเนื้อที่ได้จากกล้องสปายกลาสด้วยพยาธิวิทยา (Spybite) คือ 96.3% และ 62.9% ความจำเพาะเท่ากับ 33.3% and 100% ตามลำดับ สรุปผลการวิจัย การตรวจชิ้นเนื้อด้วยกล้องสปายกลาสร่วมกับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม (Spybite FISH) สามารถเพิ่มความไวในการวินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีตีบตันที่สงสัยมะเร็งได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการตรวจชิ้นเนื้อที่ได้จากกล้องสปายด้วยพยาธิวิทยา (Spybite) เพียงอย่างเดียว ดังนั้นการตรวจชิ้นเนื้อด้วยกล้องสปายกลาสร่วมกับการตรวจความผิดปกติของโครโมโซมด้วยเทคนิคฟิชสามารถนำมาใช้วินิจฉัยภาวะท่อน้ำดีตีบตันทางคลินิก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ผู้ป่วยที่มาด้วยภาวะท่อน้ำดีตีบตันที่สงสัยมะเร็งในการวางแผนรักษาต่อในอนาคต
Abstract: A study of cholangioscopy guided biopsy (Spybite®) combined with pancreaticobiliary Fluorescence in situ hybridization (PB FISH) for the diagnosis of malignant biliary stricture Jeerawat Maytapa, MD1, Phonthep Angsuwatcharakon, MD1, Roongruedee Chaiteerakij, MD, PhD1 1 Division of Gastroenterology, Department of Medicine, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University and King Chulalongkorn Memorial Hospital, Thai Red Cross Society, Bangkok, Thailand Background & Aims: Endoscopic retrograde cholangiopancreatography (ERCP) is commonly used diagnostic procedure for diagnosis of malignant biliary stricture. ERCP provides tissue samples for brush cytology and endoscopic intraductal biopsies for histopathology. However, distinguishing malignant biliary stricture from benign biliary stricture is challenging due to low sensitivity of brush cytology and intraductal biopsy. This study aimed to assess sensitivity and specificity of PB FISH combined with Spybite® for diagnosis of malignant biliary strictures. Method: Patients who were evaluated for malignant biliary strictures and underwent ERCP were enrolled. Bile duct tissue were obtained from the biliary stricture sites using SpyGlassTM Direct Visualization System for direct target biopsy. The tissue was then examined histologically and by PB FISH. The PB FISH assay used a mixture of fluorescence-labeled probes to chromosomes 1q21 (gold), 7p12 (green), 8q24 (aqua), and 9p21 (red) to identify chromosome number alterations. Cytologic specimens were also obtained during ERCP using a cytology brush before Spybite® biopsy. The biliary brushing samples were tested for routine cytology and PB FISH. Sensitivities and specificities of Spybite® FISH, Spybite® pathology, FISH brushing and cytology brushing were compared. Result: Of the 30 patients enrolled, 27 were diagnosed with malignancy. The most common cancer was cholangiocarcinoma (n=15, 55.6%), followed by pancreatic cancer and IPNB (n=3, 11.1%). The sensitivities of cytology brushing and FISH brushing for detection of malignancy were 33.33% and 75%, respectively. The sensitivities of Spybite® FISH and Spybite® biopsy were 96.3% and 62.9%. The specificities of Spybite® FISH and Spybite® biopsy were 33.3% and 100%. Conclusion: PB FISH is more sensitive for detection of malignant biliary strictures in Spybite® specimen than Spybite biopsy alone. PB FISH combined with Spybite® may improve the clinical management of patients who are being evaluated for malignant biliary stricture.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Role: ที่ปรึกษา
Created: 2560
Modified: 2562-09-05
Issued: 2562-09-05
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
URL: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/59796
tha
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 5974051430.pdf 2.46 MB6 2022-05-03 14:10:47
ใช้เวลา
0.034731 วินาที

รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิผลของดีวีดีสอนการทำอัลตราซาวนด์ตับและทางเดินน้ำดี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ
สุรีย์พร แจ้งศิริกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาการส่องกล้องสปายกลาสเพื่อตัดชิ้นเนื้อร่วมกับการตรวจความผิดปกติโครโมโซมด้วยเทคนิคแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิชในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่สงสัยมะเร็งท่อน้ำดีและตับอ่อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ;พรเทพ อังศุวัชรากร
จีรวัชร์ เมธาภา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การตรวจจับโรคมะเร็งตับโดยการตรวจคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กที่ไม่มีสารทึบรังสี ในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่ได้รับการตรวจคัดกรองเฝ้าระวังโรคมะเร็งตับ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ;สมบัติ ตรีประเสริฐสุข;รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร
หัตถกาญจน์ นวดุรงค์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาความคุ้มค่าจากการวิเคราะห์ต้นทุน-ประสิทธิผลของช่วงเวลาในการคัดกรองมะเร็งตับในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่ไม่มีภาวะตับแข็งและได้รับยาต้านไวรัส
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ
แสงดาว บุญกะยะ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเพื่อระบุหาสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายจากลมหายใจที่จำเพาะต่อมะเร็งตับอ่อน และ เนื้องอกถุงน้ำตับอ่อน เทียบกับประชากรที่ไม่มีรอยโรคตับอ่อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ;เกศินี เธียรกานนท์
ณัฐนิช ปึงพิพัฒน์ตระกูล
วิทยานิพนธ์/Thesis
พรเทพ อังศุวัชรากร
Title Creator Type and Date Create
การศึกษาปริมาณรังสีที่บุคลากรได้รับขณะทำหัตถการส่องกล้องฉีดสีท่อน้ำดีและตับอ่อนเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยท่านอนคว่ำและผู้ป่วยท่านอนตะแคงซ้าย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร;พรเทพ อังศุวัชรากร;อัญชลี กฤษณจินดา
วรวรุตม์ จันเจือมาศ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาการส่องกล้องสปายกลาสเพื่อตัดชิ้นเนื้อร่วมกับการตรวจความผิดปกติโครโมโซมด้วยเทคนิคแพนครีทิโคบิริอะรี่ฟิชในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่สงสัยมะเร็งท่อน้ำดีและตับอ่อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ;พรเทพ อังศุวัชรากร
จีรวัชร์ เมธาภา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างการสลายนิ่วโดยการใช้กล้องสปายกลาสร่วมกับเลเซอร์และ การสลายนิ่วโดยไม่ใช้เลเซอร์ร่วม ในผู้ป่วยที่มีนิ่วขนาดใหญ่ในท่อน้ำดี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร;พรเทพ อังศุวัชรากร;วิริยาพร ฤทธิทิศ
สันติ กุลพัชรพงศ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
หมอนรองหน้าอกเพื่อลดอาการปวดต้นคอหลังการส่องกล้องท่อน้ำดีและตับอ่อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พรเทพ อังศุวัชรากร
อชิรญา ปลอดอักษร
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 25
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2,888
รวม 2,913 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 90,583 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 61 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 54 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 38 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 5 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 1 ครั้ง
รวม 90,744 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.5