แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ประสิทธิผลของโบทูลินั่มท็อกซิน เอ ขนาด 3 ยูนิต และ 5 ยูนิต ต่อ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในการรักษาคีลอยด์และรอยแผลเป็นนูนในแผลผ่าตัดหลังคลอด
The efficacy of 3 U/CM³ and 5 U/CM³ botulinum toxin a on keloid and hypertrophic scars treatment in cesarean section
Efficacy of 3 U/CM³ and 5 U/CM³ botulinum toxin a on keloid and hypertrophic scars treatment in cesarean section

Address: เลขที่ 333 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสุด
Organization : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. สาขาวิชาตจวิทยา
Email : ask.library@mfu.ac.th

keyword: การรักษาคีลอยด์
ThaSH: แผลเป็น
Classification :.LCCS: WR143
ThaSH: คีลอยด์ -- การรักษาด้วยยา
ThaSH: โบทูลินั่มท็อกซินเอ
LCSH: Keloid
LCSH: Botulinum Toxins
Abstract: ปัญหารอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ นับว่าเป็นปัญหาที่ยังไม่มีการรักษาที่เป็นการรักษามาตรฐานหรือได้รับผลการรักษาที่เป็นที่น่าพึงพอใจสูงสุด และยังไม่ทราบกลไกการเกิดที่แน่ชัด มีอัตราการเกิดซ้ำได้ค่อนข้างสูง ในปัจจุบันมีการนำสารโบทูลินั่มท็อกซิน เอ มาใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงมีการศึกษาวิจัยว่าการฉีดโบทูลินั่มท็อกซินช่วยทำให้รอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ดีขึ้นและเกิดผลข้างเคียงต่ำ แต่ยังมีงานวิจัยในกลุ่มประชากรต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย รวมถึงปริมาณของ โบทูลินั่มท็อกซินเอ ที่น้อยที่สุด ที่จะให้ผลการรักษาที่เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในด้านการช่วยลดปริมาตรของรอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ ลดสีผิวที่ผิดปกติ รวมทั้งอาการข้างเคียง เช่น อาการปวด และการคัน ยังไม่ได้มีการทำการศึกษาวิจัยมาก่อน จึงเป็นที่น่าสนใจนำมาศึกษาเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษารอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาถึงประสิทธิผลของการใช้โบทูลินั่มท็อกซิน เอ ขนาด 3 U/CM3 เปรียบเทียบกับขนาด 5 U/CM3 โดยการฉีดเข้าในรอยแผลในการรักษารอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกในอาสาสมัครที่มีรอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ในแผลผ่าตัดหลังคลอด ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง อโศก จำนวน 16 คน โดยแบ่งรอยแผลตามความยาวออกเป็นสามส่วนและทำการศึกษาบริเวณส่วนปลายของแผลทั้งสองข้าง โดยการฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ ขนาด 3 และ 5 ยูนิตต่อ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร เดือนละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน ประเมินผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงสีผิวของรอยแผลเป็นด้วยเครื่อง Maxemeter®MX18 ประเมินจากลักษณะทางคลีนิคด้วยคะแนน Vancouver Scar Scale และปริมาตรของรอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ รวมถึงอาการปวดและอาการคันของรอยแผลเป็น ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการรักษา และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ผลการศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยสีผิวจาก Mexameter ค่าเฉลี่ยคะแนน Vancouver Scar Scale และ ค่าเฉลี่ยปริมาตร ลดลงในทั้งสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ระหว่างกลุ่มที่ได้รับ โบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ ขนาด 3 U/CM3 เทียบกับขนาด 5 U/CM3 ก่อนการรักษา, ระยะติดตามผล 4, 8 และ 12 สัปดาห์ พบว่าระหว่างกลุ่มที่ได้รับโบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ ขนาด 3 U/CM3 เทียบกับขนาด 5 U/CM3 ไม่แตกต่างกันในทางสถิติ รวมถึงอาการปวด อาการคันที่ลดลง และความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมวิจัยของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันในทางสถิติ และไม่พบว่ามีผลข้างเคียง เกิดขึ้นในระหว่างการเก็บข้อมูลวิจัย สรุปผล โบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ ขนาด 3 U/CM3 สามารถใช้รักษารอยแผลเป็นนูนและ คีลอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของสีผิวที่ผิดปกติ ลักษณะทางที่คลินิกที่ประเมินด้วย Vancouver Scar Scale และปริมาตรที่ลดลง และไม่มีความแตกต่างกับการใช้ โบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ ขนาด 5 U/CM3 ในการรักษารอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ จากผลการทดลองสันนิษฐานว่า โบทูลินั่มท็อกซินเอ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไฟโบรบลาสต์ ทำให้เส้นใยคอลลาเจนลดลง เป็นผลให้ปริมาตรของคีลอยด์ลดลง อีกทั้งโบทูลินั่มท็อกซินเออาจมีฤทธิ์ยับยั้งการปล่อย สารฮีสตามีนจากแมสเซลล์ ทำให้ลดการผลิตเม็ดสีผิว เป็นผลทำให้ค่าเม็ดสีลดลงอีกด้วย
Abstract: Keloid and hypertrophic scars occur from abnormal responses in any phases of the wound healing process. To this day, the exact pathophysiology of keloid and hyperthrophic scars formation is still unknown, so it is difficult to encounter an effective treatment strategy for these patients. A variety of treatments for keloid and hypertrophic scars have been advocated in the past. The results were inconstant and recurrences have remained common. Intralesional botulinum toxin A was found to be effective in keloid and hypertrophic scars treatment. Because of its extensive use and fewer complications, so botulinum toxin A has become an interesting alternative treatment for keloid and hypertrophic scars. Objective to compare the efficacy of 3 U/CM3 and 5 U/CM3 botulinum toxin A injections for treatment of keloid and hypertrophic scars. Methods and Materials A total of 16 keloid and hypertrophic scars after a cesarean section were performed in this the study. Each scar was divided into three portions (two lateral portions were subjected to study) and received monthly treatments. One side with intralesional botulinum toxin A injections 3 unit/cm3, and the other side with intralesional botulinum toxin A injections 5 unit/cm3. The primary outcome was assessed by melanin value by Maxemeter®MX18, The Vancouver Scar Scale (VSS) and volume of keloid and hypertrophic scars at 0, 4, 8 and 12 weeks, consecutively. Secondary outcome was assessed by patient satisfaction and side-effects. Results in the group treated with intralesion botulinum toxin A 3 U/cm3 and 5 U/cm3 showed a statistically significant decrease of melanin value, VSS score and volume of scars compared with the baseline. Regarding the patient satisfaction score, there was no significant difference between both groups and no adverse effect was observed. Conclusion Intralesional Botulinum toxin A 3 unit/cm3 injection can reduce melanin value, VSS score and the volume of scars with significant difference compared with the baseline and no significant difference compared with 5 unit/cm3 injection after 12 week. This finding suggests that intralesional botulinum toxin A 3 unit/cm3 injection has the efficacy to inhibit the proliferation of fibroblasts resulting in decreasing the volume of keloid and hypertrophic scars. In addition, it reduces melanin synthesis resulting in decreasing the melanin value. Thus, Intralesional Botulinum toxin A 3 unit/cm3 injection has effectiveness in keloid and hypertrophic scars treatment.
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
Address: เชียงราย
Email: library@mfu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Email : ask.library@mfu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Email : ask.library@mfu.ac.th
Created: 2561
Issued: 2562
Modified: 2562-08-28
Issued: 2562-08-28
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: วพ. WR143 ส853ป 2561
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 128484.pdf 55.41 MB23 2024-06-24 09:38:42
ใช้เวลา
0.042826 วินาที

สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิผลของยาทาเตรติโนอิน 0.025% และ 0.05% ในการรักษาสิวเสี้ยนบริเวณจมูก
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
คุณัชญ์ประเสริฐ วิฑูรเศรษฐ์
Kunutprasert Witoonset
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิผลของการรักษารอยดำจากสิวที่หลังโดยใช้เลเซอร์คิวสวิทซ์ เอ็นดี:แย้ก และทาครีม 2 % ไดไฮโดรออกซีเรสเวอราทรอล
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
ณัฐพร สันติภาษ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิผลของโบทูลินั่มท็อกซิน เอ ขนาด 3 ยูนิต และ 5 ยูนิต ต่อ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในการรักษาคีลอยด์และรอยแผลเป็นนูนในแผลผ่าตัดหลังคลอด
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
สุรวีย์ นาวินปกาสิตย์
Surawee Nawinpakasit
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิภาพของครีมไลโคปีน 25 และ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จากสารสกัดมะเขือเทศในการรักษาฝ้า
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
สิทธิสุข ไอยะรา
Sitthisuk Aiyara
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดมะเขือเทศในการดูแลภาวะรักแร้ดำ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
พิมลสิริ เดี่ยวปรัชญารักษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างครีมสารสกัดจากดอกดาวเรืองฝรั่งเข้มข้น ร้อยละ 10 และครีมเบสในการรักษาโรคสะเก็ดเงินชนิด ผื่นหนาระดับรุนแรงน้อย
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล
เอกสิษฐ์ ภูพิชฏาณัฏฐ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิภาพของการใช้เครื่องให้แสงความเข้มข้นสูงแบบใช้ที่บ้าน เพื่อการรักษารอยแดงของสิว
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล
นวัต เด่นเมฆา
วิทยานิพนธ์/Thesis
ทวี สายวิชัย
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิผลของยาทาเตรติโนอิน 0.025% และ 0.05% ในการรักษาสิวเสี้ยนบริเวณจมูก
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
คุณัชญ์ประเสริฐ วิฑูรเศรษฐ์
Kunutprasert Witoonset
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิผลของการรักษารอยดำจากสิวที่หลังโดยใช้เลเซอร์คิวสวิทซ์ เอ็นดี:แย้ก และทาครีม 2 % ไดไฮโดรออกซีเรสเวอราทรอล
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
ณัฐพร สันติภาษ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ประสิทธิผลของโบทูลินั่มท็อกซิน เอ ขนาด 3 ยูนิต และ 5 ยูนิต ต่อ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในการรักษาคีลอยด์และรอยแผลเป็นนูนในแผลผ่าตัดหลังคลอด
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
สุรวีย์ นาวินปกาสิตย์
Surawee Nawinpakasit
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิภาพของครีมไลโคปีน 25 และ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จากสารสกัดมะเขือเทศในการรักษาฝ้า
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
สิทธิสุข ไอยะรา
Sitthisuk Aiyara
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดมะเขือเทศในการดูแลภาวะรักแร้ดำ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สิรินทิพย์ ชัยชโลทรกุล;ทวี สายวิชัย
พิมลสิริ เดี่ยวปรัชญารักษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 3,978
รวม 3,978 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 52,457 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 1 ครั้ง
รวม 52,461 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.104