แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การพัฒนาสื่อประสมเรื่องภาวะโลกร้อนเพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย
A development of multi-media on global warming for informal education

keyword: การศึกษาตามอัธยาศัย
ThaSH: ภาวะโลกร้อน -- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Classification :.DDC: 371.333
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจ เจตคติเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและความต้องการในการใช้สื่อเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนของประชาชนจังหวัดสระแก้ว 2) สร้างและพัฒนาสื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน เพื่อการศึกษาตามอัธยาศัยของประชาชน 3) ประเมินความรู้ความเข้าใจและเจตคติเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนของประชาชนหลังการใช้สื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน เพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย และ 4) ศึกษาความคงทนด้านความรู้ความเข้าใจของประชาชน หลังการใช้สื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน เพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย ผ่านไป 4 สัปดาห์ พื้นที่วิจัยคือ จังหวัดสระแก้ว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ประชาชนในจังหวัดสระแก้วขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน โดยเลือกศึกษา 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังน้ำเย็น คลองหาด และตาพระยา ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ใช้การวิจัยแบบผสานวิธีทั้งวิธีการ เชิงคุณภาพและวิธีการเชิงปริมาณ ในขั้นการศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจ เจตคติเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อนและความต้องการในการใช้สื่อ รวมทั้งการประเมินความรู้ความเข้าใจ เจตคติและศึกษา ความคงทนด้านความรู้ความเข้าใจ ประชากรที่ใช้ในการศึกษามีอายุระหว่าง 15-60 ปี จำนวน 101,725 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ (1) แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจด้านภาวะโลกร้อน เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก คุณภาพของเครื่องมือมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.96 (2) แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วัดเจตคติต่อภาวะโลกร้อนและความต้องการในการใช้สื่อ มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.93 (3) สื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน ที่บรรจุในแผ่นซีดี การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที แบบตัวอย่างอิสระ การทดสอบค่าเอฟ กรณีกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ขั้นสร้างและพัฒนาสื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน ผู้วิจัยได้สร้างสื่อประสมที่บรรจุในแผ่นซีดี แล้วประเมินคุณภาพสื่อโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ด้านสิ่งแวดล้อม 2 คน และด้านสื่อ 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ทำการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของสื่อเป็นไปตามเกณฑ์ 85/85 การวิเคราะห์เพื่อหาค่าประสิทธิภาพของสื่อใช้สูตร E1/E2 จากประชาชนในจังหวัดสระแก้ว ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนของประชาชนอยู่ในระดับน้อย (ร้อยละ 46.98) มีเจตคติในระดับปานกลาง ( = 2.83, S.D. = 0.75) โดยประชาชนที่มีระดับการศึกษาและอาชีพต่างกันมีความรู้ความเข้าใจและเจตคติต่อภาวะโลกร้อน ไม่แตกต่างกัน และด้านความต้องการในการใช้สื่อมีความต้องการประเภทสื่อประสม มากที่สุด (ร้อยละ 75.68) 2) สื่อประสมที่สร้างขึ้นมีลักษณะเป็นสารคดีบรรจุในแผ่นซีดี บรรยายด้วยภาษาไทย มีภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง ใช้เวลาในการนำเสนอ 100 นาที มีเนื้อหา 4 ตอน ได้แก่ สภาพและปัญหาภาวะโลกร้อน สาเหตุของปัญหา ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แนวทางป้องกันการแก้ไขและวิธีลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนโดยบทบาทของประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิได้ประเมินคุณภาพสื่อแล้วนำสื่อมาพัฒนาโดยปรับปรุงเนื้อหาให้กระชับ ปรับเสียงให้ชัดเจน และปรับการใช้เวลานำเสนอสื่อเป็น 80 นาที ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการประเมินสื่อมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.79, S.D. = 0.17) ผลการประเมินประสิทธิภาพสื่อมีค่าเท่ากับ 86.67/87.45 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 3) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนของประชาชนหลังการใช้สื่อประสมเรื่อง ภาวะโลกร้อน เพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย พบว่ามีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 79.35) เมื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการใช้สื่อ พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ด้านเจตคติของประชาชน พบว่ามีเจตคติในระดับมาก ( = 4.14, S.D. = 0.55) เมื่อเปรียบเทียบเจตคติก่อนและหลังการใช้สื่อ พบว่ามีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 4) ความคงทนของความรู้ความเข้าใจของประชาชนต่อภาวะโลกร้อน หลังการใช้สื่อประสมผ่านไป 4 สัปดาห์ พบว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 78.20) และมีเจตคติอยู่ในระดับมาก ( = 4.07, S.D. = 0.56).
Abstract: The objectives of this research were to 1) study the level of knowledge, understanding and attitude on global warming and the requirement of multi-media about global warming of people in Sa Kaeo province 2) create and develop the multi-media on global warming for non-formal education of people 3) evaluate the knowledge, understanding and attitude on global warming after using the multi-media on global warming for non-formal education of people and 4) study the durability of knowledge, understanding of people on global warming after using the multi-media on global warming for non-formal education for 4 weeks. The research area was Sa Kaeo province because this area confronted the drought, flood and temperature change severely and continually. The preliminary survey showed that people in Sa Kaeo lacked of knowledge, understanding on global warming. This study selected 3 districts namely Wang Nam Yen, Klong Hat and Ta Praya which using the multi-stage sampling. This research was conducted by mixed methods of qualitative and quantitative research in the phase of studying the knowledge, understanding, attitude and durability about global warming. The population were the people who were 15-60 years of 101,725 persons and the sample size followed by Taro Yamane and the sample of 400 respondents. The tools were (1) the 4 multiple choices test of knowledge, understanding on global warming with reliability of 0.96 (2) the 5 level rating scale questionnaire on the attitude of global warming and requirement on using multi-media with reliability of 0.93 (3) the multi-media on global warming which the researcher constructed in the form of CD. The data were analyzed by statistics of percentage, mean, standard deviation, Independent t-test, F-test and content analysis. The phase of creation and development the multi-media about global warming, using CD and evaluated by 5 experts namely 2 persons in environment and 3 persons in multi-media. The tool for evaluation was the structured interviewing by the method of content analysis. The criteria determined the efficiency as 85/85 and used the formula of E1/E2. The results of the research were as follows: 1) The level of knowledge, understanding on global warming of people were at the low level (46.98 percent) and attitudes were at the moderate level ( = 2.83, S.D. = 0.75). The people who were different in education level and occupations had no differed in knowledge, understanding and attitude on global warming. While the requirement of multi-media were at the highest (75.68 percent). 2) The created multi-media were the documentaries that contained in CD, narrated in Thai language with graphic pictures, movable pictures with light, color and sound in time consumption of 100 minutes. The contents were divided into 4 sections namely the states and problems of global warming, causes of problems, the impacts on human kind and environment, the approaches of solution and methods to reduce the problems by the people’s roles. The experts evaluated the quality of multi-media, then suggested the developing to refine the contents such as clear sound and reduced the time consumption to 80 minutes. The results of evaluation was at the highest level ( = 4.79, S.D. = 0.17) and the efficiency of multi-media was 86.67/87.45 accordance with determined criteria. 3) The knowledge, understanding and attitude on global warming after using the multi-media on global warming for non-formal education of people found that were at the very good (79.35 percent). When compared before and after using the multi-media found that had differed at a statistical significance of 0.05. The attitudes of people were at the high level ( = 4.14, S.D. = 0.55), and differed between before and after using the multi-media at a statistical significance of 0.05. 4) The durability of knowledge, understanding of people after using the multi-media on global warming for non-formal education for 4 weeks found that were at the very good level (78.20 percent) and attitudes of people were at the high level ( = 4.07, S.D. = 0.56).
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: ปทุมธานี
Email: arit@vru.ac.th
Role: ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
Created: 2561
Modified: 2561-08-31
Issued: 2561-08-31
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
BibliograpyCitation : 8596988
CallNumber: วพ 371.333 ป428ก 2558
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 8596988.pdf 15.78 MB110 2026-03-24 11:25:19
ใช้เวลา
0.032074 วินาที

ปรัชญกุล ตุลาชม
Title Contributor Type
การตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดสระแก้ว
มหาวิทยาลัยบูรพา
ปรัชญกุล ตุลาชม
ชิตพล ชัยมะดัน
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาสื่อประสมเรื่องภาวะโลกร้อนเพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
ปรัชญกุล ตุลาชม
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
วิทยานิพนธ์/Thesis
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนารูปแบบการเทศนาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับประชาชน
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
ปานทอง นิละพันธ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
วิถีชีวิตชุมชนรอบเขื่อนหลังการสร้างเขื่อนพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
คมแสน พิลาสมบัติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยในครัวเรือน ตำบลทุ่งบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
นภัสพร ทองพราย
วิทยานิพนธ์/Thesis
วิถีชีวิตชุมชนรอบเขื่อนหลังการสร้างเขื่อนพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
คมแสน พิลาสมบัติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาสื่อประสมเรื่องภาวะโลกร้อนเพื่อการศึกษาตามอัธยาศัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
ปรัชญกุล ตุลาชม
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาเกณฑ์วัดสีเขียวสำหรับวัดในจังหวัดเพชรบูรณ์ : ความรู้ เจตคติ และความพึงพอใจต่อเกณฑ์วัดสีเขียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
บุญเลิศ วงค์โพธิ์.
พระประเสริฐ เพชรโสม
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 67
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 9,219
รวม 9,286 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 95,997 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 744 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 5 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 2 ครั้ง
รวม 96,751 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.42