แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
Learning Organization Development of Taling Chan District Office, Bangkok

keyword: สำนักงานเขตตลิ่งชัน
; การเรียนรู้
; การพัฒนาองค์การ
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ๒) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของข้าราชการที่มีต่อการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และ ๓) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะของข้าราชการที่มีต่อการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัย โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ ข้าราชการสังกัดสำนักงานเขตตลิ่งชันจำนวน ๑๒๕ คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) การทด สอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way Analysis of Variance) เมื่อพบว่ามีความแตกต่าง จะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่า เฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญที่น้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD) โดยกำหนดนัยสำคัยทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ โดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ๑. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน ๙๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๖, มีอายุระหว่าง ๓๐-๓๙ ปี จำนวน ๔๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๐, มีสถานภาพสมรส จำนวน ๖๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๙.๖, มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน ๘๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๔, มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า ๒๕,๐๐๑ บาทขึ้นไป จำนวน ๔๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๘, มีประสบการณ์ด้านการทำงานตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไป จำนวน ๕๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๕.๖ ๒. ระดับความคิดเห็นของข้าราชการที่มีต่อการการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทั้ง ๕ ด้าน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านแบบแผนความคิดอ่าน รองลงมา ได้แก่ ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ด้านการเรียนรู้แบบเป็นทีม ด้านความรอบรู้แห่งตน และด้านการคิดอย่างเป็นระบบ ๓. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ข้าราชการที่มี เพศ อายุ สถานภาพ วุฒิการศึกษา รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ด้านการทำงาน แตกต่างกัน มีผลต่อระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า ข้าราชการที่มี เพศ วุฒิการศึกษา แตกต่างกันมีระดับความคิดเห็นไม่มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ แต่เมื่อจำแนกตาม อายุ สถานภาพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ด้านการทำงานพบว่า มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๔. ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร คือ ๑) ด้านความรอบรู้แห่งตน: บุคลากรส่วนใหญ่รอบรู้เฉพาะหน้าที่ ที่ตนรับผิดชอบ เมื่อบุคลากรคนใดหนึ่งไม่อยู่ทำให้งานต้องหยุดชงัก ข้อเสนอแนะ: ควรจัดให้มีการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หน้าที่ของแต่ละคน เพื่อให้แต่ละคนสามารถทำงานแทนกันได้ ๒) ด้านแบบแผนความคิดอ่าน: บุคลากรไม่ค่อยมีเวลาในการแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เนื่องจากภารกิจในการทำงานมีมาก ข้อเสนอแนะ: ควรใช้ช่วงเวลาว่างในการค้นคว้าหาความรู้ เพื่อที่จะนำไปประยุกต์ในการปฏิบัติงาน ๓) ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน: เจ้าหน้าที่ขาดการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ ข้อเสนอแนะ: ควรเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ และความเป็นกันเองมากขึ้น ๔) ด้านการเรียนรู้แบบเป็นทีม: ภายในองค์การยังขาดการประสานงาน พูดคุยและเปลี่ยนทัศนะร่วมกัน ข้อเสนอแนะ: ควรมีการยอมรับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และควรสร้างความสามัคคีภายในองค์การด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานมากขึ้น ๕) ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ: ขาดเวลาในการพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเวลาในการปฏิบัติงานมีมาก ข้อเสนอแนะ: ควรจัดให้มีการอบรมหรือให้ความรู้ในการคิดอย่างเป็นระบบอย่างสม่ำเสมอและควรจัดให้มีการฝึกอบรม เสนอแนะเทคนิคในการรวบยอดความคิด
Abstract: This research consisted of three main objectives: I) to study learning organization development of Taling Chan District Office, Bangkok, II) to study the opinion level of the bureaucrats towards learning organization oevelopment of Taling Chan District Office, Bangkok and III) to study the problems and guidelines for learning organization oevelopment of Taling Chan District Office, Bangkok. This research used implementation of the research methodology. As for the quantitative research, which conducted a survey research. The population used in this research is consisted of 125 bureaucrats from Taling Chan District Office. The tools used for data collection was questionnaire and gathered data were then analyzed by using statistical techniques such as frequency, percentage, mean and Standard Deviation (S.D.). To test the hypothesis, t-test and F-test analyzed with One-Way Analysis of Variance. The mean differences were compared with the difference of values for each pair by the Least Significant Difference method (LSD). To determine the statistical significance level of 0.05. The Results of research showed that: 1. The majority of the respondents were female of 92 people accounted for 73.6 percent, aged between 30-38 years of 40 people accounted for 32.0 percent, Most of them were married of 62 people, representing 49.6 percent. Most respondents graduated bachelor's degree for amount of 83 people accounted for 66.4 percent. The majority of respondents had a monthly income of more than 25,001 baht upwards of 41 people, representing 32.8 percent. Most respondents have work experience from 16 years upwards of 57 people, representing 45.6 percent. 2. The overall opinions of bureaucrats towards learning organization development of Taling Chan District Office, Bangkok were found at the high level of the top 5 aspects. When considered into each aspect, it was found at high level in all aspects. The aspect with the highest average was Mental Models and followed by Shared Vision, Team Learning, Personal Mastery and System Thinking. 3. The hypothesis testing found that bureaucrats who were different in terms of gender, age, status, education, monthly income and work experience had different opinion on learning organization development of Taling Chan District Office, Bangkok. The considering of personal factors was found that bureaucrats with different gender education had no statistically significant difference at the 0.05 level; therefore the hypothesis were rejected. However, when categorizing the subjects based on age, status, monthly income and work experience, it was found that there statistically significant difference at the 0.05 level, so the hypothesis was accepted. 4. The problems and suggestions of learning organization development of Taling Chan District Office, Bangkok are: I) Personal Mastery: Most bureaucrats knew only their duties responsibly, when any bureaucrats was absent it made the work pause. Guideline: It should arrange a meeting, seminar, learn each one’s work duty to enable the individual be able for work interchangeably. II) Mental Models: Most bureaucrats didn’t have time enough to seek new knowledge as they had lots of tasks. Guideline: It should spend the free time to gain new knowledge for applying in working. III) Shared Vision: The bureaucrats had lack of discussion, pinions and experiences exchange. Guideline: It should provide opportunities for personnel at all levels to post a comment, exchange of experience to enhance the friendlier relationship. IV) Team Learning: Most bureaucrats had lack of coordination, chat and change perspectives together. Guideline: It should be accepted and exchange knowledge with each other. And should create unity within the organization, with the participation of more units. V) System Thinking: Most bureaucrats had lack of time to learn about systematic thinking, because they had a lot of duties. Guideline: It should provide for the training and knowledge to think systematically and consistently should provide training techniques suggested in the conceptual ideas.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ส่วนหอสมุดกลาง
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2557
Modified: 2561-08-19
Issued: 2561-08-19
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 MCU570201009.pdf 4.17 MB62 2024-04-10 11:19:16
ใช้เวลา
0.038232 วินาที

พระคำพุด อุตฺตโม (ไซยะวง)
Title Contributor Type
การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระคำพุด อุตฺตโม (ไซยะวง)
พระมหาอำนวย อํสุการี
โกนิฏฐ์ ศรีทอง
วิทยานิพนธ์/Thesis
พระมหาอำนวย อํสุการี
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ศึกษาในอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พิเชฐ ทั่งโต ;พระมหาอำนวย อํสุการี ;วันชัย สุขตาม
พระปลัดสนชัย ภูมิปาโล (หามนตรี)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาอำนวย อํสุการี ;โกนิฏฐ์ ศรีทอง
พระคำพุด อุตฺตโม (ไซยะวง)
วิทยานิพนธ์/Thesis
โกนิฏฐ์ ศรีทอง
Title Creator Type and Date Create
ภาวะผู้นำในการพัฒนาชุมชนของพระสังฆาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โกนิฏฐ์ ศรีทอง ;พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ ;พระมหาศักฏา สุมโน
พระมหานพพล กนฺตสีโล (สายสินธ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถานของพระสังฆาธิการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โกนิฏฐ์ ศรีทอง ;พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ ; ยุทธนา ปราณีต
พระมหาเสถียร ถาวรธมฺโม (เกษาชาติ)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาการบริหารงานตามหลักพุทธธรรมของสถานีตำรวจเพื่อประชาชน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โกนิฏฐ์ ศรีทอง ;สุรพล สุยะพรหม
ไพวัลย์ พรหมนา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาอำนวย อํสุการี ;โกนิฏฐ์ ศรีทอง
พระคำพุด อุตฺตโม (ไซยะวง)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,769
รวม 1,770 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 23,924 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 10 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 2 ครั้ง
รวม 23,936 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.181