แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ปัจจัยทำนายการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่น ST ยกสูง
Predictors for six-month re-hospitalization after hospital discharge from acute Non-ST elevation myocardial infarction


ThaSH: Coronary disease -- Complications
ThaSH: Renal insufficiency
Abstract: ปัญหาและความสำคัญ: ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่น ST ยกสูง (NSTEMI) มีความเสี่ยงสูงต่อการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล การจำแนกระดับปัจจัยเสี่ยงจึงเป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาแนวทางการรักษาพยาบาล และการเฝ้าระวังติดตามผู้ป่วยทั้งระยะสั้นขณะที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล และผลลัพธ์ระยะยาวหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล วัตถุประสงค์: ศึกษาระดับความเสี่ยงต่อการกลับมารักษาซ้ำ อัตราการกลับมารักษาซ้ำ และปัจจัยทำนายการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลโดยใช้ Global Registry of Acute Coronary Events (GRACE) risk score วิธีการวิจัย: การวิจัยแบบไม่ทดลอง ศึกษาย้อนหลังจากบันทึกเวชระเบียนแล้วติดตามผลไปข้างหน้า ในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล กลุ่มเป้าหมาย 176 ราย เป็นผู้ป่วย NSTEMI ทั้งหมดที่มารักษาตัวในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งขนาด 170 เตียง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ถึง 30 มิถุนายน 2558 มีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาล จำนวน 16 ราย (9.09%) เหลือกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา 160 ราย ประเมินความเสี่ยงการกลับมารักษาซ้ำโดยใช้ Otago-Southland GRACE risk score model ประกอบด้วย 9 ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุ อัตราการเต้นของหัวใจเมื่อแรกรับ ค่าความดันซิสทอลิกเมื่อแรกรับ ค่าซีรัมครีเอตินิน ประวัติการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีภาวะหัวใจล้มเหลว คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ST-segment ผิดปกติ ระดับเอ็นไซม์กล้ามเนื้อหัวใจสูง และการรักษาโรคด้วยการเปิดหลอดเลือด (PCI) คะแนนตั้งแต่ 1-263 คะแนน คะแนนยิ่งมากแสดงว่าผู้ป่วยยิ่งมีความเสี่ยงสูง โดยสามารถจำแนกความเสี่ยงออกเป็น 3 ระดับ คือ ความเสี่ยงระดับต่ำ (คะแนน ≤100) ปานกลาง (คะแนน 100-149) และเสี่ยงสูง (คะแนน ≥150) ประเมินผลลัพธ์การกลับมารักษาซ้ำด้วยสาเหตุจากโรคหัวใจใน 6 เดือนแรก ได้จากบันทึกเวชระเบียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม สำเร็จรูป (SPSS package for PC Window) ใช้สถิติบรรยาย วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยเดี่ยวโดยใช้ค่า odds ratio (OR), 95% confidential interval (95%CI) และในโมเดลพหุปัจจัยใช้สถิติ โลจิสติก โดยวิเคราะห์จากปัจจัยเสี่ยง 8 ปัจจัย ไม่วิเคราะห์ปัจจัยการรักษาโรคด้วยการเปิดหลอดเลือดเนื่องจากมีผู้ป่วยเพียงรายเดียวที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ผลการวิจัย: อัตราการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ร้อยละ 40 (n = 64) คะแนนเฉลี่ย GRACE เท่ากับ 138.13±30.51 คะแนน (ตั้งแต่ 56-209 คะแนน) อัตราเสี่ยงการกลับมารักษาซ้ำในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับระดับคะแนนความเสี่ยง (Chi-square 11.02, p = 0.004) โดยค่าสัดส่วนความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในผู้ที่มีคะแนนความเสี่ยงปานกลาง (OR 1.62, 95% 0.48-5.42) และสูงถึงสี่เท่าในผู้ที่มีคะแนนความเสี่ยงสูง (OR 4.38, 95%CI 1.30-14.78) การวิเคราะห์โมเดลพหุปัจจัยพบว่าโมเดลรวมของปัจจัยเสี่ยง 8 ปัจจัย ร่วมกันทำนายการกลับมารักษาซ้ำได้ร้อยละ 60 (p = 0.01) แม้ว่าปัจจัยอิสระทุกตัวจะไม่มีค่าสำคัญทางสถิติในการทำนายผลลัพธ์ทั้งเมื่อวิเคราะห์โมเดลปัจจัยเดี่ยวและโมเดลพหุปัจจัย แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมีแนวโน้มความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นตามระดับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงนั้น ๆ โดยแสดงให้เห็นว่าอัตราเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีประวัติเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีภาวะหัวใจล้มเหลว อัตราชีพจรเมื่อแรกรับ ≥110 ครั้งต่อนาที ความดันซิสทอลิกเมื่อแรกรับ <200 มม.ปรอท ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ST-segment ผิดปกติ ค่าซีรัมครีเอตินิน ≥1.20 มก./ดล. และพบระดับเอ็นไซม์กล้ามเนื้อหัวใจสูงผิดปกติ สรุปและเสนอแนะ: การใช้โมเดล Otago-Southland GRACE risk score สามารถทำนายการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่น ST ยกสูง (NSTEMI) โยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีระดับเสี่ยงปานกลางถึงระดับความเสี่ยงสูง จะต้องมีการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลอย่างจำเพาะมากกว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและมีระบบการติดตามป้องกันการกลับมารักษาซ้ำและการเกิดอุบัติการณ์ชนิดที่รุนแรง คำสำคัญ: โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่น ST ยกสูง, คะแนนความเสี่ยงโมเดล GRACE, การกลับมารักษาซ้ำ, การเกิดอุบัติการณ์ชนิดที่รุนแรง
Abstract: Introduction: Patients with non-ST elevation myocardial infarction (NSTEMI) are at a high risk of re-hospitalization within the first six months after hospital discharge. Risk stratification at admission seems to be essential for a tailored therapeutic strategy as well as short and long-term monitoring of outcomes after discharge. Objectives: To stratify risk level, rate of re-hospitalization, and predictors for six-month re-hospitalization by using the Global Registry of Acute Coronary Events (GRACE) risk scoring. Design and Methods: Observational and retro-prospective study design using secondary data from patient record documents. Eligible sample were a total of 176 NSTEMI patients admitted to a 170-bed community hospital during January 1, 2013 to June 30, 2015. Sixteen (9.09%) died at the first time admission. Final samples of 160 patients were included and the end-point outcomes were measured. The risk for re-hospitalization was assessed on admission by using the Otago-Southland GRACE risk scoring model. This model consisted of nine risks: age, history of myocardial infarction, history of heart failure, heart rate on admission, systolic blood pressure on admission, ST-segment change, initial serum creatinine, elevated cardiac enzymes, and no in-hospital percutaneous coronary intervention (PCI). The total range score of 1-263 with the higher the score indicated the higher risk. This scoring system can stratify patients into 3 levels as mild (<100), moderate (100-149), and severe (≥150). Cardiac causes of re-hospitalization during the six-month post-discharge were documented from patient record form. Statistical program (SPSS package for PC Window) was used for data analysis. Descriptive analysis was used to determine the rate and risk level of re-hospitalization. Odds ratio (OR), 95% confidential interval (CI), and logistic regression were used to determine the predictors of re-hospitalization. Eight risk factors, PCI was not included in the final multivariate model, because only one patient underwent the PCI regiment. Results: Re-hospitalization rate was 40% (n = 64). The mean GRACE risk score was 138.13±30.51 (range 56-209). The higher GRACE score was significantly associated with re-hospitalization (Chi-square 11.02, p = 0.004). Approximately 2-4 fold increment risk for re-hospitalization was found in those with moderate (OR 1.62, 95% 0.48-5.42) and severe (OR 4.38, 95%CI 1.30-14.78) risk groups, compared to the mild risk group. The final multivariate model of eight risk factors was significantly explained by 60% (p = 0.01) of the variance on six-month re-hospitalization. Similar to the univariate analysis, none of the individual risk factors in multivariate model significantly predicted the six-month re-hospitalization. However, the increment risk and odds ratio for re-hospitalization were found in those patients with an increasing interval of each individual risk. Increment of the higher risk of re-hospitalization was found in patients with age of ≥60 year, had a history of myocardial infarction, had a history of heart failure, a heart rate of ≥110 beat per minute, systolic blood pressure of <200 mmHg, ST-segment changed, serum creatinine of ≥1.20 mg/dl, and elevated cardiac enzymes. Conclusions: Using the Otago-Southland GRACE risk score can be prognostic for the six-month re-hospitalization after discharge. Patients with NSTEMI who had moderate-to-severe risk score required complex care in order to reduce the risk of re-hospitalization and other major adverse cardiovascular events. Keywords: non-ST elevation myocardial infarction (NSTEMI), GRACE risk score, re-hospitalization, major adverse cardiovascular event (MACE)
WALAILAK UNIVERSITY. CENTER FOR LIBRARY RESOURCES AND EDUCATIONAL MEDIA
Address: NAKON SI THAMMARAT
Email: clm@wu.ac.th
Role: ประธานกรรมการ
Created: 2560
Modified: 2026-01-08
Issued: 2560-09-27
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: WG600 บ7ป 2558
tha
Descipline: Adult Nursing
©copyrights มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Front page.pdf 1.1 MB
2 Abstract.pdf 129.25 KB
3 Chapter 1.pdf 244.77 KB
4 Chapter 2.pdf 1.06 MB
5 Chapter 3.pdf 197.24 KB
6 Chapter 4.pdf 379.34 KB
7 Chapter 5.pdf 151.95 KB
8 Bibliography.pdf 218.49 KB
9 Appendix.pdf 820.78 KB
10 CV.pdf 103.77 KB
ใช้เวลา
0.031312 วินาที

Banjamart Chauychu
Title Contributor Type
จอม สุวรรณโณ
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนาคู่มือการประเมินอาการเริ่มหายใจเหนื่อยหอบกำเริบเฉียบพลันด้วยตนเองที่บ้านสำหรับผู้ที่มีปัญหาปอดอุดเรื้อรัง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ
ไพรัช เผือกสวัสดิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประเมินผลการใช้แนวทางการออกกำลังกายต่อการลดความดันโลหิตของผู้สูงอายุในภาคใต้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ
รุ่งฤดี แก้วชลคราม
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลการใช้แนวปฏิบัติด้านการออกกำลังกายต่อการลดความดันโลหิตในสตรีที่มีความดันโลหิตสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ
ลดาวัลย์ รักเนียม
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประเมินผลการใช้แนวทางการปฏิบัติเพื่อวินิจฉัยระดับความรุนแรงของอาการจับหืดกำเริบเฉียบพลันในผู้ใหญ่โรคหอบหืดที่มารับการรักษาในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลชุมชน
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
ภณิศา มาศกสิน
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลของการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายความหนักปานกลางที่บ้านต่อระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตเกือบสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
ปุณยวีร์ ประเสริฐไทย
วิทยานิพนธ์/Thesis
การคัดกรองและการจำแนกภาวะซีดของผู้ใหญ่ในบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ
อรุณี อ่อนเกตุพล
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลลัพธ์ของการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เข้าร่วมออกกำลังกาย
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ช่สยศาสตรจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ
อุมาพร สมหวัง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผลลัพธ์ของการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเข้าร่วมออกกำลังกาย
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
อุมาพร สมหวัง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัจจัยทำนายการกลับมารักษาซ้ำในช่วงเวลา 6 เดือนแรกหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่น ST ยกสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
เบญจมาศ ช่วยชู
วิทยานิพนธ์/Thesis
โมเดลทำนายระดับความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ไม่อ้วน : การจำแนกโดยใช้เครื่องมือฟรามิงแฮม
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
สันติพงศ์ แก้วนรา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจำแนกระดับความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตีบซ้ำในตำแหน่งขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและชนิดปัจจัยเสี่ยงบ่งชี้ระดับความเสี่ยงสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
สันติ เพชรนุ้ย
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความดันโลหิตสูงวิกฤตในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันชนิดหลอดเลือดแตก :วิธีการจัดการและผลลัพธ์การจัดการ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
มนัสภร อินทวงค์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจำแนกระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อมในผู้ใหญ่วัยกลางคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และชนิดปัจจัยเสี่ยงบ่งชี้ระดับความเสี่ยงสูง
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จอม สุวรรณโณ
อนุชิต คลังมั่น
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.172