แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การศึกษาประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
The study of the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the Upper Northeastern provinces

keyword: ยาเสพติดกับเยาวชน
ThaSH: นโยบายสังคม -- ไทย
Classification :.DDC: 363.25
ThaSH: การนำนโยบายไปปฏิบัติ -- การประเมินผล
Abstract: การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และ 3) เสนอแนะแนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัย เชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพดำเนินการโดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 42 คน ได้แก่ ผู้บริหารสำนักงานศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดระดับจังหวัด 2 คน ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน 20 คน และประชาชน 20 คน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดหนองคายและจังหวัดนครพนม ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการนำนโยบายด้านยาเสพติดไปปฏิบัติ คัดเลือกมาด้วยการเลือกแบบเจาะจง และจัดการสนทนากลุ่ม จำนวน 10 คน ซึ่งเลือกมาแบบเจาะจง จากคณะทำงานสำนักงานศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดระดับจังหวัด วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การวิเคราะห์แบบอุปนัยและการตีความ การวิจัยเชิงปริมาณดำเนินการโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 350 คน ตามสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ จากประชากร 2,790 คน ที่เป็นประชาชน 1,142 คนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดหนองคายและจังหวัดนครพนม ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการนำนโยบายด้านยาเสพติดไปปฏิบัติ และข้าราชการตำรวจ 1,648 คน สังกัดสถานีตำรวจภูธรระดับอำเภอในจังหวัดหนองคายและจังหวัดนครพนม โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่น 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยแบบขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวม 3 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.20, S.D. = 0.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาระยะยาว มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด และด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ตามลำดับ โดยด้านการสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐอย่างจำกัด 2) ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มี 6 ปัจจัย เรียงตามสัมประสิทธิ์ถดถอยบางส่วนจากมากไปหาน้อย ดังนี้ (1) การแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติด (β = 0.138) (2) การปราบปราม/บังคับใช้กฎหมาย(β = 0.130) (3) การสร้างภูมิคุ้มกัน/ป้องกัน (β = 0.127) (4) การบริหารจัดการ (β = 0.122) (5) การร่วมมือระหว่างประเทศ (β = 0.113) และ (6) นโยบายสามารถนำไปปฏิบัติได้ (β = 0.090) โดยทั้ง 6 ปัจจัยดังกล่าว สามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้ร้อยละ 78.20 (R2 = 0.7820) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) แนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเพื่อให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย แนวทางสำคัญ 8 ประการ คือ (1) การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในการป้องกันยาเสพติดผ่านสื่อมวลชนและสื่อทุกรูปแบบ (2) การจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเพียงพอ โดยการเพิ่มงบประมาณในการดำเนินงานให้แก่หน่วยปฏิบัติอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง (3) การลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยการค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้เข้ารับการบำบัดรักษาในทุกระบบและจัดตั้งสถานบำบัดรักษาอย่างเพียงพอ (4) การแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยการร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกด้าน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามประเทศ (5) การจับกุมและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยการเร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดและลงโทษในอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในขั้นสูง (6) การบริหารแบบบูรณาการ โดยการระดมสรรพกำลังเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นเอกภาพและต่อเนื่อง (7) การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด โดยการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักเรียน นักศึกษา ในโรงเรียนและสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง และ (8) การปฏิบัติตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยการนำนโยบายด้านยาเสพติดของรัฐบาลไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสามารถควบคุมสถานการณ์ของยาเสพติดอย่างได้ผล
Abstract: The objectives of the research were to 1) study the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the upper northeastern provinces, 2) study the factors affecting the drug prevention and suppression in the upper northeastern provinces and 3) propose guidelines to improve the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation development in the upper northeastern provinces. This research using mixed methods research which combined both qualitative and quantitative approaches. The qualitative research was conducted by in-depth interviews of 42 key informants consisting of 2 executives of the provincial drug subjugation power center, 20 village/community leaders and 20 people from Muang district, Nong Khai and Nakhon Phanom, who played key roles in promoting and supporting the drug policy into practice. They were selected by purposive sampling technique. The 10 participants of a group discussion were purposively selected from working group staffs in the provincial drug subjugation power center. The data were analyzed by analytic induction and interpretation. The quantitative research was conducted by gathering data from 350 respondents following Taro Yamane’s formula, from a population of 2,790 residents who were 1,142 people of Muang district of Nong Khai and Nakhon Phanom provinces and 1,648 policemen from provincial police stations in Nong Khai and Nakhon Phanom provinces. The sample was selected by multi-stage sampling and a 5-level rating scale questionnaire with a reliability at 0.90 was used as the research tool for data collection. The data were analyzed using the following statistics: percentage, mean, standard deviation and stepwise regression analysis. The research findings were as follows: 1) The effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the upper northeastern provinces consisted of 3 aspects and, was, overall at a high level (x̅ = 4.20, S.D. = 0.50). Considering each aspect individually, it was found that the aspect of sustainability creation in long-term problem solving was at the highest, followed by the aspect of drug violence reduction and the aspect of confidence building to the people. The aspect of sustainability creation in long-term problem solving was a continuation of the promotion of public relations for the creation of awareness in the people. The aspect of confidence building to the people suffered from an insufficient budget allocation from the government. 2) The factors affecting the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the upper northeastern provinces consisted of 6 aspects that ranked by partial regression coefficient from high to low as follows: (1) addicted persons problem solving (β = 0.138) (2) suppression /law enforcement (β = 0.130) (3) immunity/protection creation (β = 0.127) and (4) management (β = 0.122) (5) international cooperation (β = 0.113) and (6) practical policy (β = 0.090). These six aspects explained 78.20 percent (R² = 0.7820) of the variation of the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the upper Northeastern provinces at a significance level of 0.05. 3) The proposed guidelines to improve the effectiveness of drug prevention and suppression policy implementation in the upper northeastern provinces development consisted of 8 principle actions. They were (1) The public relations campaign to create awareness amongst the public should continue. The campaign should raise awareness of drug prevention through all forms of media. (2) The budget allocated to the prevention and suppression should be adequate. The budget should be increased to ensure that the operation of the unit runs adequately and continuously. (3) There should be continuous efforts to reduce the amount of drugs on the streets. Drug addictions should be found in order to get them adequate treatment in the system. (4) Cooperation with foreign countries should be sought by collaborating, efforts to prevent, suppress and intercept smugglers transporting drugs across the country will be more successful. (5) Arrests and punishments should be done by strictly following the law. The legal process should also be accelerated. (6) Management should be integrated by mobilizing efforts to jointly drive prevention and suppression. (7) Strengthening aversion to illegal drugs should be done by providing a better understanding of their dangers to the general public, including students of all levels in schools and educational institutions, and (8) Implementation of the policy should continue with the help of the government's policy on drugs in order to achieve the set targets and control drugs effectively.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: ปทุมธานี
Email: arit@vru.ac.th
Role: ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Created: 2560
Modified: 2560-09-18
Issued: 2560-09-18
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
BibliograpyCitation : 8597067
CallNumber: วพ 363.25 พ525ก 2558
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 8597067.pdf 5.89 MB232 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
-0.962907 วินาที

พัฒน์ธนธร ตันติเวชยานนท์
เกษมชาติ นเรศเสนีย์.
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิผลการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
เกษมชาติ นเรศเสนีย์.
วิชิต ไชยชนะ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การบริหารจัดการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
เกษมชาติ นเรศเสนีย์.
ไททัศน์ มาลา
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
เกษมชาติ นเรศเสนีย์.
กัมลาศ เยาวะนิจ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาประสิทธิผลการนำนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
เกษมชาติ นเรศเสนีย์.
พัฒน์ธนธร ตันติเวชยานนท์
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2,726
รวม 2,726 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 139,670 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 315 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 311 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 14 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 6 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 2 ครั้ง
รวม 140,320 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.217.60