แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

หน่วยทางสัทสัมพันธ์ในภาษาไทย: การทาบเทียบระหว่างวากยสัมพันธ์และสัทสัมพันธ์และความแข็งแกร่งของขอบเขต
PROSODIC CONSTITUENTS IN THAI: SYNTAX-PROSODY MAPPING AND BOUNDARY STRENGTH.

keyword: ภาษาไทย วากยสัมพันธ์
; ภาษาไทย สัทศาสตร์
Abstract: งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเรื่องหน่วยประกอบทางสัทสัมพันธ์ในภาษาไทย โดยเริ่มจากการหาขอบของหน่วยประกอบทางสัทสัมพันธ์จากการทดลองและนำค่าคะแนนการหยุดเว้นระยะมาวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของขอบเขต ก่อนจะทำการจำแนกประเภทของหน่วยประกอบทางสัทสัมพันธ์ และวิเคราะห์กลไกการทาบเทียบระหว่างวากยสัมพันธ์และสัทสัมพันธ์ ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์มีทั้งสิ้น 107 ประโยคมีโครงสร้างแตกต่างกันประกอบด้วย 1) ประโยคความเดียว ประโยคความรวมและประโยคความซ้อน 2) ประโยคความซ้อนประเภทหน่วยสร้างคุณานุประโยค ที่ หรือ ซึ่ง อนุประโยคเติมเต็มกริยา ที่ หรือ ว่า อนุประโยคเติมเต็มนาม ที่ 3) หน่วยที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างกับอนุประโยคหลัก 4) หน่วยสร้างกรรมวาจก ถูก หรือ โดน และหน่วยสร้างการีต ให้ หรือ ทำให้ ในการหาขอบและความแข็งแกร่งของขอบเขตของหน่วยประกอบทางสัทสัมพันธ์จะวิเคราะห์ จากค่าคะแนนการหยุดเว้นระยะที่ได้จากการทดลอง ซึ่งเป็นการศึกษาสามัตถิยะ (competence) ของผู้พูดภาษาไทย ผู้เข้าร่วมการทดลองจะต้องระบุตำแหน่งที่สามารถหยุดเว้นระยะ (pause) ได้ เมื่อจัดกลุ่มค่าคะแนนการหยุดเว้นระยะเป็น 3 กลุ่มตามสถานะของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ผลจากการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและการเปรียบเทียบพหุคูณด้วยวิธีของเชฟเฟแสดงให้เห็นว่าหน่วยประกอบทาง สัทสัมพันธ์ในภาษาไทยมีความแข็งแกร่งของขอบเขตแตกต่างกัน2 ระดับ คือ ระดับวลีทำนองเสียงและระดับวลีสัทสัมพันธ์ ในการทดสอบความแข็งแกร่งของขอบเขตจากเสียงที่บันทึกของผู้บอกภาษา 4 คน NC NK NM และ NN ซึ่งเป็นการศึกษาพฤติกรรมภาษา (performance) ของผู้บอกภาษาทั้ง 4 คน ค่าระยะเวลาสระจากเสียงที่บันทึกนำมาปรับค่าให้เป็นค่ามาตรฐาน (z-score) เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยเรื่องโครงสร้างพยางค์ของส่วนสัมผัสและปัจจัยการลงน้ำหนักที่คำเนื้อหา เมื่อจัดกลุ่มค่ามาตรฐานตามการหยุดเว้นระยะและตามสถานะของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ ผลจากการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและการเปรียบเทียบพหุคูณด้วยวิธีของเชฟเฟแสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งแปรผันตามการหยุดเว้นระยะ ซึ่งหมายความว่าผลที่ได้จากการศึกษาพฤติกรรมภาษาแตกต่างจากผลที่ได้จากการศึกษาสามัตถิยะภาษา เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างหน่วย ประกอบทางสัทสัมพันธ์พบว่ามี 3 ปัจจัย คือปัจจัยทางวากยสัมพันธ์ ปัจจัยทางโครงสร้างข้อความและปัจจัยทางสัทสัมพันธ์ ปัจจัยทางวากยสัมพันธ์มีบทบาททั้งในการสร้างวลีทำนองเสียงและวลีสัทสัมพันธ์ โดยวลีทำนองเสียงจะอ้างอิงขอบซ้ายหรือขอบขวาของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์เป็นข้อมูลในการทาบเทียบ ปัจจัยทางโครงสร้างข้อความมีบทบาทในกรณีที่หน่วยข้อความนั้นเป็นหัวเรื่อง (topic) หัวเรื่องจะเป็นวลีทำนองเสียง 1 หน่วยเสมอ แต่กระนั้นหน่วยวลีทำนองเสียงที่เป็นหัวเรื่องนี้ก็อ้างอิงขอบซ้ายหรือขอบขวาของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ในกลไกการทาบเทียบเช่นเดียวกัน หน่วยวลีสัทสัมพันธ์เกิดจากปัจจัยทางวากยสัมพันธ์และปัจจัยทางสัทสัมพันธ์ โดยปัจจัยทั้งสองจะทำงานแข่งกันในระดับวลีสัทสัมพันธ์ เมื่อปัจจัยทางสัทสัมพันธ์พยายามรักษาขนาดของวลีสัทสัมพันธ์แต่ละหน่วยให้มีขนาดพอ ๆ กัน โดยผลต่างของจำนวนพยางค์ของแต่ละหน่วยวลีสัทสัมพันธ์จะไม่เกิน 1 พยางค์ ขอบของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์บางขอบจะไม่นำมาใช้ในกลไกทาบเทียบ ปัจจัยทางสัทสัมพันธ์จะเลือกขอบของหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ภายในกริยาวลีมาใช้ในการกลไกทาบเทียบแทน เราจึงพบว่าหน่วยวลีสัทสัมพันธ์เป็นอสมสัณฐานกับหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ระดับวลี แต่หากการเลือกขอบภายในกริยาวลีแล้วไม่สามารถรักษาขนาดได้ ปัจจัยทางวากยสัมพันธ์จะทำงานเหนือปัจจัยทางสัทสัมพันธ์ ทำให้วลีสัทสัมพันธ์เป็นสมสัณฐานกับหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ระดับวลี
Abstract: This research study investigates the prosodic constituents in Thai. It first identifies prosodic boundaries using experimental data. It then analyzes the prosodic boundary strength based on Speech-Pause Score and classifies the prosodic categories according to the strength. Lastly, it analyzes the mechanism involved in the mapping between syntax and prosody. The data comprised 107 sentences including 1) simple, compound and complex sentences; 2) thii3 or sɨŋ3 relative clause constructions, thii3 or waa3 verb-complement clause constructions and thii3 noun-complement clause constructions; 3) independent phrases that have no grammatical relation with other words in the sentence; and 4) thuuk2 or doon1 passive constructions and haj3 or tham1haj3 causative constructions. Two experiments were conducted in order to locate the prosodic boundary of each sentence. Subjects were asked to judge which positions between words can potentially be used as pauses. Prosodic boundaries can be categorized into three groups according to the syntactic constituents that they are aligned with. In order to find the levels of prosodic boundary strength, one-way ANOVA and post-hoc Scheffe’s test were performed. The results show that there are two levels of prosodic boundary strength: the intonational phrase and the phonological phrase. To investigate the boundary strength of vowel durations, the recorded sounds of 4 informants (NC, NK, NM, and NN) were measured. To control the effects of differences in segmental composition of rime and differences in duration affected by stress associated with content words, vowel duration was classified by rime structure and then by word class before it was normalized to a standard score. In order to test whether prosodic boundary strengths corresponded to pauses or to the syntactic status suggested by the analysis under the experiment, two methods of grouping the standard scores were used. In the first method, the standard scores were classified into three groups--the standard scores of syllables occurred before pauses (P), the standard scores of final syllables of the sentences (F) and the standard scores of the syllables that are in other positions (O). In the second methods the standard scores were classified into three groups corresponding to the types of the syntactic constituents that they are aligned with. The results show that the prosodic boundary strength varies with the position of the pauses, not the syntactic status. The three factors influencing prosodic phrasing in Thai were syntactic factor, information structure factor, and prosodic factor. The syntactic factor played a vital role in phrasing both the intonational phrases and the phonological phrases. An intonational phrase refers to the right or left edges of a clause that are inputs in the intonational phrasing mechanism. The information structure factor played a critical role in cases where the information unit functioned as a topic which is an intonational phrase. In spite of that, the topic necessarily referred to the right or left edges of the syntactic constituents in demarcating the intonational phrase. In phonological phrasing, the syntactic factor and the prosodic factor competed with each other. In order to balance the size of the phonological phrases in accordance with the Uniformity Principle and Symmetry Principle, some syntactic edges were disregarded and, instead, the syntactic edge within the verb phrase was chosen in phonological phrasing. As choosing the syntactic edge within the verb phrase cannot satisfy those principles, the syntactic edges were referred to again and the prosodic constituents and the syntactic constituents were isomorphic as a result.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Created: 2557
Modified: 2559-04-04
Issued: 2559-04-04
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
URL: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46378
tha
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 5280511022.pdf 6.21 MB75 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.043209 วินาที

มนต์ชัย เดชะพิพัฒน์สกุล
Title Contributor Type
การศึกษาคำว่า ได้ ในภาษาไทยตามแนวไวยากรณ์ศัพทการก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มนต์ชัย เดชะพิพัฒน์สกุล
กิติมา อินทรัมพรรย์
วิทยานิพนธ์/Thesis
หน่วยทางสัทสัมพันธ์ในภาษาไทย: การทาบเทียบระหว่างวากยสัมพันธ์และสัทสัมพันธ์และความแข็งแกร่งของขอบเขต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มนต์ชัย เดชะพิพัฒน์สกุล
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
Title Creator Type and Date Create
หน่วยทางสัทสัมพันธ์ในภาษาไทย: การทาบเทียบระหว่างวากยสัมพันธ์และสัทสัมพันธ์และความแข็งแกร่งของขอบเขต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
มนต์ชัย เดชะพิพัฒน์สกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
การรับการกลมกลืนฐานกรณ์เสียงพยัญชนะท้ายนาสิกตามเสียงที่ตามมาในภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนคนไทย : การศึกษาตามแนวทฤษฎีอุตมผล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
ธนศักดิ์ ศิริคะเณรัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบคำศัพท์ในภาษาไทยที่เป็นปฏิภาคกับกระบวนการสร้างคำในภาษาเขมร : การศึกษาข้ามสมัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
ธัญวิทย์ ศรีจันทร์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การทาบเทียบระหว่างเสียงวรรณยุกต์และโน้ตดนตรีในเพลงป๊อปไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
ชวดล เกตุแก้ว
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความต่างที่มีนัยสำคัญด้านความสั้นยาวของสระในภาษาไทยสมัยสุโขทัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
สิรีมาศ มาศพงศ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความสัมพันธ์ด้านความแปลกเด่นของมัศดัรโครงคำและมัศดัรกลุ่มคำ ในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่: การศึกษาข้ามสมัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
ดุลยวิทย์ นาคนาวา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเปรียบเทียบราชาศัพท์ในภาษาไทยและภาษาเขมรจากมุมมองข้ามสมัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ใกล้รุ่ง อามระดิษ;พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์;กังวล คัชชิมา
ยรรยงค์ สิกขะฤทธิ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การเปลี่ยนแปลงความหมายเชิงการอ้างถึงของสรรพนาม \"มัน\" ในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
จิณวัฒน์ แก่นเมือง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้อภิภาษาศาสตร์กับการออกเสียงสั้นยาวของสระภาษาไทยโดยผู้เรียนชาวจีนก่อนและหลังการแทรกเชิงปฏิบัติ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์;ธีรวัฒน์ ธีรพจนี
เฉิงนาน จาง
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัทสัมพันธ์ของคำประสมภาษาไทยกับการกลายเป็นศัพท์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์
ลีนา มะลูลีม
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 3,942
รวม 3,946 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 165,680 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 325 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 321 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 14 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 6 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 2 ครั้ง
รวม 166,350 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.217.60