Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะนาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการเรียนโดยการใช้
ชุดฝึกทักษะนาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย
กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนบ้านไร่สมบูรณ์ อ าเภอเมือง
จังหวัดอ านาจเจริญ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ านาจเจริญ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2557 จ านวน 1 ห้องเรียน มีจ านวนนักเรียน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียน
เป็นหน่วยในการสุ่ม ชุดฝึกทักษะนาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจ านวน 12 ชุด โดยใช้คู่กับแผนการจัดการเรียนรู้
จ านวน 12 แผน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง นาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จ านวน
30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยาก ระหว่าง .40-.70 ค่าอ านาจจ าแนก ระหว่าง .67-1.00 และค่าความเชื่อมั่น
เท่ากับ .97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุดฝึกทักษะนาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.56/81.22 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์
80/80 ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะนาฏยศัพท์ วิชานาฏศิลป์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนอย่างมี
นัยส าคัญที่ระดับ .01
The purposes of this research were to developed entitled dramatic drills in
the arts learning area for Prathom Suksa 3 students, aimed to meet the standardized
criteria of 80/80, and to compare the students achievement before and after using
the drills.
The sample used in the study consisted of 30 Prathom Suksa 3 students in
the academic year 2014 of Ban Rai Som Boon School, Muang District, Amnat Charoen
Province, gained by the sample random sampling technique. The research tools were
12 sets of entitled dramatic drills and the achievement test constructed by the
researcher. The test difficulty indices ranged from .40 to .70, the discrimination
indices ranged from .67 to 1.00, and the reliability value was .97. The collected data
were analyzed by percentage, mean, standard deviation, and t-test.
The research findings were as follows:
1. The developed of entitle dramatic drills were efficient since they were
found to have the criteria of 81.56/81.22, based on the standardized criteria of 80/80.
2. The students achievement after using the drills was statistically higher
than that before using them at .01 level of significance.
______________________________________