แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพราน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามหลักพุทธธรรม
A Model of Duty Potentiality Development for Scout voluntary soldiers in The Three Southern Border Provinces in Line with The Principle of Buddhadhamma

Abstract: การวิจัยเรื่อง “รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพรานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามหลักพุทธธรรม” มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยคือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพรานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒) เพื่อศึกษาหลักธรรม และทฤษฎี ที่เกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพรานและ ๓) เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสา สมัครทหารพรานที่เหมาะสมที่สุดให กับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้ ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ(Quantitative Research) โดยใช วิธีศึกษาวิจัยด้วยการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๔๐๐ คน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด วยค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( x) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. (Standard Deviation) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์)เชิงลึก (In-Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) จำนวน ๒๕ รูป/คน ประกอบด้วยผู้บังคับบัญชา,พระสงฆ์),ผู้ นำท้องถิ่น,ประชาชนผู้ ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของทหารพราน,อาสาสมัครทหารพราน และจากการสนทนากลุ่มเฉพาะ( Focus Group Discussion) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๘ รูป/คน ประกอบด้วย พระสงฆ์), นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยปฏิบัติงานกับหน่วยทหารพราน ผลการวิจัยพบว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ ๗๘.๕ อยู่ในวัยฉกรรจ์คือมีอายุระหว่าง ๒๖ - ๓๕ ปีคิดเป็นร้อยละ ๔๙.๕ นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๗๘.๕ และมีสถานโสดร้อยละ ๕๖.๙ นอกจากนั้นในด้านการศึกษาพบว่าประชากรมีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปqที่๖ ร อยละ ๔๓.๘ ซึ่งแสดงถึงความพร อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจและด้านปัญญา สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ทุรกันดารและสถานการณ์อันตราย ผลการวิจัยในภาพรวม ด้านกายภาวนามีค่าเฉลี่ยรวม ( X = ๔.๐๖) ด้านศีลภาวนามีค่าเฉลี่ยรวม ( X = ๔.๑๗) ด้านจิตภาวนามีค่าเฉลี่ยรวม ( X = ๔.๐๖)และด านปัญญาภาวนามีค่าเฉลี่ยรวม ( X = ๔.๐๘) ๑. สภาพปัญหาและอุปสรรค พบว่าในภาพรวมไม่มีปัญหาและอุปสรรคมากนัก แต่ปัญหาด้านจิตใจ มีค่าเฉลี่ยรวมต่ำกว่าทุกด้าน นอกจากนั้นสถานการณ์และสภาพแวดล อมก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาจิตใจให ดำเนินการพัฒนาได อย่างราบรื่นนัก การฝกฝน อบรม กล่อมเกลาจึงเป็นภาระของผู บังคับบัญชาจะต้องดูแลใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด ๒. การศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและหลักพุทธธรรมที่เหมาะสำหรับการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครทหารพราน พบว่า การนำหลักภาวนา ๔ มาใช้เป็นแนวทางหลัก จะทำให้การพัฒนาศักยภาพสามารถดำเนินการได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม นอกจากนั้นยังสามารถพัฒนาได้ครบทุกด้านทั้งร่างกาย ระเบียบวินัยจิตใจและปัญญาปฏิภาณไหวพริบ ผู้ บังคับบัญชาสามารถทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็งของกำลังพลในหน่วย พัฒนาได้ตรงจุด โดยใช้แนวคิด ในกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๓ กรรมคือ การฝึกอบรม การให้การศึกษาและการพัฒนา ๓. รูปแบบการพัฒนาศักยภาพตามหลักพุทธธรรมนั้น พบว่าการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพราน จะต้องพิจารณาเป็นกรณีๆไปเพราะบุคคลมีศักยภาพภาพทางร่างกาย, จิตใจและปัญญาไม่เท่ากัน การพัฒนาศักยภาพนอกจากจะพิจารณากำหนดมาตรฐานแล ว จึงต องพิจารณาถึงห วงระยะเวลา การสนับสนุน ขวัญกำลังใจและไหวพริบปฏิภาณของแต่ละคนด วย การพัฒนาศักยภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการพัฒนาไปพร้อมๆกันทั้ง ๔ ด้าน สำหรับรูปแบบการพัฒนาศักยภาพตามหลักพุทธธรรมนั้น เป็นรูปแบบที่สามารถประกันได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาจะออกมาในรูปแบบของการมีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความเจริญงอกงามไปในทางที่ดีแก่ตัวผู้ รับการพัฒนาและเป็นคุณแก่สังคมส่วนรวม ซึ่งจะส่งผลถึงการยุติความรุนแรงที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ สงบเบาบางลง สังคมมีการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันและเกิดความสงบสุข ความสามัคคีในประเทศชาติได้ในที่สุด
Abstract: The objective of this research were to; 1) study problems and obstacles of duty performance of Scout voluntary soldiers in the three Southern border provinces, 2) analyze the Dhamma and theories for duty potentiality development of scout voluntary soldiers in the three southern border provinces and 3) propose the most appropriate model for duty potentiality development of the scout voluntary soldier unit in the three southern border provinces The methodology was the mixed method between the quantitative and qualitative research. The quantitative research collected data from 400 samples with questionnaires and analyzed data by frequency, percentile, mean and standard deviation to find out the problems in three areas, 1) behaviors, 2) mentality, 3) intelligence to be ready for training with Bavana 4, including development if 4 areas; 1) physical development 2) Sila, morality, 3) intelligence to find out the most appropriate model for potentiality development of scout voluntary soldiers. The qualitative research collected data from 25 key informants purposefully selected from experts and from participants in focus group discussion and public hearing for complete findings. Data were analyzed by descriptive interpretation. Findings were as follows: Samples were more males 75.5 percent with the young ages between 26-35, 49.5 percent, Buddhists,single,56.9. In additional finding that samples with Educational levels were Mathayom 6, 43.8 percent indicating the readiness physically, mentally and wisdom to perform duty in the remote areas and dangerous situations. Overall conclusions were that Kayapavana, physical development, has the average at 4.06, Silapavana, precept development had the average of 4.17, Jittapavana, mental development, had the average of 4.06 and Panyapavana, wisdom development, was at 4.08. 1) Problems and obstacles, in general, there was no problems and obstacles. Only mental problems which had less average of all aspects. In addition, the circumstances was not appropriate for mental development. The training belonged to the commander to take a close look and attention. 2) The study of appropriate concept, theories and Buddhadhamma for potentiality development for scout voluntary soldiers were that Bavana 4 should be the principal mean to develop the potential of Scout soldier in adverted situation. Besides, Bavana 4 could be used to deveop the scout soldiers in all aspects, physically, mentally, wisdom and intelligence. Comanders could be able to detect the strength, weakness of man power in the unit. The Bavana 4 could be used for direct development based on 3 activities in human development as training, education and development. 3) The model for the potentiality developmentof scout voluntary soldiers according Buddhadhamma should be considered case by case basis because people had not equal physical, mental and wisdom potentials. Besides setting up the standard procedure in potential development, the aspects of time, support, morale, intelligence of individuals should be taken into account. The most effective potential training was to train all 4 aspects in parallel. The Buddhadhamma based potential development was guaranteed that those soldiers who underwent through the training would come out with virtue, morality, ethics and prosperity which would be the beneficial to oneself and society with the hope to ease up the conflict and violence in the society. Society would be charitable, peaceful and harmonious at the end.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2558
Modified: 2565-01-03
Issued: 2558-10-31
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 57-12-1-009.pdf 18.26 MB21 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.02479 วินาที

อภินันท์ จันตะนี
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนาคุณลักษณะผู้นาชุมชนในเขตเทศบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
อภิชาติ พานสุวรรณ
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพราน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามหลักพุทธธรรม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
ณรัฐ สวาสดิ์รัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาสมรรถนะพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
อัจฉรา หล่อตระกูล
วิทยานิพนธ์/Thesis
ธัชชนันท์ อิศรเดชช
Title Creator Type and Date Create
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการกิจการคณะสงฆ์ด้านการเผยแผ่ ของพระสังฆาธิการในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สุรพล สุยะพรหม;ธัชชนันท์ อิศรเดชช;วัชชัย ไชยสา
พระอธิการมนัส ปญฺญาวฑฺฒโน (เง่อสวัสดิ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาคุณลักษณะผู้นาชุมชนในเขตเทศบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
อภิชาติ พานสุวรรณ
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครทหารพราน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามหลักพุทธธรรม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
ณรัฐ สวาสดิ์รัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาสมรรถนะพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อภินันท์ จันตะนี ;ธัชชนันท์ อิศรเดชช
อัจฉรา หล่อตระกูล
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 15
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 6,695
รวม 6,710 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 458,153 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 2,550 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 199 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 75 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 72 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 54 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 10 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 9 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 2 ครั้ง
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน = 2 ครั้ง
รวม 461,126 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.253