การวิเคราะห์ค่าความหนืดของน้ำยางสดและน้ำยางข้นสำหรับห้องปฏิบัติการในโรงงานด้วยวิธีไม่ทำลายโดยใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี
Nondestructive evaluation of viscosity of field latex and concentrated latex for factory laboratory by near infrared spectroscopic technique.
Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการวิเคราะห์ค่าความหนืดของน้ำยางสดและข้นโดยวิธีไม่ทำลาย ด้วยเทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปีที่ความยาวคลื่นระหว่าง 1100-2500 นาโนเมตร ด้วยเครื่อง FT-NIR Spectrometer ในการตรวจวัดสเปกตรัมของตัวอย่างน้ายางสดและ/หรือน้ำยางข้นชนิด Medium Ammonia ที่กรีดได้จากต้นยางพาราพันธุ์ RRIM 600 จาก 7 ถังเก็บที่มีค่าความหนืดเริ่มต้นแตกต่างกันและ 8 ระดับปริมาณเนื้อยางแห้งหรือปริมาณของแข็งทั้งหมด เพื่อศึกษาพฤติกรรมการไหล, วิเคราะห์ลักษณะสเปกตรัม นอกจากนี้ยังสร้างสมการท้านายสมบัติทางกายภาพ (ความหนืด) ของตัวอย่างน้้ายางสดและ/หรือข้น ด้วยวิธี Partial least squares (PLS) จากการศึกษาพฤติกรรมการไหลของน้ำยางข้นพบว่าน้ำยางข้นเป็นของไหลแบบ Non-Newtonian Fluid การเปลี่ยนแปลงค่าความหนืดขึ้นอยู่กับอัตราเฉือนหรือความเร็วในการกวน การสร้างสมการทำนายค่าความสัมพันธ์ระหว่างค่าการดูดกลืนแสงกับค่าความหนืดของน้ำยาง พบว่าแบบจ้าลองที่สร้างขึ้นเพื่อการท้านายค่าความหนืดควรใช้แบบจำลองที่สร้างจากการรวมข้อมูลของทั้งน้ำยางสดและข้นเข้าด้วยกันซึ่งทำให้มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น กล่าวคือ แบบจ้าลองสำหรับเครื่องวัดความหนืด Rotational Viscometer รุ่น LVDV-E (Brook field, USA) นั้นควรมาจากสเปกตรัมดั้งเดิมโดยมีค่า correlation coefficient (r) = 0.974, Standard error of prediction (SEP) = 8.6 cP และ Bias = -0.4 cP แบบจำลองสำหรับเครื่องวัดความหนืด Rotational Viscometer รุ่น LVT (Brook field, USA) ควรมาจากการจัดการสเปกตรัมเบื้องต้นด้วยวิธี Standard Normal Variate (SNV) มีค่า r = 0.972 SEP = 9.3 cP และ Bias = 0.3 cP โดยรวมแล้วช่วงคลื่นที่มีอิทธิพลกับแบบจำลองมากตำแหน่งความยาวคลื่นที่ 1705 (CH3), 1715 (CH3), 2280 (CH3), 2290 (amino acid), และ 2310 (CH2) นาโนเมตร.
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Email:
Lifelong@kmitl.ac.th
Role:
อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์
Email :
kspanman@kmitl.ac.th
CallNumber:
วพ. ร166ก 2553
©copyrights สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง