การศึกษาอิทธิพลของตัวแปรในการแล่นประสานที่มีต่อความต้านทานแรงเฉือนในรอยต่อระหว่างเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ เกรด SS400 และทังสเตนคาร์ไบด์
A study on influence of brazing parameters on the shear strength between SS400 low carbon steel and tungsten carbide.
Abstract:
บทคัดย่อ: วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของตัวแปรในการแล่นประสานที่มีผลต่อความต้านทานแรงเฉือนในรอยต่อระหว่างเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำเกรด SS400 กับทังสเตนคาร์ไบด์ (WC) เกรด K20 โดยใช้โลหะเติมชนิด Sil CD1050-5M ซึ่งตัวแปรที่พิจารณาประกอบด้วยอุณหภูมิและเวลาซึ่งอุณหภูมิที่ใช้คือ 700, 750, และ 790℃ เวลาที่ใช้คือ 10, 15, และ 20 นาที ทำการทดลองแบบแฟคทอเรียล 32 ทดลองซ้ำ 3 ครั้ง และเปรียบเทียบค่าความต้านทานแรงเฉือนระหว่างการแล่นประสานในเตาภายใต้บรรยากาศปกติกับการแล่นประสานในเตาภายใต้บรรยากาศอาร์กอน (Ar) เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) ที่ระดับนัยสำคัญ α = 0.05 ผลพบว่าทั้งอุณหภูมิและเวลามีอิทธิพลต่อค่าความต้านทานแรงเฉือนโดยที่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในการแล่นประสานทำให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ ส่วนการเพิ่มระดับเวลาที่ใช้ในการทดลองนั้นส่งผลทำให้แนวโน้มของค่าความต้านทานแรงเฉือนมีค่าเพิ่มขึ้นตามลำดับด้วยเช่นกัน โดยที่อุณหภูมิสูงสุดคือ 790 ℃ และเวลา 15 นาที จะให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนเฉลี่ยสูงสุดโดยที่การแล่นประสานภายใต้บรรยากาศปกติจะให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนเฉลี่ยสูงสุดมากกว่า 140 นิวตัน/มม.2 และการแล่นประสานภายใต้บรรยากาศอาร์กอนจะให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนเฉลี่ยสูงสุดมากกว่า 175 นิวตัน/มม.2 ที่อุณหภูมิสูงสุดคือ 790 ℃ และเวลา 15 นาที เมื่อเปรียบเทียบค่าความต้านทานแรงเฉือนจะเห็นได้ว่าการแล่นประสานในเตาภายใต้บรรยากาศอาร์กอนจะให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนได้มากกว่าการแล่นประสานในเตาภายใต้บรรยากาศปกติ.
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Email:
Lifelong@kmitl.ac.th
Role:
อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์
Email :
kkkannac@kmitl.ac.th
CallNumber:
วพ. อ619ก 2557
©copyrights สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง