การกำจัดแคดเมียมด้วยระบบซีเควนซิ่งแบทรีแอคเตอร์
Removal of cadmium by sequencing bath reactor system
Abstract:
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของระบบซีเควนซิ่งแบทรีแอคเตอร์ (Sequencing Batch Reactor
System; SBR) ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนแคคเมียม (Cd2+) โดยศึกษาผลความเข้มข้นของตะกอน
จุลินทรีย์ (MLSS) ระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย (HRT) ความเข้มข้นของแคคเมียม และสัดส่วนระยะเวลา
แอนอกซิกต่อออกซิกในน้ำเสียสังเคราะห์ และประสิทธิภาพการกำจัดแคคเมียมในน้ำเสียโรงงาน
เคลือบโลหะ จากการศึกษาผลของความเข้มข้นของตะกอนจุลินทรีย์ เมื่อความเข้มข้นของตะกอน
จุลินทรีย์เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการกำจัดแคคเมียมจะเพิ่มขึ้น โดยประสิทธิภาพของระบบในการกำจัด
แคคเมียมในระบบเอสบีอาร์เท่ากับร้อยละ 78.0+-5.3, 85.6+-4.0, 86.8+-2.8, 87.2+-2.5 และ 87.4+-5.0
ที่ความเข้มข้นของตะกอนจุลินทรีย์เท่ากับ 1,000, 2,000, 3,000, 4,000, และ 5,000 มิลลิกรัมต่อลิตร
ตามลำดับ แต่การดำเนินระบบที่ความเข้มข้นของตะกอนจุลินทรีย์เท่ากับ 1,000 และ 2,000 มิลลิกรัม
ต่อลิตร สมบัติของตะกอนจุลินทรีย์ดีที่สุด ดังนี้ 95+-12 และ 99+-3 มิลลิลิตรต่อกรัม (Sludge
Volume Index; SVI มีค่าน้อยกว่า 100 มิลลิลิตรต่อกรัม) ประสิทธิภาพการกำจัดแคคเมียมเพิ่มขึ้น
เมื่อเพิ่มระยะเวลากักเก็บน้ำเสียหรือลดอัตราภาระแคคเมียม (Cd2+) มีประสิทธิภาพการกำจัดแคด
เมียมร้อยละ 79.1-+4.5, 89.5+-3.3, 92.5-+2.1 และ 93.5-+1.9 ตามลำดับ ประสิทธิภาพการบำบัดซีโอ
ดี บีโอดี และทีเคเอ็นไนโตรเจนเพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย หรือลดอัตราภาระแคคเมียม
แต่ที่ระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย 5 วันมีค่าดัชนีปริมาตรตะกอนอยู่ในช่วงการอัดตัวของตะกอนดี 73-+15
มิลลิลิตรต่อกรัม (Sludge Volume Index; SVI มีค่าน้อยกว่า 100 มิลลิลิตรต่อกรัม) และมีประสิทธภาพ
การบำบัดซีโอดี บีโอดี และทีเคเอ็นไนโตรเจน ร้อยละ 98.3-+0.6, 98.0-+0.4, และ 81.4-+1.9 ตามลำ
ดับ นอกจากนี้เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของแคคเมียม (Cd2+) 10, 20, 30, 40 และ 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
ประสิทธิภาพการบำบัดแคคเมียมลดลงร้อยละ 84.3-+6.7, 81.6-+7.6, 76.6+-9.4, 74.4+-7.5 และ
69.7+-+9.0 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามที่ความเข้มข้นของแคคเมียม 20 มิลลิกรัมต่อลิตรไม่ส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพของระบบ ที่ระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย 5 วัน (อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 0.9 กรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และอัตราภาระบรรทุกแคคเมียม 30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน) มีประสิทธิ
ภาพการบำบัดซีโอดี บีโอดี และทีเคเอ็นไนโตรเจน ร้อยละ 94.7+-2.0, 90.0+-2.6 และ 77.2+- 4.0
ตามลำดับ ผลการศึกษาสัดส่วนระยะเวลาแอนอกซิกต่อออกซิกในน้ำเสียสังเคราะห์อัตราภาระบรร
ทุกแคคเมียมสารอินทรีย์ 0.9 กรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน อัตราภาระบรรทุกแคคเมียม 7.5 มิลลิกรัม
ต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน พบว่าที่สัดส่วนระยะเวลาแอนอกซิกต่อออกซิก 10: 9 มีประสิทธภาพสูงสุด
โดยมีประสิทธิภาพการกำจัดแคคเมียม ซีโอดี บีโอดี และทีเคเอ็นไนโตรเจน ร้อยละ95.3+-1.1 ,
85.9+-0.8,84.7+-0.3, และ 87.0+-3.6 ตามลำดับ การศึกษาการกำจัดแคคเมียมในน้ำเสียจากโรงงาน
เคลือบโลหะ พบว่าระบบบำบัดที่มีช่วงระยะเวลาแอนอกซิกมีประสิทธิภาพการกำจัดโลหะหนักได้
ดีกว่าระบบบำบัดที่ไม่มีช่วงระยะเวลาแอนอกซิก โดยระบบบำบัดที่มีช่วงแอนอกซิกมีประสิทธิภาพ
การกำจัดแคคเมียม ซีโอดี บีโอดี และทีเคเอ็นไนโตรเจน ร้อยละ 77.6+-6.9, 80.5+-2.6, 73.1+-0.8
และ78.1+-5.0 ตามลำดับ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สำนักหอสมุด
Email:
info.lib@mail.kmutt.ac.th
©copyrights มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี