แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม)

keyword: พระพุทธศาสนาเถรวาท
Abstract: บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์นี้เป็นศึกษาเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ เพื่อศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาทกรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ๑) เพื่อศึกษาความเป็นมาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๒) เพื่อศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมของวัดสระพังทอง ตำบลหนองย่างซิ้น อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ๓) เพื่อศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมกับการอนุรักษ์ประเพณี ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ความเป็นมาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท การอยู่ปริวาสกรรมของพระภิกษุมีมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาลดังที่เห็นจากอาทิกัมมิกะหมายถึงพระภิกษุผู้ที่เป็นต้นแห่งบัญญัติสิกขาบทสังฆาทิเสส ที่ปรากฏรวมถึงเรื่องของการอยู่ปริวาสกรรม ที่ปรากฏในพระธรรมวินัย มีอยู่ด้วยกัน ๔ อย่างคือ อัปปฏิจฉันนปริวาส ปฏิจฉันนปริวาส สโมธานปริวาส สุทธันตปริวาส แต่ละอย่างจะมีมูลเหตุของการอยู่ปริวาสกรรม เพื่อที่จะทำตนให้ออกจากอาบัตินั้นๆ การจัดปริวาสกรรมของวัดสระพังทอง ตำบลหนองย่างซี้น อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ได้เริ่มโครงการอยู่ปริวาสกรรม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา ๓๐ ปี แต่ผู้วิจัยได้รวมสถิติผู้เข้าร่วมโครงการเฉพาะ พ.ศ.๒๕๔๙ ถึง พ.ศ.๒๕๕๕ รวม ๗ ปีมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด ๒,๔๖๗ รูป / คน มีภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสีกาเข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ มีภิกษุและสามเณรเข้าร่วมโครงการ จากสถิติแสดงให้เห็นว่ามีการจัดงานปริวาสกรรมของวัดสระพังทอง ตำบลหนองย่างซี้น จังหวัดนครพนม มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา การอยู่ปริวาสกรรมเป็นการอนุรักษ์ประเพณีฮีตสิบสอง (เดือนอ้าย) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้ว่า การอยู่ปริวาสกรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีฮีตสิบสองคลองสิบสี่โบราณที่ชาวอีสานยังมีการอนุรักษ์ให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของการอยู่ปริวาสกรรมกับวิถีชีวิตของชาวบ้านการอยู่ปริวาสกรรม ซึ่งจัดเป็นบุญประเพณีในทุกๆ ปีของวัดสระพังทอง ตำบลหนองย่างซี้น จังหวัดนครพนม ด้านวัฒนธรรม บุญอยู่ปริวาสกรรม นับว่าเป็นหนึ่งในประเพณีสิบสองเดือน ของชาวอีสานที่ชาว บ้านหนองอย่างซี้น ให้ความสำคัญเสมอมา สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ด้านสังคม ประเพณีบุญอยู่ปริวาสกรรม ทำให้ประชาชนในเขตวัดสระพังทอง ได้สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้านการศึกษา ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการอยู่ปริวาสกรรม คนรุ่นใหม่สืบทอดประเพณีต่อไป ด้านเศรษฐกิจ พ่อค้าแม่ขายมามาก ก็จะทำให้เศรษฐกิจในหมู่บ้านที่จัดปริวาสดีขึ้น การค้าขายในชุมชนมีปริมาณมากเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน หมู่บ้าน ในการจัดงานมีการใช้จ่าย ได้จากศรัทธาญาติโยมที่มาทำบุญ
Abstract: ABSTRACT This thesis was conducted based on qualitative research methodology in which mainly ascertaining to study Parivasa (a period of probation) in Theravada Buddhism: the case study of Sraphanthong Temple, Nakhonphanom Province, and had following objectives: 1) to study the historical background of Parivasa in Theravada Buddhism, 2) to study the observance of Parivasa of the Savgha at Sraphanthong Temple, Nong-Yang-Chin sub-district, Renu-Nakhon district, Nakhonphanom Province, and 3) to study the important factors for successful engagement of Parivasa in preserving E-sarn moral-cultural and traditional practices (Hit-Sib-Song-Kong-Sib-Si). The observance of Parivasa was already took placed during the time of the Buddha (600 B.C.), as it was reported about Adikammika (the Bhikkhu who involving the Community in the initial and subsequent acts, or Savghadisesa) as well as the 4 categories of Parivasa in the Vinaya (Buddhist monastic code) namely were: Appaticchanna-parivasa (penance for unconcealed offenses), Paticchanna-parivasa (penance for concealed offenses), Samodhana-parivasa (penance for combined offenses), and Suddhanta-parivasa (penance for different-combined offenses). The Bhikkhu who breaks any of the Savghadisesa rules must undergo the penalty (of manatta, penance, and parivasa, probation), subsequently reimposes the penalty if he does not properly carry it out, and finally lifts the penalty when he does. From the statistic of the Parivasa observers in 7 years, there were 2,462 Parivasa attendants, which further could be list from the largest to the smallest: in 2011, there were 427 attendants or 17.34%; 381 or 15.48% in 2008; 375 or 15.23% in 2010; 352 or 14.30% in 2009; 329 or 13.36% in 2007-2008; and 269 or 10.69% in 2012. This shown that, in each year, Sraphanthong Temple, Nong-Yang-Chin sub-district, Renu-Nakhon district, Nakhonphanom Province, organized the procedure of the Parivasa with different forms. Nevertheless, there were mainly two factors that led the administrative management of the Savgha in Srapang Temple in organizing the Parivasa to success: internal factors and external factors. The first referred to wholehearted contribution of the Savgha in Sraphanthong Temple, as well as the lay devotees and effective cooperative engagement between Sraphanthong Temple and other related organization. The later one was that the observers, both monastic member and lay people, accordingly followed the rules and regulations set by the Sraphanthong Temple during the Parivasa period. Last but not least, Parivasa observance also was one of the practices that helped in term of preserving the E-sarn moral-cultural and traditional practices (Hit-Sib-Song-Kong-Sib-Si). Every year, there was the tied relationship between people and Parivasa observance of the Savgha and lay community at Sraphanthong Temple, Nong-Yang-Chin sub-district, Renu-Nakhon district, Nakhonphanom Province. Thus, it could be summarized that Parivasa observance contributed a lot to the society as the whole: for instant, traditionally, Parivasa observance was undoubtedly considered as one of the E-sarn moral-cultural and traditional practices (Hit-Sib-Song-Kong-Sib-Si). In the case of social section, Parivasa observance led the people in the surrounding community to live in unity, as they usually helped each other in organizing the Parivasa observance at Sraphanthong Temple. New generation also learned this from E-sarn moral-cultural and traditional practices the elder; this was for the case of education. And, economically, as there were a lot of people coming to observe Parivasa observance yearly, this evidence generated economic progress to the community in selling and buying the local products and then people could earn their income.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Issued: 2556-09-28
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ใช้เวลา
0.0254 วินาที

พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
Title Contributor Type
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies)
ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies)
ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
วิทยานิพนธ์/Thesis
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies)
Title Creator Type and Date Create
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies);ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies);ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
Title Creator Type and Date Create
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies);ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาการอยู่ปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท กรณีศึกษาวัดสระพังทอง จังหวัดนครพนม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. (รัฐศาสตร์), พบ.ม.(พระพุทธศาสนา),Ph.D. (Buddhist Studies);ผ.ศ.ดร.สุวิน ทองปั้น พธ.บ. (ปรัชญา), M.A. (Phil) Ph.D. (Phil.)
พระภานุพงศ์ อนุตฺตโร (โคตรศรีกุล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,528
รวม 1,528 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 35,234 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 11 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 2 ครั้ง
รวม 35,249 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.181