แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

เปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน

keyword: พระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
Abstract: บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์เรื่อง “เปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน” มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาทานในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๒) เพื่อศึกษาทานในมหายาน ๓) เพื่อเปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน ผลการศึกษาพบว่า ๑) ทาน ในพระพุทธศาสนาเถรวาท หมายถึง การให้ การบริจาค การเสียสละ วิธีการ ให้ทานตามหลักพระพุทธศาสนาเถรวาทที่จะมีผลมาก ทานนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ ๖ คือ ฝ่ายผู้ให้ ๓ องค์ ฝ่ายผู้รับ ๓ องค์ และทานแบ่งตามสิ่งที่ให้มี ๒ อย่างคือ อามิสทาน และธรรมทาน สามารถแบ่งลักษณะการให้ออกเป็น ๒ วิธี คือ ปาฎิปุคคลิกทาน และสังฆทาน องค์ประกอบของการให้ทานมี ๓ ประการ ได้แก่ ๑.ทายก คือ ผู้ให้ทาน ๒.ปฏิคาหก คือ ผู้รับทาน ๓.ไทยธรรม คือ วัตถุที่ให้ทานด้วยศรัทธา ส่วนอานิสงส์และจุดมุ่งหมายของทานมีประโยชน์ ๒ ประการคือ ๑.การให้ทาน เป็นเครื่องเกื้อหนุนให้ไปเกิดสุคติโลกสวรรค์ กล่าวคือ เมื่อตายไปจะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๒.การให้ทาน เป็นเครื่องเกื้อหนุนให้เป็นผู้มีโภคะ จุดมุ่งหมายของการให้ทานในพระพุทธศาสนาเถรวาท คือ เพื่อสร้างบุญบารมี โดยอาศัยพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญ พระพุทธศาสนาเถรวาทเน้นอรหันตภูมิ โดยสาระของหลักแนวคิด วิธีการ ความเชื่อและข้อปฏิบัติเพื่อเข้าสู่เป้าหมาย คือ พระนิพพาน ๒) ทาน ในพระพุทธศาสนามหายาน หมายถึง ทานบารมี เพราะพระโพธิสัตว์จะต้อง สละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิตเพื่อรักษาชีวิต แต่เมื่อระลึกถึงธรรม คือ ความถูกต้อง เหมาะสม หรือความดี และพึงสละทั้งทรัพย์ อวัยวะ และชีวิตเพื่อรักษาธรรม ลักษณะของทาน ถือว่า เป็นการบำเพ็ญบารมี ที่จะต้องทำด้วยการบริจาค ทานบารมีแบ่งออกเป็น ๓ อย่าง คือ “ธรรมทาน อามิษทาน ไมตรีทาน” องค์ประกอบของทาน คือ วัตถุที่ตั้งของทานแบ่งเป็น ๒ หลัก คือ ๑. พาหิรทาน ของที่ให้เป็นของนอกกาย ๒.อัชฌัตติกทาน ของที่ให้เป็นร่างกายของตนเอง ลักษณะของการบำเพ็ญทานบารมีโดยจะต้องพิจารณาว่า ของที่ให้จะต้องเป็นของที่ดีงาม และเมื่อจะให้ทานต้องให้แก่ผู้ต้องการ แม้ไม่ได้ขอก็ให้ก่อนที่ผู้ต้องการนั้นจะขอ วิธีการให้ทาน พระโพธิสัตว์จะต้องทำทานด้วยความกรุณา และปัญญาควบคู่กันไป จุดมุ่งหมายของการให้ทานหรือการบำเพ็ญบารมี เพื่อเข้าถึงประมุทิตาภูมิ เกิดความชื่นชมเมื่อได้เห็นว่าตนเองเป็นผู้ใกล้โพธิ และเป็นผู้ทำประโยชน์เพื่อสรรพสัตว์ให้สำเร็จ พุทธศาสนามหายาน มุ่งเน้นบรรลุเพระพุทธเจ้า (พุทธภูมิ) อันเป็นโลกุตตรภูมิ โดยมุ่งสอนเพื่อช่วยเหลือกันในฐานที่เป็นมนุษย์นั่นเอง ๓) การเปรียบเทียบทานด้านความหมายและลักษณะของพระพุทธศาสนาทั้ง ๒ นิกาย มีความคล้ายคลึงกันทางพื้นฐาน โดยเห็นว่า ทาน คือจุดเริ่มต้นอันเป็นวิธีการ หลักการ อุปกรณ์เครื่องมือแห่งการประพฤติปฏิบัติเพื่อละความชั่ว ทั้งสองนิกายมีทัศนะ ตรงกันในประเด็นบารมีทั้งหมด เช่น ทาน มีการอนุเคราะห์ผู้อื่น วิธีการให้ทานตามหลักพระพุทธศาสนาเถรวาท ทานนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ ๖ คือ ฝ่ายผู้ให้ ๓ องค์ ฝ่ายผู้รับ ๓ องค์ ทานก็จะมีผลมาก ฝ่ายมหายาน วิธีการให้ทาน เน้นที่พระโพธิสัตว์ผู้ให้ทานจะต้องให้ทานด้วยความสุภาพ ต้องต้อนรับผู้รับทานอย่างเคารพนอบน้อมเป็นผู้ยินดีในการทำทานของตน ไม่เลือกทั้งมิตรและศัตรู ทั้งผู้ควรรับและไม่ควรรับ อานิสงส์และจุดมุ่งหมายของการให้ทานของทั้งสอง ล้วนตั้งอยู่บนเป้าหมายสูงสุด และผลจากการบำเพ็ญทานเพื่อบรรลุอมตธรรมทั้งสิ้น โดยที่พระพุทธศาสนาเถรวาท เน้นอรหันตภูมิ มหายาน เน้นที่พุทธภูมิ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน แต่สาระหลักของแนวคิด วิธีการ ความเชื่อ และข้อปฏิบัติเพื่อเข้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ พระนิพพาน
Abstract: ABSTRACT The purposes of this thesis were: (1) to study the concept of Dana (alms-giving) in Theravada Buddhism, (2) to study the concept of Dana in Mahayana Buddhism and (3) to compare the concept of Dana in Theravada Buddhism and Mahayana Buddhism. The results of study were found that: 1) Dana in Theravada Buddhism means giving, devoting, and apportion. Dana included six constituents: three givers and three receivers. Dana was divided into two kinds: Amisadana (donation of requisites) and Dhammadãna (gift of the Dhamma). Moreover, Dana was divided into two characteristics: Patipuggalika-dana (offering to a particular person) and Sanghadana (offering to the Sangha). Giving Dana had three components: Dayaka (almsgiver), Patiggahaka (recipient), and Deyyadhamma (gift). The profit of Dana was the alms-giving leading to be born in the heaven and the alms-giving lead to become the wealthy person. The goal of the alms-giving was to make the charisma by depending on the monk. Theravada Buddhism focused on Arahantabhumi with the core of the concept, principle, belief and practice for leading to the goal: Nibbana. 2) Dana in Mahayana Buddhism means Danaparami because Bodhisattva must give the property, organ, and life to save the life. When recalling the Dhamma: the appropriateness, or the virtue, and giving the property, organ, and life to save the Dhamma, the characteristic of Dana was performing the meritorious acts by the donation. Danaparami was divided into three types: Dhammadana (gift to the Dhamma), Amisadana (donation of requisites), and Meytridana. The component of Dana is the object stating the Dana divided into Bhahiradana and Achjhattikadana. The characteristic of performing the meritorious acts must consider the things good and give the alms to the wanted person. The way for the alms-giving was Bodhisattva must give the alms with the compassion and the wisdom. The goal of the alms-giving was to lead to Muditabhumi. Mahayana Buddhism focused on attaining the Buddhabhumi being Lokuttarabhumi (the Supramundane Plane) by teaching to help together. 3) The comparison of the concept and characteristic of Dana in Theravada Buddhism and Mahayana Buddhism was similar. Dana was the beginning that was the way, principle, tool and instrument of the conduct to not do the bad thing. Both Nikaya had the same views in Parami. The alms-giving in Theravada Buddhism consisted of six constituents: three givers and three receivers. However, the alms-giving in Mahayana Buddhism focused on the Bodhisattva. The goal of the alms-giving in both Nikaya stated on the final goal and the result of the alms-giving was to attain Amatadhamma by Theravada Buddhism focusing on Arahantabhumi but Mahayana Buddhism focusing on Buddhabhumi. The core of the concept, way, belief and practice was to lead to Nibbana
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Issued: 2556-09-09
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ใช้เวลา
0.028106 วินาที

พระเทพปริยัติเมธี, ผศ.ดร.ป.ธ.๙, กศ.ม., รป.ด., พธ.ด. (พุทธศาสนา)
Title Creator Type and Date Create
เปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพปริยัติเมธี, ผศ.ดร.ป.ธ.๙, กศ.ม., รป.ด., พธ.ด. (พุทธศาสนา);ผศ.ดร. วรกฤต เถื่อนช้าง ป.ธ.๙ ,ศษบ., ศศ.ม.,ปร.ด. (การบริหารอุดมศึกษา) ;ผศ. อานนท์ เมธีวรฉัตร ป.ธ.๖, พธ.บ., ศษ.บ., กศ.ม. (การบริหารการศึกษา)
พระครูนิติธรรมนาท ( บรรลือ วิสภักดิ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผศ.ดร. วรกฤต เถื่อนช้าง ป.ธ.๙ ,ศษบ., ศศ.ม.,ปร.ด. (การบริหารอุดมศึกษา)
Title Creator Type and Date Create
เปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพปริยัติเมธี, ผศ.ดร.ป.ธ.๙, กศ.ม., รป.ด., พธ.ด. (พุทธศาสนา);ผศ.ดร. วรกฤต เถื่อนช้าง ป.ธ.๙ ,ศษบ., ศศ.ม.,ปร.ด. (การบริหารอุดมศึกษา) ;ผศ. อานนท์ เมธีวรฉัตร ป.ธ.๖, พธ.บ., ศษ.บ., กศ.ม. (การบริหารการศึกษา)
พระครูนิติธรรมนาท ( บรรลือ วิสภักดิ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผศ. อานนท์ เมธีวรฉัตร ป.ธ.๖, พธ.บ., ศษ.บ., กศ.ม. (การบริหารการศึกษา)
Title Creator Type and Date Create
เปรียบเทียบทานในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพปริยัติเมธี, ผศ.ดร.ป.ธ.๙, กศ.ม., รป.ด., พธ.ด. (พุทธศาสนา);ผศ.ดร. วรกฤต เถื่อนช้าง ป.ธ.๙ ,ศษบ., ศศ.ม.,ปร.ด. (การบริหารอุดมศึกษา) ;ผศ. อานนท์ เมธีวรฉัตร ป.ธ.๖, พธ.บ., ศษ.บ., กศ.ม. (การบริหารการศึกษา)
พระครูนิติธรรมนาท ( บรรลือ วิสภักดิ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 6
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2,564
รวม 2,570 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 130,564 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 501 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 410 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 63 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 41 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 7 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 5 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 4 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 2 ครั้ง
รวม 131,597 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.60